Privacy notice for Business Counterparties
ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับคู่สัญญาทางธุรกิจ
1. บทนำ
ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ออกโดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด (ต่อไปนี้เรียกว่า "บริษัทฯ" หรือ "ไวซ์ไซท์") เพื่ออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ สำหรับบุคคลที่มีความสัมพันธ์ตามสัญญาและในทางธุรกิจ
ทั้งนี้ เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับทราบข้อมูลตามที่กำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ("พระราชบัญญัติฯ")
ประกาศฉบับนี้ใช้แจ้งต่อบุคคลธรรมดาที่ทำหน้าที่เป็นคู่สัญญาทางธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งในฐานะตัวบุคคลโดยตรงและในฐานะตัวแทน/ผู้ติดต่อของนิติบุคคล กล่าวคือ:
- ผู้ที่คาดว่าจะเป็นลูกค้า (Prospects / Leads): บุคคลที่บริษัทฯ เก็บข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ในการขายและการตลาดก่อนเข้าสู่ความสัมพันธ์ตามสัญญา
- ผู้ติดต่อของลูกค้าองค์กร: บุคคลธรรมดาที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทน ผู้ลงนาม หรือผู้ติดต่อของลูกค้านิติบุคคล
- ผู้ติดต่อของผู้ขายและผู้ให้บริการ (Vendors / Suppliers): บุคคลธรรมดาที่เป็นตัวแทนของผู้ขาย ผู้ให้บริการ ที่ปรึกษา ผู้รับจ้างช่วง ผู้ตรวจสอบบัญชี และผู้สอบบัญชีที่ให้บริการแก่บริษัทฯ
- พันธมิตรทางธุรกิจ (Partners / Channel Partners / Resellers): บุคคลธรรมดาที่ทำหน้าที่เป็นผู้ติดต่อจากพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ
- ผู้รับจ้างอิสระและที่ปรึกษาอิสระ (Independent Contractors / Freelancers): บุคคลธรรมดาที่บริษัทฯ จ้างเป็นรายโครงการในฐานะคู่สัญญาอิสระ มิใช่ในฐานะลูกจ้าง
- ผู้ถือหุ้นและกรรมการ (Shareholders / Directors): บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการของบริษัทฯ
- บุคคลที่บริษัทฯ ติดต่อเพื่อการสรรหาความร่วมมือทางธุรกิจ (Business Development Contacts): บุคคลที่บริษัทฯ ติดต่อเพื่อการเจรจา การสรรหาพันธมิตร หรือการสำรวจโอกาสทางธุรกิจ
2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยตรงจากเจ้าของข้อมูล (ช่องทางออนไลน์)
- แบบฟอร์มบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (Contact us, Demo request, Pricing inquiry, Newsletter signup)
- การกรอกข้อมูลผ่านระบบ CRM ของบริษัทฯ ในระหว่างการสนทนาทางการขาย
- การโต้ตอบทางอีเมลและช่องทางการสื่อสารดิจิทัล กับทีม Sales, Account Management, Partnership หรือ Procurement ของบริษัทฯ
- การลงทะเบียนเข้าร่วมเว็บไซต์ webinar การประชุมออนไลน์ หรือ virtual event ที่บริษัทฯ จัด
- การส่งข้อมูลผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ที่บริษัทฯ บริหาร (เช่น Facebook page, LinkedIn page)
การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยตรงจากเจ้าของข้อมูล (ออฟไลน์)
- การแลกเปลี่ยนนามบัตรในงานอีเวนต์ การประชุม สัมมนา และนิทรรศการ
- การลงทะเบียนเข้าร่วมงาน seminar, conference, trade show, networking event ที่บริษัทฯ จัดหรือเข้าร่วม
- การติดต่อทางโทรศัพท์ และการประชุมพบปะแบบ face-to-face
- การแลกเปลี่ยนเอกสารทางธุรกิจ เช่น company profile, proposal, sales materials
- การลงนามในสัญญา หนังสือยินยอม และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
การเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นที่มิใช่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง
- ข้อมูลที่นิติบุคคลของท่านส่งมา เพื่อระบุท่านในฐานะผู้ติดต่อ ผู้ลงนาม ผู้รับมอบอำนาจ หรือตัวแทนขององค์กร
- ฐานข้อมูลเชิงพาณิชย์ทางธุรกิจ (เช่น LinkedIn Sales Navigator, ZoomInfo, DBD Data Warehouse) ตามขอบเขตที่บริษัทฯ ได้รับสิทธิและภายใต้เงื่อนไขการใช้บริการของผู้ให้บริการดังกล่าว
- การแนะนำ (Referrals) จากลูกค้าปัจจุบัน พันธมิตรทางธุรกิจ หรือผู้ติดต่อทางวิชาชีพ
- แหล่งข้อมูลสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ เช่น เว็บไซต์ขององค์กรที่ท่านสังกัด ข้อมูลบนแพลตฟอร์มทางวิชาชีพ (LinkedIn) บทความข่าวเชิงธุรกิจ และข้อมูลที่ปรากฏในรายงานประจำปี
- ข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) สำหรับข้อมูลผู้บริหาร/กรรมการของนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญา
- ข้อมูลจากผู้รวบรวมข้อมูลทางธุรกิจ (Business intelligence aggregators) ตามขอบเขตที่จำเป็น
3. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผล
บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะเท่าที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของการดำเนินความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ตามหลักการจำกัดวัตถุประสงค์ (Purpose Limitation) และการใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น (Data Minimisation) ทั้งนี้ ประเภทของข้อมูลที่บริษัทฯ ประมวลผลแปรผันตามลักษณะของความสัมพันธ์ของท่านกับบริษัทฯ
ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลติดต่อทั่วไป
- ชื่อ-นามสกุล (รวมถึงคำนำหน้า ตำแหน่งทางวิชาการ)
- ชื่อเล่น หรือชื่อที่ใช้เรียกในการติดต่อทางธุรกิจ
- ที่อยู่อีเมล (ทั้งอีเมลส่วนตัวและอีเมลขององค์กร)
- หมายเลขโทรศัพท์ (โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์ที่ทำงาน)
- ที่อยู่ในการติดต่อ (สำนักงาน ที่อยู่สำหรับการจัดส่งเอกสาร)
- บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ทางวิชาชีพ (LinkedIn profile, X handle ที่ใช้ทางธุรกิจ)
- ภาษาที่ท่านใช้ในการสื่อสาร
ข้อมูลทางวิชาชีพและการประกอบธุรกิจ
- ตำแหน่งงานและบทบาทในองค์กร
- แผนกหรือสายงาน
- องค์กรที่ท่านสังกัด รวมถึงชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อขององค์กร
- ระดับอำนาจการตัดสินใจในองค์กร (เท่าที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาทางธุรกิจ)
- ประสบการณ์ทำงานและประวัติทางวิชาชีพ (เท่าที่ปรากฏต่อสาธารณะหรือที่ท่านเปิดเผยในระหว่างการเจรจา)
- ความสนใจทางวิชาชีพและความเชี่ยวชาญ
- การเป็นสมาชิกสมาคมวิชาชีพ
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาและความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
- ประวัติการสื่อสารและการติดต่อกับบริษัทฯ (อีเมล โทรศัพท์ บันทึกการประชุม)
- ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ท่านสนใจหรือสอบถาม
- ความต้องการทางธุรกิจที่ท่านแจ้งกับบริษัทฯ
- ข้อเสนอ การเจรจา และเงื่อนไขที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
- ประวัติการเข้าร่วมงาน webinar, seminar, demo, training
- การลงทะเบียนรับข่าวสารและการสื่อสารทางการตลาด
ข้อมูลในสัญญาและเอกสารทางธุรกิจ
- ข้อมูลในสัญญา หนังสือยืนยัน บันทึกข้อตกลง
- ลายมือชื่อ (รวมถึงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์)
- การให้ความยินยอมและการอนุญาตที่ระบุในสัญญา
- ขอบเขตอำนาจการลงนาม (signing authority)
- เอกสารยืนยันตัวตนที่จำเป็นต่อการลงนาม (เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือมอบอำนาจ)
ข้อมูลทางการเงินและการเรียกเก็บค่าบริการ
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (Tax ID) หากเป็นบุคคลธรรมดาที่ทำสัญญาในนามตนเอง
- ข้อมูลบัญชีธนาคาร (สำหรับการชำระเงินหรือการรับชำระเงิน)
- ที่อยู่สำหรับออกใบกำกับภาษี
- ผู้ติดต่อสำหรับการเรียกเก็บและการชำระเงิน (Accounts Payable / Accounts Receivable contacts)
- ประวัติการชำระเงินและสถานะหนี้ (สำหรับลูกค้า/ผู้ขาย)
ข้อมูลของผู้ขายและผู้ให้บริการ
- ผลการประเมินคุณสมบัติและความสามารถของผู้ขาย (vendor assessment)
- ข้อมูลด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูล (security & data protection due diligence)
- การรับรองและใบอนุญาตที่จำเป็นต่อการให้บริการ
ข้อมูลของผู้ถือหุ้นและกรรมการ
- เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขที่หนังสือเดินทาง
- วัน เดือน ปีเกิด และอายุ
- สัญชาติ
- ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านและที่อยู่ปัจจุบัน
- จำนวนหุ้นที่ถือและสัดส่วนการถือหุ้น
- บทบาทและตำแหน่งในคณะกรรมการ
- ขอบเขตอำนาจของกรรมการ
- ข้อมูลในการประชุมผู้ถือหุ้นและการประชุมคณะกรรมการ
- เอกสารที่ต้องยื่นต่อหน่วยงานของรัฐ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กรมสรรพากร เป็นต้น
- การถือหุ้นในบริษัทอื่นและการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าใช้สถานที่และระบบของบริษัทฯ
- ข้อมูลการเข้าออกสำนักงาน (visitor log)
- ภาพจากกล้องวงจรปิด
- บันทึกการเข้าระบบของบริษัทฯ ในกรณีที่ได้รับสิทธิเข้าถึง
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
โดยทั่วไปบริษัทฯ ไม่มีวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติฯ จากคู่สัญญาทางธุรกิจ ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้ที่บริษัทฯ จะดำเนินการเฉพาะเท่าที่จำเป็นและภายใต้ฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม กล่าวคือ ข้อมูลในเอกสารยืนยันตัวตนที่อาจมีข้อมูลอ่อนไหว (เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่อาจปรากฏข้อมูลศาสนา) — บริษัทฯ ขอให้ท่านปกปิดข้อมูลที่ไม่จำเป็นหรือบริษัทฯ จะดำเนินการ redact ข้อมูลดังกล่าว
4. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
- การติดต่อสื่อสารและการเจรจาก่อนเข้าทำสัญญา การส่งข้อมูลผลิตภัณฑ์ การจัด demo การให้ใบเสนอราคา — การปฏิบัติตามสัญญา / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
- การประมวลผลใบสมัครและข้อเสนอจากผู้ขาย/ผู้ให้บริการ — การปฏิบัติตามสัญญา / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
- การประเมินคุณสมบัติของผู้ขาย (vendor due diligence) รวมถึงด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูล — ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
- การปฏิบัติตามสัญญากับลูกค้าและผู้ขาย รวมถึงการประสานงาน การให้บริการ การส่งมอบสินค้า/บริการ — การปฏิบัติตามสัญญา / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
- การจัดการการชำระเงินและการเรียกเก็บค่าบริการ — การปฏิบัติตามสัญญา / การปฏิบัติตามกฎหมาย
- การส่งข่าวสารทางการตลาดและสื่อสารเชิงพาณิชย์ (เช่น newsletter, product updates, event invitations) — ความยินยอม / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
- การจัดอีเวนต์ webinar และการจัดการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน — การปฏิบัติตามสัญญา / ความยินยอม / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
- การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าและพันธมิตร (CRM, account management) — ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
- การปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ เช่น กฎหมายภาษี กฎหมายบริษัท กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน — การปฏิบัติตามกฎหมาย
- การดำเนินการในฐานะนิติบุคคล รวมถึงการประชุมผู้ถือหุ้น การประชุมคณะกรรมการ การยื่นเอกสารต่อหน่วยงานของรัฐ การเปิดเผยข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด — การปฏิบัติตามกฎหมาย / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
- การก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การใช้สิทธิเรียกร้อง การต่อสู้คดี — ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
- การคุ้มครองและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบและสถานที่ของบริษัทฯ — ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
5. ผู้รับข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายนอก
บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือประเภทของบุคคลต่อไปนี้ เท่าที่จำเป็นและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การประมวลผลและฐานทางกฎหมาย:
- พนักงานและผู้รับจ้างของบริษัทฯ ที่มีความจำเป็นในการเข้าถึงตามหลัก need-to-know
- บริษัทในเครือและพาร์ตเนอร์ (Another Dot Co., Ltd., Robolingo Co., Ltd., eTailligence Co., Ltd., TechMatrix Corporation) — เพื่อการให้บริการร่วมกันและการบริหารจัดการกลุ่มบริษัท
- ผู้ให้บริการคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐาน — เพื่อการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลในระบบของบริษัทฯ
- ผู้ให้บริการ CRM และ Sales Tools — เพื่อการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าและ pipeline การขาย (เช่น HubSpot, Salesforce, Pipedrive)
- ผู้ให้บริการ Marketing Automation และการสื่อสาร — เพื่อการส่งข่าวสารและการสื่อสารทางการตลาด (เช่น Mailchimp, HubSpot Marketing)
- ผู้ให้บริการลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ — เพื่อการลงนามในสัญญาและเอกสารทางธุรกิจ (เช่น DocuSign, BoldSign, Creden e-Sign)
- ผู้ให้บริการบัญชี การออกใบกำกับภาษี และระบบ ERP — เพื่อการจัดการธุรกรรมทางการเงิน
- ที่ปรึกษาด้านวิชาชีพ (ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาด้านภาษี ผู้รับประกันภัย) — เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ทางวิชาชีพและการปฏิบัติตามกฎหมาย
- ธนาคารและสถาบันการเงิน — สำหรับการชำระเงินและการรับชำระเงิน
- หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย — เมื่อมีคำสั่งตามกฎหมาย หมายศาล หรือคำขอจากหน่วยงานที่มีอำนาจ
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และหน่วยงานกำกับดูแลอื่น — สำหรับข้อมูลผู้ถือหุ้นและกรรมการตามที่กฎหมายกำหนด
- คู่สัญญาในการทำธุรกรรมองค์กร (ผู้ซื้อที่อาจเกิดขึ้น นักลงทุน ที่ปรึกษา) — ในกรณีการควบรวม ซื้อกิจการ ขายสินทรัพย์ หรือปรับโครงสร้างองค์กร
- บุคคลที่ท่านยินยอมหรือร้องขอให้บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูล
การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
- การประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลส่วนใหญ่เกิดขึ้นในระบบคลาวด์ของ Amazon Web Services และ Google ที่ตั้งอยู่ในสาธารณรัฐสิงคโปร์
- ในบางกรณีข้อมูลอาจถูกโอนไปยังประเทศอื่นเพื่อการให้บริการของผู้ประมวลผลข้อมูลภายนอก โดยบริษัทฯ จะดำเนินการให้มีกลไกการคุ้มครองที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด
6. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เท่าที่จำเป็นในระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีประโยชน์ทางธุรกิจโดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น
โดยเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ได้ใช้งานอีกต่อไปตามวัตถุประสงค์ข้างต้น บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นนิรนาม ตามมาตรฐานสำหรับการทำลายข้อมูล อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีข้อพิพาท การใช้สิทธิ์ หรือกระบวนทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวจนกว่าจะได้รับคำสั่งหรือคำพิพากษาสุดท้าย
7. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
บริษัทฯ ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติฯ เพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำ ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย ประสานงานกับ สคส. และรับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
รายละเอียดการติดต่อ DPO:
- ชื่อ: นายวิวัฒน์ กอสัมพันธ์
- อีเมล: dpo@wisesight.com
- ที่อยู่: เลขที่ 123 อาคารซันทาวเวอร์ส บี ชั้น 33 ห้องเลขที่ บี3301-3304 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
- โทรศัพท์: 022741299
8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้พระราชบัญญัติฯ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิดังต่อไปนี้ โดยรายละเอียดและขั้นตอนการใช้สิทธิแต่ละประเภทปรากฏในประกาศความเป็นส่วนตัวที่เกี่ยวข้อง:
- สิทธิในการได้รับแจ้ง: บริษัทจะมีการแจ้ง "ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)" ที่มีรายละเอียดวัตถุประสงค์ในการประมวลผลที่ชัดเจน รวมถึง "ประกาศการใช้คุกกี้ (Cookie Policy)" ที่แสดงถึงประเภทเทคโนโลยีคุกกี้ที่บริษัทมีการใช้ รวมถึงวัตถุประสงค์ในการใช้เทคโนโลยีคุกกี้เหล่านั้น และในกรณีที่บริษัทมีการประมวลผลข้อมูลไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ หรือที่นอกเหนือความยินยอมใด ๆ ที่ได้ให้ไว้ บริษัทจะแจ้ง และ/หรือขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่นอกวัตถุประสงค์ดังกล่าว
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม: เจ้าของข้อมูลสามารถขอเพิกถอนความยินยอมที่เคยให้บริษัทไว้ได้ทุกเมื่อ
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล: เจ้าของข้อมูลสามารถขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง และขอสำเนาข้อมูลกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสามารถขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูล: เจ้าของข้อมูลสามารถขอปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องได้ เพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- สิทธิในการลบข้อมูล: เจ้าของข้อมูลสามารถขอให้บริษัทลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้
- สิทธิในการโอนข้อมูล: ในกรณีที่ระบบข้อมูลของบริษัทรองรับการอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานอัตโนมัติ และสามารถใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้ รวมถึงขอให้มีการโอนถ่ายข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลอื่นโดยอัตโนมัติได้ และขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการส่งหรือโอนดังกล่าวได้
- สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูล: เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้
- สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล: เจ้าของข้อมูลสามารถขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้
ช่องทางการใช้สิทธิ
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถใช้สิทธิข้างต้นผ่านช่องทางต่อไปนี้:
- แบบฟอร์ม DSAR ออนไลน์: https://wisesight.com/legal-and-privacy/data-subject-request
- อีเมล: dpo@wisesight.com
- หนังสือส่งตรงถึง DPO: ที่อยู่สำนักงานของบริษัทฯ
- ลิงก์ unsubscribe ในอีเมลทางการตลาด: สำหรับการคัดค้านการสื่อสารทางการตลาด
9. การร้องเรียนและช่องทางติดต่อ
- ช่องทางภายในบริษัทฯ: เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถร้องเรียนต่อบริษัทฯ ผ่าน DPO ได้โดยตรงตามช่องทางที่ระบุ
- ช่องทางต่อหน่วยงานของรัฐ: ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่พอใจต่อการดำเนินการของบริษัทฯ หรือประสงค์จะร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐโดยตรง สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ที่อยู่: ชั้น 7 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 โทรศัพท์: 02-142-1033 อีเมล: saraban@pdpc.or.th เว็บไซต์: https://www.pdpc.or.th
10. การทบทวนและการแก้ไขเปลี่ยนแปลง
- การทบทวน: บริษัทฯ จะทบทวนนโยบายฉบับนี้อย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย แนวปฏิบัติของ สคส. หรือการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจที่มีนัยสำคัญ
- การแก้ไขเปลี่ยนแปลง: บริษัทจะประกาศให้พนักงานและเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องทราบผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ และช่องทางภายในที่เหมาะสม
- การมีผลบังคับใช้: การแก้ไขเปลี่ยนแปลงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ประกาศหรือวันที่ระบุในประกาศ แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นภายหลัง