fbpx

สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อการให้บริการของ บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด (“ผู้ให้บริการ” “บริษัท”) และผู้รับบริการตามเอกสารใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ หรือเอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)  

โดยที่ ผู้รับบริการได้ใช้บริการซอฟต์แวร์สำหรับการรับฟัง วิเคราะห์ข้อมูลสื่อสังคมออนไลน์ และ/หรือ บริการอื่นที่บริษัทจัดให้แก่ผู้รับบริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การให้บริการโปรแกรม Social listening การให้บริการศึกษาวิจัยผลิตภัณฑ์กับกลุ่มเจ้าของข้อมูลเฉพาะที่ผู้รับบริการระบุไว้ และการให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีการส่งต่อเปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์จากบริษัทฯ ตามเอกสารใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ หรือเอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)  (“บริการ” และ/หรือ “บริการ/สัญญาที่อ้างถึง”) และ ในการให้บริการ บริษัทมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ผู้รับบริการจะอยู่ในฐานะที่เป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” และบริษัทเป็น “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ตามนิยามและหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เว้นแต่ได้ระบุไว้อย่างชัดแจ้งให้เป็นอย่างอื่นภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ ให้เงื่อนไขและข้อกำหนดของสัญญามีผลใช้บังคับกับข้อตกลงฉบับนี้ด้วย โดยในกรณีที่เกิดความขัดแย้งกันระหว่างข้อตกลงฉบับนี้กับสัญญา ให้ข้อกำหนดของสัญญามีผลบังคับเหนือกว่าและมีผลใช้บังคับ

1.1. สัญญาฉบับนี้ให้มีผลบังคับนับตั้งแต่วันที่บริการ/สัญญาที่อ้างถึงมีผลบังคับ และให้มีผลบังคับจนถึงวันที่ครบกำหนดการให้บริการ หรือครบอายุสัญญาตามบริการ/สัญญาที่อ้างถึง

2.1. เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการ ผู้รับบริการตกลงเปิดเผย และส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคล ให้แก่บริษัทฯ และบริษัทฯ ตกลงรับเอาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อจุดประสงค์เฉพาะในการให้บริการภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้

        ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการอ้างอิง ภายใต้สัญญาฉบับนี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

3.1. ภายใต้เงื่อนไขสัญญาฉบับนี้ ผู้รับบริการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรับประกันและยืนยันว่า ผู้รับบริการได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทฯ เพื่อประมวลผลในการให้บริการ ซึ่งหน้าที่ดังกล่าวรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ชัดเจนและเพียงพอให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ เกี่ยวกับการส่งต่อและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ที่ผู้รับบริการจะได้เปิดเผยและส่งต่อให้แก่ บริษัทภายใต้สัญญาฉบับนี้ และ/หรือการได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลสำหรับการดำเนินการดังกล่าว

          เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย ภายใต้สัญญาฉบับนี้ “กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กฎระเบียบ หรือคำสั่งที่มีผลบังคับใช้กับการคุ้มครองข้อมูลหรือความเป็นส่วนตัวของข้อมูลทั้งหมด ซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ ซึ่งมีผลบังคับใช้อยู่ในขณะนี้ หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต

3.2. กรณีผู้รับบริการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้องแก่บริษัทฯ บริษัทฯ จะถือว่า ผู้รับบริการรับรองและรับประกันว่า ผู้รับบริการมีสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในการเก็บ รวบรวม ประมวลผล ใช้และส่งต่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้องให้แก่บริษัทประมวลผล ในฐานะ “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” และผู้รับบริการรับประกันว่าได้ดำเนินการทุกขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อรับประกันการเปิดเผยส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้อง ให้แก่บริษัทฯ ภายใต้เงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้แล้ว

3.3. ในกรณีที่ผู้รับบริการไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนตามหน้าที่ที่ต้องดำเนินการ ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมาต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัทในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับบริการรับทราบ และตกลงว่า 

        (ก) บริษัทไม่ต้องรับผิดสำหรับความเสียหายและการร้องเรียนใด ภายใต้สัญญาฉบับนี้ และภายใต้กฎหมายอื่น สำหรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจาก กรณีที่บริษัทไม่สามารถให้บริการ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ อันเนื่องมาจากเหตุที่เป็นความผิดหรือความบกพร่องของผู้รับบริการ และ 

      (ข) ผู้รับบริการตกลงรับประกันชดเชยความเสียหายไม่ว่าลักษณะใดที่เกิดขึ้นจากการละเมิดดังกล่าวให้แก่บริษัท อันเกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องโดยตรงจากความบกพร่องของผู้รับบริการดังกล่าว ภายใต้เงื่อนไขที่ การชดเชยความเสียหายดังกล่าวจะไม่กระทบต่อสิทธิอื่นที่บริษัทอาจมี ภายใต้กฎหมาย หรือภายใต้สัญญาฉบับนี้

4.1. บริษัทในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล กระทำการเพื่อและแทนผู้รับบริการ ตกลงดำเนินการ ดังนี้

(ก) ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้ขอบเขตเท่าที่จำเป็นเพื่อการให้บริการ หรือการปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ หรือตามคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรของผู้รับบริการเท่านั้น

(ข) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่อาจได้รับ หรือเก็บรวบรวม จากการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ผู้รับบริการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเจ้าของข้อมูลเข้าดำเนินการตรวจสอบได้

(ค) เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะ “เท่าที่จำเป็น” และเพื่อจุดประสงค์เฉพาะคือการให้บริการ รวมถึงรับประกันว่า ผู้ที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบริษัทจะปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สัญญาฉบับนี้

(ง) ทำลายหรือส่งคืนข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ได้รับในทันทีเมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่การให้บริการ เมื่อมีการยกเลิกสัญญาฉบับนี้ หรือเมื่อมีการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรโดยผู้รับบริการ

(จ) รักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ที่บริษัทประมวลผลภายใต้เงื่อนไขการให้บริการ ให้ได้ตามมาตรฐานในระดับที่เหมาะสม และแจ้งผู้รับบริการ ทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเปิดเผยที่เกิดขึ้น รวมถึงต้องให้ความร่วมมือที่เกี่ยวข้องในการจัดการเหตุการณ์ดังกล่าว และ

(ฉ) ให้ความช่วยเหลือตามสมควร เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถดำเนินการตามคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

5.1. ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาฝ่ายที่ไม่ได้ละเมิดเงื่อนไขมีสิทธิ 

       (1) บอกเลิกสัญญาฉบับนี้ได้ฝ่ายเดียว หากคู่สัญญาที่ละเมิดเงื่อนไขไม่สามารถแก้ไขเยียวยาการละเมิดดังกล่าวได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสมที่คู่สัญญาฝ่ายที่ไม่ได้ละเมิดเงื่อนไขได้กำหนดไว้ และ/หรือ 

        (2) กำหนดให้คู่สัญญาฝ่ายที่ละเมิดเงื่อนไข ชดเชยความเสียหายไม่ว่าลักษณะใดที่เกิดขึ้นจากการละเมิดดังกล่าวทั้งสิ้น ให้แก่ตนได้เต็มจำนวน

6.1. ภายใต้เงื่อนไขของข้อสัญญาข้อข้างต้น การมีอยู่หรือเนื้อหาสาระของสัญญาฉบับนี้ และข้อมูล หรือเอกสารต่างๆที่เป็นความลับ ซึ่งคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ให้ไว้ตามสัญญาฉบับนี้ หรือที่เกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับนี้ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดแต่เพียง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปัน อัตราค่าบริการ/ค่าตอบแทน ข้อมูลที่ปรากฎอยู่ในผลสำเร็จของงานที่จ้าง ตามข้อกำหนดของสัญญาฉบับนี้) (“ข้อมูลอันเป็นความลับ”) ต้องได้รับการรักษาโดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นความลับอย่างเด็ดขาด และต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ของสัญญาฉบับนี้อย่างเคร่งครัด โดยต้องไม่ถูกเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่อยู่ภายใต้บังคับตามกฎหมายหรือกฎระเบียบใดๆที่ควบคุมคู่สัญญาสองฝ่าย ซึ่งในกรณีนี้ข้อมูลอันเป็นความลับดังกล่าวจะเปิดเผยได้ก็ต่อเมื่อได้ปรึกษาคู่สัญญาฝ่ายที่เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลแล้วเท่านั้น การเปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับตามสัญญาฉบับนี้ โดยคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปยังบุคคลภายนอกต้องได้รับการอนุญาตล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่าย โดยการอนุญาตดังกล่าวต้องไม่ถูกทำให้ล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลสมควร

6.2. หลังจากสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง เมื่อคู่สัญญาอีกฝ่ายร้องขอ คู่สัญญาฝ่ายนั้นต้องส่งคืน หรือทำลายเอกสาร และสื่อต่างๆทั้งหมดที่บรรจุข้อมูลอันเป็นความลับในทันที โดยต้องดำเนินการลบข้อมูลอันเป็นความลับที่ถูกจัดเก็บทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดอย่างถาวร และต้องชดใช้และป้องกันคู่สัญญาอีกฝ่ายจากค่าเสียหาย หรือข้อเรียกร้อง ซึ่งเกิดขึ้นจากความล้มเหลวของคู่สัญญาฝ่ายที่ผิดสัญญาในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวตามสัญญาฉบับนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัยการส่งข้อมูลอันเป็นความลับคืนตามข้อสัญญาข้อนี้ ไม่เป็นการปลด ปล่อยคู่สัญญาฝ่าจากหน้าที่อื่นๆของตน

6.3. หน้าที่การไม่เปิดเผยข้อมูลตามสัญญาฉบับนี้จะยังมีผลบังคับอยู่ต่อไปแม้สัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง

7.1. สัญญาฉบับนี้จะสิ้นสุดครบกำหนดระยะเวลาสัญญาตามการให้บริการะหว่างบริษัทกับผู้รับบริการ

8.1. ข้อห้ามการโอน: คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถทำการโอนสัญญาฉบับนี้ หรือส่งต่อด้วยวิธีใดๆ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สัญญาอีกฝ่าย 

8.2. ข้อกำหนดแยกส่วน: ในกรณีที่ข้อกำหนดใดในสัญญาฉบับนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เป็น หรือกลายเป็นข้อกำหนดที่ไม่สมบูรณ์ ขัดต่อกฎหมาย หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ ความไม่สมบูรณ์ ขัดต่อกฎหมาย หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้นั้น ต้องไม่มีผลกระทบต่อข้อกำหนด หรือส่วนอื่นๆ ที่เหลือในสัญญาฉบับนี้ ทั้งนี้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องเจรจาต่อรองกัน ด้วยความสุจริตเพื่อเปลี่ยนแทนข้อกำหนดที่ไม่สมบูรณ์ หรือขัดต่อกฎหมายนั้น ด้วยข้อกำหนดที่สมบูรณ์ และชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งให้ผลใกล้เคียงกับข้อกำหนดเดิมให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

8.3. กฎหมายที่ใช้บังคับ และการระงับข้อพิพาท: สัญญาฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับ และต้องได้รับการตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย และกรณีมีข้อพิพาท ให้คู่สัญญานำคดีฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจตามสัญญานี้