ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 โลกโซเชียลมีเดียของภาคธุรกิจยังคงขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง Wisesight Research ได้รวบรวมข้อมูลจากกว่า 2,300 แบรนด์ใน 27 กลุ่มอุตสาหกรรม บนแพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ Facebook, Instagram, TikTok, YouTube และ X (Twitter) เพื่อสะท้อนภาพรวมของ “Business Usage” หรือการใช้โซเชียลมีเดียในเชิงธุรกิจของไทย โดยแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมใหม่ของแบรนด์และผู้บริโภค รวมถึงการเปลี่ยนผ่านของแพลตฟอร์มที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปี 2568 (มกราคม – มิถุนายน 2568)


Key Takeaways

  • แบรนด์เริ่มให้ความสำคัญกับ “คุณภาพคอนเทนต์” มากกว่า “ปริมาณโพสต์” โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่เน้นวิดีโอสั้นและภาพเคลื่อนไหว
  • พฤติกรรมผู้ใช้เริ่มกระจายไปยัง Instagram และ X (Twitter) มากขึ้น สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของโซเชียลในปี 2568 (มกราคม – มิถุนายน 2568)
  • แบรนด์ที่ใช้ Social Listening และ Performance Data มาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค จะช่วยให้สามารถสร้างคอนเทนต์ที่ตรงใจและได้ผลลัพธ์เหนือคู่แข่ง

สภาพแวดล้อมของการใช้งานโซเชียลมีเดียในครึ่งปีแรก 2568 

engagement

ในช่วง Q1- Q2/2568 (2025) มีคอนเทนต์มากกว่า 823,000 ชิ้น เพิ่มขึ้นราว 8% จากปีก่อนหน้า และเกิด Engagement รวมกว่า 736 ล้านครั้ง ซึ่งเติบโตถึง เกือบ 67% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2567 การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นว่า “คุณภาพของคอนเทนต์” มีความสำคัญมากกว่า “ปริมาณโพสต์” เพราะแม้จำนวนคอนเทนต์จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ Engagement พุ่งสูงเกือบสองเท่า โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่เน้นเนื้อหาเชิงวิดีโอและภาพเคลื่อนไหว

  • TikTok กลายเป็นแพลตฟอร์มที่สร้าง Engagement ได้มากที่สุด
  • Facebook ยังคงเป็นช่องทางหลักของแบรนด์ แต่มีสัดส่วนลดลง
  • Instagram และ X (Twitter) มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ความรู้เพิ่มเติม

  • Engagement คืออะไร? 
    • Engagement คือ การมีส่วนร่วมของผู้บริโภคกับแบรนด์ผ่านการกดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ คลิก หรือการโต้ตอบรูปแบบอื่น ๆ

เมื่อการแข่งขันในโลกโซเชียลผลักดันการเติบโตของ Engagement

wisesight research

ครึ่งแรกของปี 2568 (มกราคม – มิถุนายน 2568) เป็นช่วงที่โซเชียลมีเดียของไทยมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจเริ่มปรับกลยุทธ์จากการโพสต์ปริมาณมาก มาเป็นการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และตรงใจมากกว่าเดิม โดยเฉพาะแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น และการทำคอนเทนต์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ (Brand Image) ที่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของปีนี้

ในหลายอุตสาหกรรมเร่งสร้างคอนเทนต์และกิจกรรมบนโซเชียลมีเดียเพื่อตอบรับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมของ Engagement เติบโตอย่างก้าวกระโดดในหลายหมวดธุรกิจ โดยเฉพาะ

  • กลุ่ม Delivery ที่มี Engagement เพิ่มขึ้นกว่า 692%
  • กลุ่ม Shopping Center & Department Store ขยายเพิ่มขึ้น 584%
  • กลุ่ม Personal Care เพิ่มขึ้น 152%

ขณะเดียวกันก็มีบางอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มลดลง ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำว่าการเติบโตบนโซเชียลไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณโพสต์ แต่คือความสามารถของแบรนด์ในการสร้างคอนเทนต์ที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมได้ตรงใจผู้บริโภค

การเปลี่ยนแปลงของแต่ละแพลตฟอร์ม

แต่ละแพลตฟอร์มของโซเชียลมีเดียต่างปรับบทบาทและพฤติกรรมผู้ใช้ไปในทิศทางที่ชัดเจนขึ้น Facebook ยังคงเป็นฐานหลักของแบรนด์ แต่พฤติกรรมการมีส่วนร่วมเริ่มกระจายไปยังแพลตฟอร์มอื่น โดยเฉพาะ TikTok, Instagram และ X ที่กลายเป็นพื้นที่สร้าง Engagement และโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ สำหรับธุรกิจ

1 Facebook จากแพลตฟอร์มหลัก สู่การปรับบทบาทใหม่

facebook

Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่แบรนด์ใช้มากที่สุด (55%) แม้จะมีสัดส่วนน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อนก็ตาม และมี Engagement เพิ่มขึ้นกว่า 17% สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ส่วนใหญ่ยังคงใช้คอนเทนต์ประเภท 

  • นำเสนอโปรโมชัน ส่วนลด เกี่ยวกับสินค้า (Promotional Content) และ การนำเสนอสินค้าหรือบริการ (Product / Service Endorsement) เป็นหลัก
  • โดยมี Skincare และ Shopping Center & Department Store เป็นกลุ่มธุรกิจที่สร้าง Engagement สูงสุดในช่วงครึ่งปีแรกนี้
  • สำหรับกลุ่มธุรกิจ Delivery เติบโตบน Facebook ถึง 237% จากการใช้คอนเทนต์แจกของรางวัล และสิทธิพิเศษเพื่อกระตุ้นยอด Engagement

2 TikTok พื้นที่ทองของ Engagement

tiktok

TikTok สร้าง Engagement สูงสุดของทุกแพลตฟอร์ม (เกือบ 282 ล้านครั้ง) หรือคิดเป็นกว่า 38% ของ Engagement ทั้งหมดในตลาด แบรนด์จำนวนมากเริ่มหันมาใช้ TikTok ในการสร้างความบันเทิง และทดลองรูปแบบคอนเทนต์ใหม่ ๆ เนื้อหาที่ผู้ชมมีส่วนร่วมมากที่สุดคือ

  • คอนเทนต์แนว ตลก สนุก หรือบันเทิง (Humorous and Entertaining) และ การนำเสนอสินค้าหรือบริการ (Product / Service Endorsement)
  • โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ Cosmetics, Skincare และ Delivery มีการเติบโตที่โดดเด่นกว่าอุตสาหกรรมอื่น 

อินไซต์ที่น่าสนใจคือแบรนด์ที่เข้าใจแนวทางการทำคอนเทนต์บน TikTok สามารถสร้างผลลัพธ์เหนือคู่แข่งได้อย่างชัดเจน

3 Instagram เมื่อความสวยงามมาพร้อมพลังของแบรนด์

instagram

Instagram มีอัตราการเติบโตของ Engagement สูงกว่าปีก่อนราว 122.99%  และมียอด Engagement รวมกว่า 160 ล้านครั้ง โดยกลุ่มธุรกิจ 

  • Shopping Center & Department Store ครองอันดับหนึ่งด้วย Engagement กว่า 92 ล้านครั้ง จากคอนเทนต์แนว คอนเทนต์ที่แบรนด์ใช้ คนดัง / ศิลปิน / อินฟลูเอนเซอร์ (Celebrity Endorsement) และการนำเสนอสินค้าหรือบริการ (Product / Service Endorsement) โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ ที่แบรนด์ใช้ศิลปินและ Influencer ถ่ายทอดภาพลักษณ์ได้อย่างลงตัว 
  • อีกด้านหนึ่ง กลุ่ม Delivery และ Insurance & Assurance ก็เป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่เติบโตเร็วบนแพลตฟอร์มนี้เช่นกัน

ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่า Instagram ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แบรนด์ไลฟ์สไตล์อีกต่อไป แต่เปิดโอกาสให้ทุกธุรกิจสร้างตัวตนผ่านคอนเทนต์ภาพและวิดีโอที่ “เล่าเรื่องอย่างมีอารมณ์”

4 X (Twitter) การกลับมาของคอนเทนต์ไวรัล

x-twitter-report

แพลตฟอร์ม X (Twitter) กลับมาคึกคักอีกครั้งในครึ่งปีแรกของปี 2568 ด้วยการเติบโตของ Engagement กว่า 249% และจำนวนคอนเทนต์เพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับปีก่อน แบรนด์จำนวนมากเริ่มใช้พื้นที่นี้ในการสร้างคอนเทนต์เชิงไวรัล เช่น

  • การนำเสนอสินค้าหรือบริการ (Product / Service Endorsement) ที่ได้รับความนิยมสูงสุด
  • รองมาคือ คอนเทนต์ที่แบรนด์ใช้ คนดัง / ศิลปิน / อินฟลูเอนเซอร์ (Celebrity Endorsement) และ คอนเทนต์แนว ตลก สนุก หรือบันเทิง (Humorous and Entertaining) 
  • โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ Shopping Center และ Delivery ที่สามารถใช้ความเร็วและกระแสของแพลตฟอร์มให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • ในทางกลับกัน กลุ่ม Delivery คือผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุด โดยมีอัตราการเติบโตของ Engagement สูงถึง 1,125% จากการสื่อสารแนว “มุกตลก แซว หรือเล่นกับเทรนด์” ทำให้ผู้บริโภครู้สึกใกล้ชิดและเข้าถึงง่ายกว่าแบรนด์ที่ใช้ภาษาทางการเกินไป

X (Twitter) คือแพลตฟอร์มที่เหมาะกับ “คอนเทนต์เรียลไทม์และไวรัล” ธุรกิจที่ต้องการเพิ่มการจดจำควรจับกระแสให้ทัน สื่อสารด้วยโทนที่เป็นกันเอง และกล้าเล่นกับบุคลิกของแบรนด์มากขึ้น

5 YouTube: พื้นที่สร้างการรับรู้ผ่านวิดีโอแบรนด์

youtube report

ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 YouTube ยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะแพลตฟอร์มวิดีโอระยะยาวที่ช่วยสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ของแบรนด์ จำนวนคอนเทนต์ และ Engagement ของบัญชีธุรกิจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมี

  • อุตสาหกรรม Shopping Center & Department Store เป็นผู้ใช้งานหลัก
  • แต่กลุ่ม Beverage กลับเป็นอุตสาหกรรมที่สร้าง Engagement สูงที่สุด
  • และคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมบน YouTube คือ การนำเสนอสินค้าหรือบริการ (Product / Service Endorsement) ซึ่งเน้นการรีวิวสินค้าและบริการของแบรนด์ พร้อมสื่อสารผ่านวิดีโอคุณภาพสูงที่ผสานทั้งข้อมูลและอารมณ์

แบรนด์ส่วนใหญ่ใช้ YouTube เป็น “พื้นที่ขยายเรื่องราวของแคมเปญ” ให้ลึกกว่าโพสต์สั้นบนแพลตฟอร์มอื่น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มเวลาการมีส่วนร่วมของผู้ชม

สรุปภาพรวมการเคลื่อนไหวของแต่ละแพลตฟอร์ม

platform summary

เมื่อเทียบการใช้งานโซเชียลของธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรก 2568 พบว่าแต่ละแพลตฟอร์มยังคงมีบทบาทแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย Shopping Center & Department Store ยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่เคลื่อนไหวมากที่สุดในทุกช่องทาง ขณะที่ลักษณะคอนเทนต์และประเภทการสื่อสารที่ได้รับความนิยมบนแต่ละแพลตฟอร์มเริ่มสะท้อน “เอกลักษณ์” ของผู้ใช้งานเฉพาะตัวมากขึ้น ทั้งด้านรูปแบบ เนื้อหา และอารมณ์ของการมีส่วนร่วม

ก้าวสู่ยุคโซเชียลมีเดียที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและอินไซต์

ข้อมูลและอินไซต์จาก Social Listening และ Performance Data กลายเป็นหัวใจสำคัญในการวางกลยุทธ์คอนเทนต์ (Content Strategy) และ Social Media Marketing การนำข้อมูลเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ช่วยให้แบรนด์สร้างการสื่อสารที่ตรงใจผู้บริโภค เพิ่มการมีส่วนร่วม และสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว นั่นหมายความว่า การทำโซเชียลมีเดียในปี 2568 ต้องเป็นการสื่อสารที่ “ขับเคลื่อนด้วยอินไซต์และข้อมูลอย่างแท้จริง” เพื่อให้แบรนด์ก้าวสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เริ่มสร้างกลยุทธ์โซเชียลมีเดียที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลวันนี้

Wisesight-Research