fbpx

สัญญาอนุญาตสิทธิให้ใช้ซอฟต์แวร์

สัญญาอนุญาตสิทธิให้ใช้ซอฟต์แวร์ฉบับนี้เพื่อการใช้บริการซอฟต์แวร์ ZOCIAL EYE, WARROOM, INFLUENCER DIRECTORY (ต่อไปในสัญญาฉบับนี้ เรียกว่า “ซอฟต์แวร์”) ทีไ่ด้รับการพัฒนา ดำเนินการ และบริหารจัดการโดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด (ต่อไปในสัญญาฉบับนี้ เรียกว่า “ผู้ให้บริการ”)

โดยผู้รับบริการ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา (“ผู้รับบริการ”) ได้เข้าใช้ซอฟต์แวร์ของผู้ให้บริการตามการให้บริการที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันในเอกสารใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี) รวมถึงการใช้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายด้วย โดยการใช้ซอฟต์แวร์ของผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการรับรองว่าผู้ใช้บริการได้อ่าน ทำความเข้าใจ และตกลงที่จะผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขภายใต้ข้อตกลงการอนุญาตให้ใช้ซอฟต์แวร์นี้ (“ข้อตกลง”)

ผู้ให้บริการสงวนสิทธิในการแก้ไขเพิ่มเติม และเปลี่ยนแปลงข้อกําหนดหรือเงื่อนไขในการให้บริการได้ โดยผู้ให้บริการจะประกาศการเปลี่ยนแปลงให้ผู้รับบริการทราบผ่านทางซอฟต์แวร์ ผู้รับบริการตกลงว่า การใช้ซอฟต์แวร์ต่อไปของผู้ใช้บริการหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงให้ถือว่าผู้ใช้บริการยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น

1.1. ผู้ให้บริการตกลงอนุญาตให้ผู้รับบริการใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของผู้รับบริการโดยตรงเท่านั้น โดยผู้ให้บริการตกลงส่งมอบซอฟต์แวร์ให้แก่ผู้รับบริการ และตกลงให้บริการต่างๆ ตามที่คู่สัญญาตกลงกัน

1.2. ผู้ให้บริการเป็นผู้มีสิทธิ กรรมสิทธิ์ และผู้ถือประโยชน์ในทรัพย์สินทางปัญญาที่มีในซอฟต์แวร์ ไม่ว่าจะที่มีอยู่ในปัจจุบัน หรือที่จะมีจากการพัฒนา ดัดแปลง สร้างสรรในซอฟต์แวร์ซึ่งสร้างขึ้นโดยผู้ให้บริการ โดยรวมถึงการปรับปรุงที่ดำเนินการตามความต้องการของผู้รับบริการ (customization) ที่ดำเนินการภายใต้สัญญาฉบับนี้ด้วย (“สิทธิในซอฟต์แวร์”) โดยผู้รับบริการเป็นเพียงผู้ใช้สิทธิการเข้าถึงซอฟต์แวร์เป็นการชั่วคราวเท่านั้น ทั้งนี้ ไม่มีสิ่งใดในสัญญาฉบับนี้จะถือเป็นการส่งมอบสิทธิในซอฟต์แวร์จากผู้ให้บริการไปให้ผู้รับบริการ และสิทธิในซอฟต์แวร์จะยังคงเป็นสิทธิของผู้ให้บริการโดยสมบูรณ์ ทั้งนี้ให้รวมถึง และกระบวนการ รวมถึง ความรู้ความชำนาญ (know-how) ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ดังกล่าวด้วย

โดยการอนุญาตตามสัญญาฉบับนี้ ผู้รับบริการไม่สามารถโอนต่อ อนุญาตช่วงได้ หรือส่งมอบสิทธิการใช้งานให้กับบุคคลอื่นนอกเหนือจากผู้เกี่ยวข้องที่ผู้ให้บริการกำหนดได้ และการอนุญาตไม่ใช่การอนุญาตโดยเด็ดขาดให้แก่ผู้รับบริการแต่เพียงผู้เดียว ภายใต้ข้อตกลง และเงื่อนไขดังต่อไปนี้:

2.1. ผู้ให้บริการไม่มีหน้าที่ต้องจัดหา source code ให้แก่ผู้รับบริการ

2.2. ผู้รับบริการต้องใช้ซอฟต์แวร์ที่สำนักงานของผู้รับบริการ หรือ ณ สถานที่อื่นใดตามที่ผู้ให้บริการได้อนุมัติ หรือใช้ซอฟต์แวร์ภายในบริษัทฯ ของผู้รับบริการเท่านั้น

2.3. การใช้ซอฟต์แวร์ให้จำกัดไว้ใช้ได้เฉพาะเพียงผู้แทนที่มีอำนาจของผู้รับบริการ หรือบุคคลอื่นใด ตามที่ผู้ให้บริการอนุมัติ เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆโดยเฉพาะอันเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจ

2.4. ผู้รับบริการจะไม่ทำการให้บริการต่อ (Reselling) การใช้ซอฟต์แวร์ให้แก่บุคคลภายนอกใดๆ เว้นแต่ผู้รับบริการได้รับความยินยอมล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้บริการ

2.5. ผู้รับบริการจะไม่ทำสำเนาของซอฟต์แวร์ เว้นแต่เป็นการทำสำเนาในส่วนที่มีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ของธุรกิจ หรือได้รับอนุญาตตามสัญญาฉบับนี้ หรือจัดหา หรือจำหน่ายสำเนาของซอฟต์แวร์ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอก หรืออนุญาตให้บุคคลภายนอกใช้สำเนาของซอฟต์แวร์ ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือแปลโปรแกรมกลับ (decompile) ทำวิศวกรรมย้อนกลับ (reverse-engineer) หรือพยายามทำการอื่นใดเพื่อแกะรหัส source code ของซอฟต์แวร์ขึ้นใหม่

2.6. ผู้รับบริการจะไม่ทำสำเนาของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตสิทธิ หรือการให้บริการตามสัญญานี้ เว้นแต่มีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ของธุรกิจ หรือเว้นแต่ได้รับอนุญาตตามสัญญาฉบับนี้

2.7. ผู้รับบริการจะไม่ย้ายหรือปิดบังซ่อนเร้น การแจ้งลิขสิทธิ์ หรือเครื่องหมายการค้าของผู้ให้บริการที่ปรากฏและฝังอยู่ในซอฟต์แวร์

2.8. ผู้รับบริการจะไม่พัฒนาซอฟต์แวร์ตามสัญญาฉบับนี้เพิ่มขึ้น ไม่ว่าสำหรับเพื่อการใช้งานของตนเอง หรือของบุคคลอื่น

2.9. สำหรับการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อประมวลผลข้อมูล โดยรวมกับแพลตฟอร์ม Social Media (รวมถึงแต่ไม่จำกัดแต่เพียง Twitter, Facebook, Instagram, Google) (“Social Media”) ผู้รับบริการตกลงว่า เนื้อหาที่ถูกนำมาจาก Social Media (“เนื้อหา Social Media”) และที่ผู้ให้บริการได้จัดหาให้ผู้รับบริการ โดยสอดคล้องกับข้อกำหนดภายใต้สัญญาฉบับนี้ ต้องไม่ถูกใช้ หรือเปิดเผยโดยเจตนา แจกจ่าย หรือเปิดเผยไม่ว่าด้วยวิธีอื่นใด แก่

2.9.1. หน่วยงานของรัฐ (หรือหน่วยงานใดๆที่ให้บริการแก่หน่วยงานของรัฐดังกล่าว) เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดตาม รวมถึงแต่ไม่จำกัดแต่เพียง (i) การสอบสวน หรือการติดตามผู้ใช้งาน Social Media หรือเนื้อหา Social Media ของผู้ใช้งานดังกล่าว และ (ii) การติดตาม แจ้งเตือน หรือเฝ้าระวังติดตามสังเกตเหตุการณ์ที่ละเอียดอ่อน (รวมถึงแต่ไม่จำกัดแต่เพียง การประท้วง, การชุมนุม, หรือการนัดรวมตัวในชุมชน)

2.9.2. หน่วยงานภาครัฐ (หรือหน่วยงานใดๆ ที่ให้บริการแก่หน่วยงานภาครัฐดังกล่าว) ซึ่งมีกลไกการทำงาน หรือหน้าที่หลักในการติดตาม หรือรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง

2.9.3. หน่วยงานใดๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทำหรือดำเนินการตรวจตรา วิเคราะห์ หรือวิจัยที่เป็นการแบ่งแยกกลุ่มของบุคคล หรือบุคคลธรรมดาใดๆ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ขัดต่อกฎหมาย หรือเพื่อวัตถุประสงค์การเลือกปฏิบัติ หรือในลักษณะใดๆที่ขัดต่อความคาดหวังตามสมควรของผู้ใช้งาน Social Media ในเรื่องความเป็นส่วนตัว

2.9.4. หน่วยงานใดๆ เพื่อการตั้งเป้าหมาย แบ่งกลุ่ม หรือทำประวัติของบุคคลธรรมดา ในเรื่องสุขภาพ (รวมถึงการตั้งครรภ์) สถานะหรือเงื่อนไขทางการเงินที่เป็นข้อมูลเชิงลบ หรือการเข้าร่วมหรือความเชื่อทางการเมือง แหล่งกำเนิดเชื้อชาติ หรือชาติพันธุ์ ความเชื่อทางศาสนาหรือหลักปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ หรือรสนิยมทางเพศ การเป็นสมาชิกกลุ่มสหภาพทางการค้า ข้อมูลเกี่ยวกับการตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้กระทำความผิดอาชญากรรม หรือข้อมูลส่วนบุคคลประเภททละเอียดอ่อนตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

2.9.5. หน่วยงานใดๆ ที่มีเหตุสมควรให้เชื่อว่าจะใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อการอันฝ่าฝืนเรื่องสิทธิมนุษยชน

2.9.6. เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย ในกรณีที่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเรียกร้องข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหา Social Media หรือ ผู้ใช้งาน Social Media จากผู้รับบริการ เพื่อวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบที่ดำเนินการอยู่ ผู้รับบริการต้องติดต่อและแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบทันที และ ต้องไม่ทำการอันใดจนกว่าและเว้นแต่จะได้รับการตอบรับเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนจากผู้ให้บริการ

2.10. หากผู้รับบริการปฏิบัติผิดสัญญาข้อนี้ ผู้รับบริการต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ หรือ ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ให้บริการสำหรับความสูญหาย หรือเสียหายตามที่ผู้ให้บริการได้รับความเสียหายตามความเป็นจริง

3.1. ผู้รับบริการต้องชำระค่าตอบแทนการอนุญาตให้ใช้สิทธิ และค่าบริการ (เรียกรวมกันว่า “ค่าตอบแทน”) (ถ้ามี) ให้กับผู้ให้บริการตามอัตราและตามเงื่อนไขการชำระเงินที่กำหนดไว้ในใบเสนอราคา

3.2. เว้นแต่จะได้กำหนดหรือตกลงกันเป็นอย่างอื่นระหว่างคู่สัญญา การชำระค่าตอบแทนนั้น ผู้รับบริการตกลงชำระให้กับผู้ให้บริการทั้งหมดภายใน 30 (สามสิบ) วันนับแต่ผู้รับบริการได้รับเอกสารการเรียกเก็บเงินจากผู้ให้บริการ

3.3. การชำระค่าตอบแทนล่าช้ากว่ากำหนดที่ตกลงกันภายใต้สัญญาฉบับนี้ ผู้ให้บริการมีสิทธิคิดดอกเบี้ยตามอัตราที่กฎหมายกำหนด นับจากวันที่ถึงกำหนดชำระจนถึงวันที่ผู้ให้บริการได้รับชำระค่าตอบแทนที่คงค้างจนครบถ้วน

3.4. ในระหว่างที่มีค่าตอบแทนค้างชำระ ผู้ให้บริการมีสิทธิฝ่ายเดียวในการระงับการเข้าถึงซอฟต์แวร์ของผู้รับบริการเป็นการชั่วคราว และ/หรือระงับการให้บริการ หรือการปฏิบัติหน้าที่ใดๆที่ตนมี โดยผู้รับบริการไม่มีสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้สิทธิดังกล่าวของผู้ให้บริการ

4.1. ภายใต้เงื่อนไขของข้อสัญญาผู้ให้บริการรับรองต่อผู้รับบริการว่า 

4.1.1.ผู้ให้บริการรับรอง และรับประกันว่า ซอฟต์แวร์จะทำงานได้ในระดับสาระสำคัญ สอดคล้องกับข้อกำหนดการทำงานต่างๆ ภายใต้สัญญาฉบับนี้ ตามที่ได้ตกลงไว้ในข้อตกลงระดับการบริการ (“ข้อตกลงระดับการบริการ”)

4.1.2. ผู้ให้บริการรับรองว่าผู้ให้บริการเป็นเจ้าของสิทธิในซอฟต์แวร์แต่เพียงผู้เดียว รวมถึงการให้บริการที่เกี่ยวข้อง และยืนยันว่ามีอำนาจในการให้อนุญาตให้ผู้รับบริการใช้สิทธิในซอฟต์แวร์ และคู่มือการใช้หรือสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์และบริการตามสัญญานี้โดยชอบด้วยกฎหมาย

4.1.3. หากซอฟต์แวร์มีความชำรุดบกพร่องหรือไม่สามารถใช้งานได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ผู้ให้บริการตกลงซ่อมแซมแก้ไขซอฟต์แวร์ให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ หรือติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่ที่ได้มาตรฐานและมีคุณสมบัติเท่ากับหรือดีกว่าซอฟต์แวร์ที่อนุญาตให้ใช้สิทธิตามสัญญานี้โดยไม่ชักช้านับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากผู้รับบริการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม

4.2. ผู้ให้บริการไม่รับประกันว่า

4.2.1. ซอฟต์แวร์นั้นปราศจากข้อผิดพลาด หรือสามารถปฏิบัติการได้ตลอดเวลาโดยไม่มีข้อบกพร่อง 

4.2.2. ความผิดพลาดของการเขียนโปรแกรมทั้งหมดจะได้รับการแก้ไข 

4.2.3. ซอฟต์แวร์นั้นจะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้ตรงตามความต้องการทั้งหมดของผู้รับบริการ

4.3. การรับประกันของผู้ให้บริการนั้นไม่ครอบคลุมถึงกรณีการทำงานที่ผิดปกติของซอฟต์แวร์ ซึ่งเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกที่ไม่ได้มาจากผู้ให้บริการ รวมถึงแต่ไม่จำกัดแต่เพียง 

4.3.1. ความประมาทเลินเล่อ หรือการใช้ที่ผิดวัตถุประสงค์ของผู้รับบริการ หรือผู้รับบริการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่กำหนดไว้ตามที่ระบุไว้ในเอกสารที่เกี่ยวข้อง

4.3.2. การแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์โดยผู้รับบริการ ที่ผู้ให้บริการไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการหรือแนะนำ 

4.3.3. ผู้รับบริการไม่ได้อนุญาตให้ผู้ให้บริการทำการปรับปรุง และ/หรือ เปลี่ยนแปลงในซอฟต์แวร์ตามที่จำเป็น หรือไม่อนุญาตให้ติดตั้งผลิตภัณฑ์ใหม่และบริการที่จำเป็นซึ่งผู้ให้บริการได้แจ้งให้ผู้รับบริการทราบก่อนเข้าทำสัญญาฉบับนี้แล้ว สำหรับการรับประกันประสิทธิภาพและการทำงานของซอฟต์แวร์ที่ผู้รับบริการได้ร้องขอและผู้ให้บริการตกลง

4.3.4. การรวมซอฟต์แวร์เข้ากับโปรแกรมคอมพิวเตอร์อื่นๆ โดยผู้รับบริการ หรือ 

4.3.5. การทำงานที่ผิดปกติอันเกิดจาก มัลแวร์ (malware) รวมถึงแต่ไม่จำกัดแต่เพียง ไวรัส (viruses) โทรจัน (trojan horses), เวิร์ม (worms) และ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (ransomware) ทั้งนี้ ผู้ให้บริการมีสิทธิในการเรียกเก็บค่าบริการที่เกี่ยวข้องสำหรับการซ่อมแซม และทำให้ซอฟต์แวร์กลับคืนสู่สภาพเดิม ในกรณีดังกล่าว ตามที่ผู้รับบริการได้มีคำร้องขอในอัตราที่ตกลงกันระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย

4.3.6. ความผิดปกติ หรือความล้มเหลวในการใช้งานซอฟต์แวร์อันเนื่องมาจาก ระบบ Social Media ใดๆ นั้นเกิดปัญหาการเข้าใช้งาน

5.1. ภายใต้ขอบเขตสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้และได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ ผู้ให้บริการและ/หรือบริษัทในเครือจะไม่ต้องรับผิดชอบในค่าเสียหายที่เป็นผลสืบเนื่องโดยอ้อม ค่าเสียหายทางอ้อม ค่าเสียหายพิเศษ ค่าเสียหายเชิงลงโทษ หรือค่าเสียหายที่เป็นผลสืบเนื่อง หรือ การสูญเสียกำไร ไม่ว่าที่สามารถคาดการณ์ได้หรือไม่สามารถคาดการณ์ได้ ที่มาจากการเรียกร้องของผู้รับบริการ หรือ ผู้ใช้งาน (รวมถึงแต่ไม่จำกัดแต่เพียง การเรียกร้องในการสูญเสียข้อมูล ค่าความนิยม (goodwill) การใช้เงิน หรือการใช้ซอฟต์แวร์ การถูกขัดขวางการใช้งาน หรือการมีอยู่ของข้อมูล การถูกกีดขวางการทำงานอื่นๆ หรือการด้อยค่าของทรัพย์สินอื่นๆ) อันเกิดจากการละเมิด ความบกพร่องในการรับประกัน ไม่ว่าโดยชัดแจ้ง หรือโดยปริยาย การผิดสัญญา การผิดคำรับรอง การประมาทเลินเล่อ ความรับผิดในทางละเมิด หรือความรับผิดไม่ว่าในลักษณะใด

5.2. ภายใต้เงื่อนไขข้อสัญญาข้อข้างต้น และภายใต้ขอบเขตสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้และได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบค่าเสียหายตามจำนวนที่แท้จริง โดยความรับผิดทั้งหมดในสัญญาฉบับนี้ (รวมถึงการประมาทเลินเล่อ หรือการฝ่าฝืนหน้าที่ตามกฎหมาย หรือความรับผิดอื่นๆ ที่มีต่อคู่กรณีใดๆ) นั้น จะไม่เกินค่าตอบแทนทั้งหมดที่ผู้ให้บริการได้รับเรียบร้อยแล้วจากผู้รับบริการภายใต้สัญญาฉบับนี้ ณ เวลาใดก็ตาม

6.1. ภายใต้เงื่อนไขของข้อสัญญาข้อข้างต้น การมีอยู่หรือเนื้อหาสาระของสัญญาฉบับนี้ และข้อมูล หรือเอกสารต่างๆที่เป็นความลับ ซึ่งคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ให้ไว้ตามสัญญาฉบับนี้ หรือที่เกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับนี้ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดแต่เพียง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปัน อัตราค่าบริการ/ค่าตอบแทน ข้อมูลที่ปรากฎอยู่ในผลสำเร็จของงานที่จ้าง ตามข้อกำหนดของสัญญาฉบับนี้) (“ข้อมูลอันเป็นความลับ”) ต้องได้รับการรักษาโดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นความลับอย่างเด็ดขาด และต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ของสัญญาฉบับนี้อย่างเคร่งครัด โดยต้องไม่ถูกเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่อยู่ภายใต้บังคับตามกฎหมายหรือกฎระเบียบใดๆที่ควบคุมคู่สัญญาสองฝ่าย ซึ่งในกรณีนี้ข้อมูลอันเป็นความลับดังกล่าวจะเปิดเผยได้ก็ต่อเมื่อได้ปรึกษาคู่สัญญาฝ่ายที่เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลแล้วเท่านั้น การเปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับตามสัญญาฉบับนี้ โดยคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปยังบุคคลภายนอกต้องได้รับการอนุญาตล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่าย โดยการอนุญาตดังกล่าวต้องไม่ถูกทำให้ล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลสมควร

6.2. หลังจากสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง เมื่อคู่สัญญาอีกฝ่ายร้องขอ คู่สัญญาฝ่ายนั้นต้องส่งคืน หรือทำลายเอกสาร และสื่อต่างๆทั้งหมดที่บรรจุข้อมูลอันเป็นความลับในทันที โดยต้องดำเนินการลบข้อมูลอันเป็นความลับที่ถูกจัดเก็บทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดอย่างถาวร และต้องชดใช้และป้องกันคู่สัญญาอีกฝ่ายจากค่าเสียหาย หรือข้อเรียกร้อง ซึ่งเกิดขึ้นจากความล้มเหลวของคู่สัญญาฝ่ายที่ผิดสัญญาในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวตามสัญญาฉบับนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัยการส่งข้อมูลอันเป็นความลับคืนตามข้อสัญญาข้อนี้ ไม่เป็นการปลด ปล่อยคู่สัญญาฝ่าจากหน้าที่อื่นๆของตน

6.3. หน้าที่การไม่เปิดเผยข้อมูลตามสัญญาฉบับนี้จะยังมีผลบังคับอยู่ต่อไปแม้สัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง

7.1. สัญญาฉบับนี้จะสิ้นสุดครบกำหนดระยะเวลาสัญญาตามใบเสนอราคา หรือเมื่อมีการบอกเลิกสัญญาโดยคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง

8.1. ข้อห้ามการโอน: คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถทำการโอนสัญญาฉบับนี้ หรือส่งต่อด้วยวิธีใดๆ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สัญญาอีกฝ่าย 

8.2. นิติสัมพันธ์: ความสัมพันธ์ระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายภายใต้สัญญาฉบับนี้เป็นความสัมพันธ์ในลักษณะที่เป็นอิสระต่อกัน คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มีอำนาจทำการใดเพื่อให้มีผูกพันตามกฎหมายต่อคู่สัญญาอีกฝ่าย และบทบัญญัติใดในสัญญาฉบับนี้จะไม่ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ของนายจ้างและลูกจ้าง ตัวการและตัวแทน การร่วมลงทุน หรือหุ้นส่วนระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องไม่ถูกถือว่าเป็นตัวแทน ลูกจ้าง ผู้แทนตามกฎหมาย หุ้นส่วน หรือการร่วมลงทุนของคู่สัญญาอีกฝ่ายเพื่อวัตถุประสงค์ใดๆก็ตาม

8.3. ข้อห้ามการชักชวน: คู่สัญญาฝ่ายใดทั้งสองฝ่ายให้สัญญาว่า ในระหว่างระยะเวลาของสัญญา และ 1 (หนึ่ง) ปีหลังจากสัญญาสิ้นสุด คู่สัญญาฝ่ายนั้นต้องไม่ชักชวน เข้าแทรกแซง หรือพยายามชักนำลูกจ้าง หรือผู้รับบริการ หรือลูกจ้างของคู่สัญญาอีกฝ่าย หรือผู้รับบริการของบริษัทใดๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับคู่สัญญาอีกฝ่าย ไม่ว่าเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่น เว้นแต่ ได้รับความยินยอมล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่าย

8.4. เหตุสุดวิสัย: คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะได้รับการยกเว้นจากการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาฉบับนี้ และไม่ต้องรับผิดในความล่าช้าของการปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด หรือบางส่วนที่มีสาเหตุมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อันอยู่เหนือความควบคุมตามสมควรของคู่สัญญาฝ่ายนั้น หรืออยู่เหนือความควบคุมของผู้รับจ้างช่วง และผู้จัดหาสินค้าและบริการให้แก่คู่สัญญาฝ่ายนั้น รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สงคราม การก่อวินาศกรรม การก่อการกบฏ การจลาจล การกระทำใดๆของผู้เป็นปรปักษ์ต่อรัฐ ความล้มเหลวหรือความล่าช้าในการขนส่งสาธารณะ การกระทำของรัฐบาลหรือตัวแทน หรือหน่วยงานของรัฐบาลซึ่งส่งผลกระทบต่อข้อกำหนดของสัญญาฉบับนี้ อุบัติเหตุ อัคคีภัย แผ่นดินไหว การระเบิด อุทกภัย สภาวะอากาศที่รุนแรง โรคระบาด หรือการขาดแคลนแรงงาน น้ำมัน วัตถุดิบ หรือเครื่องจักร หรือ เหตุรุนแรงอื่น อันอยู่เหนือความควบคุมตามสมควรของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 

8.5. สัญญาทั้งหมด: สัญญาฉบับนี้กำหนดข้อตกลงทั้งหมดของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย เกี่ยวกับเนื้อหาสาระตามที่ได้ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ และให้มีผลเปลี่ยนแทนการตกลงต่างๆ ที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า หรือพร้อมกันกับสัญญาฉบับนี้ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โดยสัญญาฉบับนี้ไม่สามารถถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกได้ เว้นแต่โดยการกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรลงลายมือชื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย

8.6. การไม่สละสิทธิ: การสละสิทธิ หรือเปลี่ยนแปลง หรือความล้มเหลวในการเรียกร้องการปฏิบัติตามข้อ ตกลงของสัญญาฉบับนี้โดยคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่เป็นการทำให้เป็นโมฆะ การสละสิทธิ หรือการ เปลี่ยนแปลงในเงื่อนไขและข้อกำหนดอื่นๆ ภายใต้สัญญาฉบับนี้ และไม่อาจถูกตีความได้ว่าเป็นการสละ หรือยกเลิกสิทธิดังกล่าวของคู่สัญญาฝ่ายนั้นในการปฏิบัติการดังกล่าว หรือการปฏิบัติบังคับตามข้อกำหนดดังกล่าวในอนาคต

8.7. ข้อกำหนดแยกส่วน: ในกรณีที่ข้อกำหนดใดในสัญญาฉบับนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เป็น หรือกลายเป็นข้อกำหนดที่ไม่สมบูรณ์ ขัดต่อกฎหมาย หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ ความไม่สมบูรณ์ ขัดต่อกฎหมาย หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้นั้น ต้องไม่มีผลกระทบต่อข้อกำหนด หรือส่วนอื่นๆ ที่เหลือในสัญญาฉบับนี้ ทั้งนี้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องเจรจาต่อรองกัน ด้วยความสุจริตเพื่อเปลี่ยนแทนข้อกำหนดที่ไม่สมบูรณ์ หรือขัดต่อกฎหมายนั้น ด้วยข้อกำหนดที่สมบูรณ์ และชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งให้ผลใกล้เคียงกับข้อกำหนดเดิมให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

8.8. กฎหมายที่ใช้บังคับ และการระงับข้อพิพาท: สัญญาฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับ และต้องได้รับการตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย และกรณีมีข้อพิพาท ให้คู่สัญญานำคดีฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจตามสัญญานี้