Mobile Banking ช่วยผลักดัน Cashless Society ได้อย่างไร

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น โลกทุกวันนี้ขับเคลื่อนด้วย “สมาร์ทโฟน” แทบทั้งสิ้น ทุกอย่างหมุนตามเทรนด์ Mobile Frist ไม่เว้นแม้แต่ ‘ธนาคาร’ ทำให้สถาบันการเงินหลายแห่งจะต้องปรับตัวให้รวดเร็วเท่าทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปที่ทำทุกอย่างผ่านมือถือกันหมด จนเกิดเป็นโลกใหม่ที่เรากำลังมุ่งไปสู่ ได้แก่ โลกไร้เงินสด หรือ Cashless Society ที่นำอิสระและความสะดวกสบายมาให้กับชีวิต ไร้พันธนาการจากการที่ต้องมีเงินสดติดตัว เพียงแค่มีมือถือซึ่งก็กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในการใช้ชีวิตไปแล้ว นั่นจึงทำให้เราเห็นหลายๆ ธนาคารต่างมุ่งพัฒนา Mobile Banking ให้แข็งแกร่ง ตอบสนองกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ และมุ่งไปสู่ Cashless Society อย่างสมบูรณ์

 

ทั้งนี้ จากการเก็บข้อมูลอันทันสมัยจาก ZOCIAL EYE โดยบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บุกเบิกเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลอันดับหนึ่งของประเทศไทย เครื่องมือที่ใช้สำหรับการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ บน Social Media และเว็บไซต์ออนไลน์จาก ฐานข้อมูลจาก Mentions ทั้งหมด 264,517 ข้อความ ในช่วงเวลาระหว่าง 1 เมษายน ถึง 15 กันยายน 2018 บนช่องทางหลัก 3 ช่องทางสำหรับได้แก่ Facebook 133,804 ข้อความ คิดเป็น 51% , Twitter 113,904 ข้อความ คิดเป็น 43% , บนเว็บบอร์ด 16,773 ข้อความ คิดเป็น 6% และจากวอยซ์ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์นั้น เราพบว่า มี 3 ธนาคารที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเราจะนำเสนอว่า ทั้ง 3 แอปฯ ที่มีความโดดเด่นนี้ จะช่วยเราผลักดันสู่สังคมไร้เงินสดได้อย่างไรบ้าง

ฟีเจอร์โดดเด่น ที่ถูกสังคมออนไลน์พูดถึงมากที่สุด  

กรุงไทย มีการปรับโฉมรีแบรนด์ดิ้งโมบายแอปฯ ใหม่ ภายใต้ชื่อ “กรุงไทย เน็กซ์” ( Krungthai NEXT) โดยเสียงโซเชียลส่วนใหญ่ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นที่สุดได้แก่ บัตร Krungthai Travel Card ที่ออกมาตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวของผู้บริโภคในยุคนี้ ซึ่งนับเป็นโปรดักสที่ประสบความสำเร็จค่อนข้างสูง ในแง่ของการออกโปรดักส์ได้โดนใจผู้บริโภคและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้อการความสะดวกสบายความคล่องตัวในการใช้ชีวิต

กสิกรไทย เปิดตัวแอพ K PLUS เวอร์ชันใหม่ โดยบทสนทนาในโซเชียลฯ ส่วนใหญ่ที่ถูกพูดถึงมากสุดคือการเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ได้ และอยากให้มีธีมน่ารักๆ กลับมา นอกจากนี้ยังมี UI ที่ง่ายต่อการใช้งานไม่ต้องเข้าไปหลายๆ หน้า

ไทยพาณิชย์ ฟีเจอร์ที่ชาวเน็ตพูดถึงมากที่สุดได้แก่ “EASY E-KYC” บริการใหม่ที่เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ด้วยตนเองผ่านแอปฯ ได้เลยแบบไม่ต้องไปธนาคาร นอกจากนี้ ในแอปฯ ยังมีฟีเจอร์ที่สามารถสมัคร Speedy Cash หรือ Speedy Loan ที่ใช้งานง่ายสะดวกสบาย

ความโดดเด่นของ 3 Mobile Banking ที่มีต่อ Cashless Society

กรุงไทย บริการหนึ่งเดียวที่ทำให้ผู้บริโภคประทับใจสุด และสะท้อนการเป็นสังคมไร้เงินสด ได้แก่ บริการ “การจ่ายบิลค่าปรับ” ที่สามารถทำได้ภายในแอปฯ เป็นจุดเด่นที่สุดของแอปฯ Krungthai NEXT ที่ได้รับคำชมมากที่สุด รวมไปถึงบริการ Finger/ Face ID/ Touch ID เสียงส่วนใหญ่ชื่นชอบเพราะว่าใช้งานง่ายและปลอดภัย

กสิกรไทย เสียงที่ได้รับคำชมมากสุดคงเป็นเรื่องการสแกน QR Code ที่ทำให้การโอนเงินง่ายขึ้น ไม่ต้องออกไปที่ตู้ นอกจากนี้ยังมี UI ที่ง่ายต่อการใช้งานไม่ต้องเข้าไปหลายๆ หน้า

ไทยพาณิชย์ ฟีเจอร์ที่สะท้อนบทบาทนี้ที่สุดของ SCB Easy ก็คือสามารถกดเงินสดได้เลยโดยไม่ต้องใช้บัตร ATM เพราะเป็นธนาคารแรกๆ ที่ผลักดันเรื่องนี้

 

Facebook Payment

ต้องบอกว่าสังคมไร้เงินสดเติบโตมาควบคู่กับสังคมโซเชียลมีเดีย เทรนด์ใหม่ที่ได้รับการพูดอย่างมากในปัจจุบันคือเรื่อง Social Commerce ซึ่งถ้าธนาคารไหนที่รู้เท่าทันเกมการเปลี่ยนไปของอี-คอมเมิร์ซก็จะมีการปรับตัวทันในเรื่องนี้ ซึ่งเราพบว่ามี 2 ธนาคารที่ตามเกมโลกทัน ได้แก่ กรุงไทย และกสิกร

กรุงไทย ทำได้ผ่านฟีเจอร์ Pay with Krungthai NEXT ที่ให้บริการชำระเงินผ่าน Facebook Messenger ได้ โดยธนาคารได้เชื่อมต่อลิงก์จากแอปพลิเคชัน Messenger มาที่แอปฯ Krungthai NEXT เพื่อเป็นช่องทางในการชำระค่าสินค้าและบริการ เพียงแค่กดจ่ายเงินด้วย “Pay with Krungthai NEXT” ผู้ซื้อสามารถชำระเงินได้ทันที ไม่ต้องยุ่งยากในการจดจำเลขที่บัญชีของร้านค้าหรือสลับหน้าจอ แล้วยังสามารถตรวจสอบรายการพร้อมยืนยันการจ่ายเงินได้ทันทีอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นบริการที่ตอบโจทย์การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้อย่างว่องไวทีเดียว

กสิกรไทย ก็เป็นอีกเจ้าที่ทำการโอนเงินผ่านบน Facebook Messenger ได้ ช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดยอดขายเร็วขึ้นบนฟีเจอร์ที่เรียกว่า Pay with K Plus บน Facebook ไม่ต้องเหนื่อยสลับแอปฯ ไม่ต้องจำเลขที่บัญชีให้ยุ่งยาก

 

 

บทสรุป

ในแง่ของผู้บริโภคเราเห็นว่า มีการปรับตัวของผู้บริโภคที่เริ่มเข้าใจและใช้งาน Mobile Banking ได้เก่งมากขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างก้าวกระโดด ถ้าเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อน อีกทั้งเริ่มมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในความปลอดภัยกับการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ตมากขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าทางฝั่งสถาบันการเงินไม่ตอบสนองและก้าวให้ทันพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งเราเห็นภาพได้อย่างชัดเจนมากขึ้นจากทั้ง 3 Mobile Banking ดังกล่าว ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ถูกนำมาใช้พัฒนาตอบสนองเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นเรื่องง่าย ปลดปล่อยผู้บริโภคจากข้อมูลมัดว่าต้องมีเงินสดเท่านั้นถึงจะทำการชำระสินค้าได้ แต่ด้วย Mobile Banking  ที่ช่วยให้เราประหยัดทั้งเวลาและประหยัดเงินในบางกรณี จึงทำให้เรามั่นใจว่าในเร็วๆ นี้ “สังคมไร้เงินสด” โดยสมบูรณ์จะอยู่ไม่ไกลอย่างแน่นอน.

Related Content