ในโลกของการตลาดที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การใช้เครื่องมือเพื่อหาอินไซต์ให้สามารถจับกลุ่มเป้าหมายได้อยู่หมัดจึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่างการใช้ Social Listening Tools ที่ปัจจุบันก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลเป็นอินไซต์ที่พร้อมตัดสินใจได้ทันที
บทความนี้ Wisesight เราจะพาไปดูว่าฟีเจอร์ต้องมีที่จะช่วยให้เครื่องมือ Social Media Listening Tools ของประเทศไทย กลายเป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบให้กับแบรนด์ของเราได้ ซึ่งจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย
Key Takeaway
- Social Listening คือ การรวบรวมเสียงผู้บริโภคที่เกิดขึ้นโซเชียลมีเดียจากทุกแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมข้อความทุกประเภท ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่นักการตลาดปัจจุบันใช้ค้นหาและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก ถูกต้อง ตรงตามความต้องการของแต่ละธุรกิจ
- Social Listening Tools ที่มี AI เข้ามาช่วยเหลือทำให้การทำ Report ต่าง ๆ พร้อมใช้งานและนำเสนอได้ทันที
- AI สามารถดึงเอาข้อมูลเชิงลึกจากโซเชียลมีเดียที่เก็บไว้มาตอบคำถาม ประมวลผล และอธิบายกลยุทธ์เพิ่มเติมเสมือนเป็นเพื่อนคู่คิดให้ได้
ฟีเจอร์ที่ควรลองใช้ใน Social Listening Tools ปี 2026
สำหรับฟีเจอร์ที่พลาดไม่ได้ใน Social Listening Tools ในไทยนั้นก็ต้องเป็นฟีเจอร์ที่นำเอาความสามารถของ AI มาช่วยดึงอินไซต์เชิงลึกได้อย่างครอบคลุม รวดเร็วและง่ายมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Zocial Eye ที่ได้นำประสิทธิภาพของ AI เข้ามาใส่ในฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้แก่
การพิมพ์ถาม (Prompt) กับข้อมูลที่มีอยู่ใน Social Listening Tools ได้เลย

ถึงแม้ว่าจะมีเครื่องมือ Social Listening มากมายช่วยให้เราได้ข้อมูลอินไซต์มาแล้ว แต่ข้อมูลเหล่านั้นก็ยังคงมีมากเกินกว่าจะจดจำแล้วนำไปใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดคำถาม ดังนั้นเพื่อให้การหาคำตอบรวดเร็วมากขึ้น Zocial Eye จึงเพิ่มฟีเจอร์ให้สามารถพิมพ์ถามหรือเขียน Prompt ถามไปได้เลย
โดยฟีเจอร์นี้จะมีชื่อว่า Intelligent Insights ซึ่งจะทำหน้าที่คล้ายกับ “สมอง” ที่คัดกรอง จัดหมวดหมู่ และสังเคราะห์ข้อมูลจากทุกข้อความที่ถูกเก็บเข้ามาในแคมเปญบนโซเชียลมีเดีย เมื่อผู้ใช้เกิดคำถามก็สามารถพิมพ์ถามให้ AI ตอบคำถามหรือค้นหาข้อมูลได้ทันที อีกทั้งยังสามารถใช้ได้หลายครั้งต่อวันด้วย
สำหรับการใช้งานฟีเจอร์นี้นั้นยังมีทริคการถามหรือสูตรตั้งคำถามให้ AI ตอบได้ตรงใจ ซึ่งจะเรียกว่า CAP Framework เป็นโครงสร้างคำถามสำหรับการถาม AI นั่นคือ [Action] the [Context/Data focus] in [Platform]

- Action คือ สิ่งที่อยากให้ AI ทำ เช่นการวิเคราะห์ข้อมูล การค้นหาหรือการสรุป เป็นต้น
- Context หรือ Data focus คือ ประเด็นหรือข้อมูลที่สนใจ เช่น สนใจในคีย์เวิร์ดนี้ แฮชแท็กนี้ หรือแม้แต่เนื้อหาโพสต์นี้ เป็นต้น
- Platform คือช่องทางหรือขอบเขตของข้อมูล เช่น Facebook IG แคมเปญใดแคมเปญหนึ่ง เป็นต้น
การทำสรุปรีพอร์ตแบบอัตโนมัติด้วย AI จากข้อมูลบน Social Listening

ขึ้นชื่อว่าการสรุปข้อมูล Social Listening Tools ย่อมต้องจัดการจากข้อมูลมหาศาลหรืออาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลาโดยเฉพาะกับการทำ Social Media Marketing
ดังนั้น Zocial Eye จึงเพิ่มฟีเจอร์ใหม่โดยให้ผู้ใช้สามารถเรียกรายงานสรุปจากการทำแคมเปญออกมาเป็นรายงาน PowerPoint ได้ด้วย AI ซึ่งฟีเจอร์นี้มีชื่อว่า ฟีเจอร์ Export Campaign Report
วิธีการดึงเอา Report ก็นับว่าง่ายมากทีเดียวเพียงแค่เลือกเมนู Report ที่หน้า Dashboard จากนั้นคลิกที่ตัวเลือก Summary Report แล้วจึงกรอกอีเมลที่ต้องการให้ระบบส่งรายงาน เลือกภาษาแล้วกด Submit จากนั้นก็รอดาวน์โหลดรายการทางอีเมลได้เลย
ทำ Image Analysis แบบรวดเร็วและครอบคลุมทุกเสียงที่เกิดขึ้นบนโซเชียลมีเดีย

การสื่อสารในทุกวันนี้ไม่ได้มีเพียงข้อความเท่านั้นแต่ยังมีการใช้รูปภาพเข้ามาสื่อความเพื่อให้การรวบรวมข้อมูลได้อย่างถูกต้องแม่นยำ Zocial Eye จึงเสริมฟีเจอร์ Social Listening ของการวิเคราะห์รูปภาพเข้ามาอีก 4 ข้อด้วยกัน ดังนี้
- Logo Recognition เป็นฟีเจอร์สำหรับการตรวจหาโลโก้แบรนด์ในรูปภาพเพื่อหาว่าในรูปนี้มี Mention อะไรซ่อนอยู่
- OCR เป็นฟีเจอร์สำหรับการอ่านข้อความในรูป อย่างเช่น สกรีนช็อต มีมหรือโปสเตอร์ เพื่อไม่ให้หลุดข้อมูลสำคัญที่อาจแฝงอยู่ในรูปภาพ
- Object Recognition เป็นฟีเจอร์สำหรับการวิเคราะห์วัตถุในภาพเพื่อเก็บข้อมูลอินไซต์ในแง่มุมที่หลากหลายและไม่คาดคิด
- Scene Recognition เป็นฟีเจอร์สำหรับการวิเคราะห์ภาพแบบตรวจจับองค์ประกอบต่าง ๆ ในภาพว่ากำลังสื่อสารว่าอยู่ในบริบทหรือสถานที่แบบใด
แยกชื่อแบรนด์ บุคคล สถานที่ และวัตถุต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยี NER

เทคโนโลยี NER เป็นกระบวนการหนึ่งในเทคโนโลยี AI ที่จะช่วยจำแนกหน่วยข้อมูลสำคัญอย่าง ชื่อแบรนด์ บุคคล สถานที่และวัตถุต่าง ๆ จากข้อความ เช่น คุณส้มไปซื้อส้มที่ร้านสีส้ม ด้วยชื่อคน สิ่งของและสถานที่เหมือนกันแบบนี้ทำให้ Social Listening Tools ที่จะเก็บข้อมูลต้องมีการวิเคราะห์และจำแนกซึ่งเทคโนโลยี NER จะทำการจำแนกและเก็บข้อมูลได้เลยว่าคำว่า “ส้ม” คำไหนคือสิ่งของ คนหรือสถานที่นั่นเอง
รวบรวมและวิเคราะห์เสียงจากวิดีโอได้ด้วยเทคโนโลยี Speech to Text

เทคโนโลยี Speeh to Text หรือ Automatic Speech Recognition คือเทคโนโลยีที่ให้ AI ช่วยถอดเสียงจากคลิปวิดีโอมาเป็นข้อความตัวอักษรแบบอัตโนมัติ เพื่อให้ Social Listening Tools สามารถเก็บข้อมูลว่ามี Keyword ใดที่ผู้ใช้ให้ความสนใจทั้งยังเก็บข้อมูลด้วยว่าความสนใจของผู้ใช้ในแต่ละช่วงเวลาเป็นอย่างไร ช่วยให้เห็นว่าวิดีโอของแคมเปญนั้นมีการกล่าวถึง Keyword หรือประเด็นที่ผู้ใช้ความสนใจในวินาทีที่เท่าไร เรียกว่าเป็นฟีเจอร์สำคัญต้องมีในปีนี้เลยก็ว่าได้
วิธีเลือก Social Listening Tools สำหรับทีมให้เหมาะสม
ปัญหาของทีมส่วนใหญ่ไม่ใช่ไม่มีข้อมูล แต่คือข้อมูลเยอะเกินจนเอาไปใช้ต่อไม่ได้ ดังนั้นการเลือก Social Listening Tools ที่เหมาะสมในปี 2026 ต้องตอบให้ได้ 2 เรื่องพร้อมกัน คือ
- ทีมหาคำตอบได้เร็วขึ้นจริงไหมจากการใช้ Social Listening Tools
- ทีมเอาอินไซต์ไปทำงานต่อได้จริงไหม เช่น นำไปทำคอนเทนต์, แคมเปญการตลาด, ทำ PR, ทำโปรดักต์ ฯลฯ
ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็คือการทำเช็กลิสต์ที่ช่วยให้เลือกใช้เครื่องมือ Social Listening Tools ได้ดีขึ้น ดังนี้
- ตั้งคำถามที่ทีมต้องหาคำตอบ เช่น
- Campaign Tracking: หาว่าแคมเปญ หรือแฮชแท็กไหนพา sentiment ดีขึ้น
- Brand Health: หาว่าคนชอบหรือไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับแบรนด์
- Competitive: ทำ Competitor Analysis โดยหาว่าคู่แข่งถูกพูดถึงเรื่องไหน และเรามีช่องว่างตรงไหน
- Crisis Early Signal: หาสัญญาณลบเริ่มมาจากไหน โตเร็วแค่ไหน
ถ้าเครื่องมือช่วยตอบคำถามพวกนี้ได้อย่างรวดเร็วเท่ากับผ่าน
- ตรวจสอบว่า Social Listening Tools เก็บข้อมูลจากช่องทางไหนบ้าง
ปกตินักการตลาดจะต้องทำ Social Media Monitoring เพื่อหาอินไซต์หรือวัดผลเป็นประจำอยู่แล้ว เครื่องมือ Social Listening Tools จะต้องเข้ามาช่วยทำให้การเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ผลในแต่ละช่องทางทำได้ง่ายและเร็วขึ้น จึงควรดูว่า ข้อมูลจาก Social Listening นั้นครอบคลุมตามช่องทางที่ต้องการหรือไม่ รวมถึงรวบรวมข้อมูลอย่างจำนวน Message ได้มากแค่ไหน ไปจนถึงเก็บข้อมูลได้ครบตาม Keyword ที่ต้องการหรือเปล่า
เช่น ต้องการหาอินไซต์ในกลุ่มของคนซื้อเครื่องสำอางแบรนด์หนึ่ง ก็อาจจะต้องทำการรวบรวมข้อมูลจาก Keyword ที่คนใช้กันบน Social Media ทั้งชื่อแบรนด์ ชื่อรุ่น คำสะกดผิด และคำสแลงได้ครบถ้วน
- ดูความสามารถในการกรองข้อมูลของเครื่องมือ

Social Listening Tools ที่ใช้งานง่าย และทำให้กรองข้อมูลได้ลึกจะต้องมีระบบการฟิลเตอร์ที่ทำได้อย่างละเอียด ยกตัวอย่างระบบการฟิลเตอร์ของ Zocial Eye เช่น
- สามารถทำการกรองโดยเลือกเฉพาะ Keyword ที่ต้องการได้ ทั้ง Mian Keyword และ Sub Keyword
- สามารถทำการกรองโดยเลือกเฉพาะ Sentiment ที่ต้องการได้ ทั้ง Positive Sentiment, Negative Sentiment และ Neutral Sentiment
- สามารถทำการกรองโดยช่องทางโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องได้
- สามารถทำการกรองข้อมูลโดยเลือก Category ที่ต้องการ โดยการตั้งค่า Category ที่ต้องการจัดกลุ่มข้อมูลเอาไว้ได้
- สามารถทำการกรองโดยเลือกประเภทของ Account ที่ต้องการได้ว่าบัญชีของผู้ใช้งานนั้นจัดอยู่ในกลุ่มที่มีผู้ติดตามประเภทไหน เช่น เป็นกลุ่ม Micro จำนวนผู้ติดตาม 10,001 – 50,000 คน เป็นต้น
- เข้าใจ Sentiment ในภาษาไทย

ควรเลือกใช้ Social Listening Tools ที่เข้าใจบริบทของการใช้ภาษาไทยที่มีทั้งคำย่อ คำแสลง หรือการเล่นคำของภาษา เพื่อให้สามารถทำ Sentiment Analysis ในภาษาไทยว่าเป็น Positive Sentiment, Negative Sentiment และ Neutral Sentiment ได้อย่างถูกต้อง

ลองอ่านตัวอย่างการทำ Sentiment Analysis ในภาษาไทยได้ที่ Sentiment Analysis คืออะไร ช่วยวิเคราะห์ลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำธุรกิจได้อย่างไร
- ใช้วัดผลการทำแคมเปญได้
หาก Social Listening Tools มีการเก็บข้อมูลที่ละเอียด นักการตลาดก็จะสามารถนำข้อมูลจากฟีเจอร์ต่าง ๆ ของเครื่องมือมาใช้ในการวัดผลเพิ่มเติมได้อย่างละเอียด เช่น หาว่าต้นกระแสของเทรนด์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นจากอะไร, มี Topic อะไรที่น่าสนใจในแคมเปญ, ดู Sentiment ตามช่วงเวลา, หา Share of voice เทียบคู่แข่ง เป็นต้น
- เชื่อมต่อกับ Tool อื่น ๆ ได้หรือไม่
หากต้องการส่งข้อมูลเพิ่มเติม หรือเชื่อมต่อกับ Tool อื่นที่ใช้อยู่แล้ว ควรตรวจสอบด้วยว่า Social Listening Tools ที่กำลังจะเลือกใช้สามารถส่งออกข้อมูลไปยัง Tool อื่นได้หรือไม่ และใช้วิธีการใด เช่น ใช้ Webhook ในการเชื่อมต่อ เป็นต้น
| ขั้น | สิ่งที่ต้องตรวจสอบ | คำถาม/เกณฑ์ที่ต้องตอบให้ได้ | ผ่าน/ไม่ผ่าน |
| 1 | ตั้งคำถามที่ทีมต้องหาคำตอบ (Use case) | เครื่องมือนี้ช่วยตอบโจทย์ของทีมได้เร็ว กว่าทำเองไหม? โจทย์ที่ทำได้: 1.1_________________________________________ 1.2_________________________________________ 1.3_________________________________________ | ☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน |
| 2 | Coverage ช่องทาง และปริมาณข้อมูล (Data Coverage) | เก็บข้อมูลจากช่องทางที่เราต้องการครบไหม? และเก็บจำนวนข้อความได้เพียงพอไหม?ช่องทางที่เก็บได้: _________________________________________แพ็กเกจราคาที่ครอบคลุม:___________________________________ | ☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน |
| 3 | ความสามารถในการกรองข้อมูล (Filtering) | กรองได้ลึกพอจนเอาไปใช้ต่อได้ไหม? ฟิลเตอร์ข้อมูลอะไรได้บ้าง:_________________________________________ | ☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน |
| 4 | เข้าใจ Sentiment ในภาษาไทย | วิเคราะห์ sentiment ไทยได้แม่นแค่ไหน? (คำย่อ/สแลง/เล่นคำ/ประชด) | ☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน |
| 5 | วัดผลแคมเปญได้ลึก (Campaign Measurement) | มีข้อมูลหรือฟีเจอร์ที่ใช้วิเคราะห์เหตุและผล ไม่ใช่แค่กราฟรวมไหม? | ☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน |
| 6 | เชื่อมต่อกับ Tools อื่นได้หรือไม่ (Intergration) | สามารถส่งออกข้อมูลไปยัง Tool อื่นได้หรือไม่ และใช้วิธีการใด เช่น ใช้ Webhook ในการเชื่อมต่อ เป็นต้น | ☐ ผ่าน ☐ ไม่ผ่าน |
สรุป: Social Listening Tools ปี 2026 ต้องมีฟีเจอร์อะไรบ้าง
สิ่งที่ทำให้เครื่องมือ Social Listening “คุ้ม” ในปี 2026 คือ AI ที่ช่วยให้ทีมทำงานเร็วขึ้นแบบวัดผลได้ อย่างเช่น การพิมพ์ถามกับฟีเจอร์ Intelligent Insights ที่ให้ AI ของ Zocial Eye ที่เป็น Social Listening Tools ไทย ที่จะช่วยตอบทุกคำถามเกี่ยวกับอินไซต์จากข้อมูลSocial Media ในแคมเปญที่ต้องการ และถามคำถามได้เลย หรือจะเป็นฟีเจอร์ Export Campaign Report ที่ช่วยสรุปรายงานจากการทำแคมเปญได้อย่างครบถ้วนส่งตรงถึงอีเมลที่นับเป็นการประหยัดเวลาไปได้ไม่น้อยเลย เป็นต้น เรียกได้ว่าการใช้ AI เข้ามาผสานกับ Social Listening Tools นั้นสามารถเสริมประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างแท้จริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Social Listening Tools
Q: Social Listening Tools คืออะไร
Social Listening Tools คือ เครื่องมือที่เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียที่ในปัจจุบันมีการนำ AI เข้ามาใช้ในการรวบรวม วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลให้อย่างรวดเร็วจึงช่วยลดขั้นตอนและเวลาการทำงานไปได้มาก
Q: Social Listening Tool ปี 2026 ต่างจากเดิมอย่างไร และใช้งานอย่างไรได้บ้าง?
โลกของการตลาดก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ในปี 2026 นี้จึงต้องมีการอัพเดต Social Listening Tools ด้วยการเสริม AI เข้ามาช่วยในการเชื่อมต่อการทำงานให้ Workflow ราบรื่นมากขึ้น อย่างเช่น การเก็บข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อนำไปจำแนกและประมวลผลต่อไป ซึ่ง Flow ต่าง ๆ นี้สามารถใช้งาน Webhook เข้ามาเชื่อมต่อและทำให้ขั้นตอนการทำงานง่ายดายมากขึ้น
Q: Social Listening AI ช่วยในเรื่องอะไรได้มากที่สุด?
สิ่งที่ Social Listening AI ช่วยได้มาก จะเป็นเรื่องของการลดต้นทุนด้านเวลาและความผิดพลาดเล็กน้อย เช่น การเก็บข้อมูลบนโซเชียลมีเดียที่มีหลายช่องทางหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพหรือคลิปวิดีโอก็สามารถใช้ฟีเจอร์อย่าง Image Analysis หรือ เทคโนโลยี Speech to Text เข้ามาช่วย และสามารถสร้างรายงานออกมาได้ด้วยฟีเจอร์ Export Campaign Report ให้พร้อมนำเสนอและนำไปใช้งานได้เลย




