เจาะลึกคอนเทนต์ TikTok สำหรับธุรกิจที่ช่วยสร้าง Engagement ได้ดี พร้อมบอกเล่าเทคนิคที่หาได้จากอินไซต์บนโซเชียลมีเดียที่นักการตลาดไม่ควรพลาด!

“คอนเทนต์ TikTok” อีกหนึ่งช่องทางมาแรงที่แบรนด์ต้องจับตามอง!

ปัจจุบัน TikTok ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ทรงอิทธิพลที่สุดในการสร้างแบรนด์และสื่อสารกับผู้บริโภคในประเทศไทย โดยเฉพาะในปี 2024 ที่ผ่านมา จากข้อมูลของ Datareportal พบว่า อัตราการใช้งาน TikTok ในกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอายุ 16–64 ปีในประเทศไทย เพิ่มขึ้นจาก 78% ในปี 2023 เป็น 83% ในปี 2024 ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของผู้บริโภค ที่หันมาใช้ TikTok เป็นศูนย์กลางสำหรับติดตามข้อมูล ความบันเทิง และบทสนทนาเกี่ยวกับสินค้าและแบรนด์ต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ

ขณะเดียวกัน แบรนด์ในประเทศไทยเองก็เร่งปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับกับกระแส TikTok ที่กำลังมาแรงด้วยการเพิ่มความถี่ในการโพสต์ และทดลองรูปแบบคอนเทนต์ TikTok ใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง ซึ่งจากฐานข้อมูลของทีม Wisesight Research ที่ทำการเก็บข้อมูลการเติบโตของจำนวนโพสต์บน TikTok ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 มีปริมาณการโพสต์ที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 มากถึง 45.08% 

ชี้ให้เห็นว่า TikTok ไม่ได้เป็นเพียงแค่ช่องทางในการเข้าถึงคนจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นพื้นที่ในการสร้างความผูกพันกับผู้ชมได้อย่างลึกซึ้งและมีคุณภาพ และเป็นบทพิสูจน์ว่า การมีตัวตนบน TikTok อย่างต่อเนื่องและสร้างสรรค์ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง

ก้าวเข้าสู่ปี 2025 TikTok ยังคงรักษาสถานะในฐานะแพลตฟอร์มที่ “สร้างคน–สร้างกระแส–สร้างแบรนด์” ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคเริ่มลดความสนใจต่อโฆษณารูปแบบเดิม ๆ และหันมาโหยหาเนื้อหาที่จริงใจ เชื่อมโยงกับความรู้สึก และเปิดพื้นที่ให้มีส่วนร่วมมากขึ้น

TikTok Content อีกหนึ่งช่องทางการทำการตลาดสำหรับธุรกิจ
ที่มาภาพ:
https://buffer.com/resources/tiktok-marketing/

ในบริบทนี้ การที่แบรนด์สามารถเล่าเรื่องในจังหวะที่ใช่ด้วยพลังบวกหรืออารมณ์ร่วมที่แท้จริง กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้าง Engagement ที่ยั่งยืน และ TikTok คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริงด้วยรูปแบบคอนเทนต์ที่ยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย และกระตุ้นการมีส่วนร่วมได้แบบเรียลไทม์ แบรนด์ที่เข้าใจจังหวะและอารมณ์ของผู้ชม จึงไม่เพียงแค่ผ่านสายตา แต่ยังสามารถเข้าไปฝังอยู่ในใจของผู้บริโภคได้อีกด้วย

ทำไมคอนเทนต์ “Owned Media” บน TikTok ถึงกลายเป็นหัวใจของกลยุทธ์แบรนด์ในยุคนี้?

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในโลกดิจิทัล TikTok กำลังกลายเป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับวิดีโอสั้น แต่คือพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ที่แบรนด์ใช้ในการสร้างบทสนทนา และเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายในระยะยาว 

ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลล่าสุดยังตอกย้ำศักยภาพของ TikTok ได้อย่างชัดเจน ซึ่งพบว่าในไตรมาสแรกของปี 2568 ช่องทาง Owned Media มี Engagement บน TikTok รวมกว่า 114 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นถึง 61.98% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567 ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่หลักฐานของการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แต่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าความสัมพันธ์เชิงลึก ระหว่างผู้ชมกับคอนเทนต์ TikTok ที่กำลังเกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ และนั่นคือโอกาสที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม

ดังนั้น แค่มีแคมเปญชั่วคราวหรือโพสต์ที่หวังไวรัลอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ ไม่ใช่แค่ความสนุกชั่ววูบ แต่คือความสม่ำเสมอ ความจริงใจ และความสัมพันธ์ระยะยาวการมีช่องทางของตัวเอง หรือ Owned Media จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้แบรนด์สามารถควบคุมทิศทางการเล่าเรื่อง ตอบสนองกระแสได้อย่างรวดเร็ว และสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการทดลองคอนเทนต์ใหม่ ๆ ได้

เมื่อแบรนด์มีพื้นที่ของตัวเองบนแพลตฟอร์ม TikTok ก็สามารถค่อย ๆ สะสมฐานแฟนที่มีส่วนร่วมจริง ไม่ใช่แค่เข้ามาดูแล้วเลื่อนผ่าน และสิ่งนี้เองที่จะช่วยลดการพึ่งพาโฆษณาที่ต้องจ่ายเงิน หรือการฝากแบรนด์ไว้ในมือของอินฟลูเอนเซอร์เพียงอย่างเดียวในระยะยาว

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ TikTok แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่น ไม่ใช่แค่ยอด Engagement สูง ๆ จากแคมเปญหนึ่งครั้งแล้วจบ แต่คือความสามารถในการสร้าง Engagement TikTok ที่สม่ำเสมอและยั่งยืน หากแบรนด์เข้าใจจังหวะของแพลตฟอร์มอย่างแท้จริง เมื่อแบรนด์สามารถเล่าเรื่องด้วยความจริงใจ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และฟังเสียงของผู้ชมอย่างต่อเนื่อง TikTok ก็จะไม่ใช่แค่พื้นที่เผยแพร่คอนเทนต์ แต่กลายเป็นสินทรัพย์ทางการสื่อสาร (Communication Asset) ที่สร้างผลตอบแทนในรูปแบบของความผูกพัน การจดจำ และเสียงสะท้อนที่มีความหมายจากผู้บริโภค 

ที่มาภาพ:
https://www.hunchads.com/blog/tiktok-creative-production

บวกกับที่ในยุคนี้โฆษณาแบบเดิมไม่สามารถซื้อความเชื่อใจได้อีกต่อไป การมีผู้ชมที่เลือกเข้ามาฟังแบรนด์อย่างสมัครใจ คือคุณค่าที่ทรงพลังที่สุด และทั้งหมดนี้เอง คือเหตุผลที่ว่าแบรนด์ที่จริงจังกับ การสร้างคอนเทนต์ ปัง ๆ ใน TikTok และควรเริ่มต้นด้วยคำถามที่ลึกกว่าว่า “คอนเทนต์ของแบรนด์เราจะไวรัลได้ยังไง?” ด้วยการถามว่า “เราจะสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับผู้ชมให้ยั่งยืนและจริงใจได้อย่างไร?” 

ซึ่งคำตอบอยู่ที่ การวางแผนกลยุทธ์ผ่าน Owned Media และการเลือกใช้เทคนิคที่สอดคล้องกับบริบทของแพลตฟอร์มอย่างเข้าใจ ไม่ใช่แค่ทำคอนเทนต์ให้ทันกระแส

4 เทคนิคการทำคอนเทนต์ที่แบรนด์ไทยใช้บน TikTok เพื่อสร้าง Engagement อย่างยั่งยืน

เห็นถึงความสำคัญของการสร้าง Engagement บน TikTok กันไปแล้ว หัวข้อนี้จะพาไปสำรวจ 4 วิธีสำคัญที่ไม่เพียงสร้าง Engagement อย่างมีความหมาย แต่ยังต่อยอดไปสู่การสร้าง Owned Media ที่แบรนด์เป็นผู้ควบคุมเกมเอง ในระยะยาวได้ด้วยการทำคอนเทนต์ TikTok ที่เหมาะสมสำหรับแพลตฟอร์มนี้โดยเฉพาะ ดังนี้

Emotion Content ใช้อารมณ์สร้างการเชื่อมโยงที่มากกว่าแค่ยอดวิว

ในยุคที่ผู้บริโภคประสบกับปัญหาสภาวะข้อมูลหรือคอนเทนต์ท่วมท้น (Content Overload) แบรนด์จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ไม่ใช่เพียงแค่เรียกความสนใจ แต่คือการเปลี่ยนสายตาให้กลายเป็นความรู้สึก และเปลี่ยน “คนดู” ให้กลายเป็น “คนที่รู้สึกไปกับแบรนด์ด้วย” 

โดยเฉพาะบน TikTok แพลตฟอร์มที่ผู้ชมไม่ได้แค่อยากดูอะไรสนุก ๆ แต่อยากรู้สึกถึงบางอย่างที่เชื่อมโยงกับชีวิตของพวกเขาจริง ๆ นั่นคือเหตุผลที่คอนเทนต์ซึ่งเล่าจากมุมของผู้คน ไม่ใช่แค่สรรพคุณของสินค้ากลับกลายเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้แบรนด์ติดอยู่ในใจได้ยาวนานกว่า

@singha_life

‘ความสุข’ อยู่ที่ไหน? หรือจริง ๆ แล้ว อยู่ที่โมเมนต์ตอนนี้ กับ ‘ความสุข’ เย็น ๆ สักแก้วในมือ แค่นี้ก็ ‘สุขที่สุด’ ได้แล้ว #ความสุขมีได้ทุกวัน #SinghaLife #Singha #CelebrateLifeTheOriginalThaiWay

♬ original sound – Singha Life – Singha Life
@ais3bbfibre3_tiktok

หยุดยาวนี้ “ให้เวลาที่อยู่ใกล้กันมีได้ไม่จำกัด” AIS 3BB FIBRE 3 เชื่อมต่อให้ทุกคนใกล้มากขึ้น ทำให้ความห่างไกล ใกล้กันได้มากกว่าเดิม ให้เวลาที่อยู่ใกล้กันมีได้ไม่จำกัด AIS3BBFIBRE3

♬ เสียงต้นฉบับ – AIS 3BB FIBRE3 Official – AIS 3BB FIBRE3 Official

ตัวอย่างเช่น ลองนึกถึงช่วงหน้าร้อนที่อากาศร้อนระอุ แต่จู่ ๆ ก็มีภาพของแก้วเย็น ๆ หนึ่งใบโผล่ขึ้นมาบนหน้าฟีด ไม่ต้องมีคำขายของ ไม่ต้องมีโปรโมชั่นใด ๆ แค่ “แก้วเย็นหนึ่งใบ” ก็กลายเป็นตัวแทนของความสุขเล็ก ๆ ที่ผู้คนรู้สึกได้ทันที นี่คือสิ่งที่ Singha Life ทำได้สำเร็จ ผ่านคอนเทนต์จากผู้ใช้จริง (User-Generated Content) และอินฟลูเอนเซอร์ ที่ช่วยถ่ายทอดโมเมนต์เรียบง่ายแต่ชัดเจนในอารมณ์ ผลลัพธ์คือยอดวิวพุ่งทะลุ 39.4 ล้านครั้ง พร้อม Engagement กว่า 70,500 ครั้ง

นี่คือตัวอย่างของพลัง Emotion Content ที่ไม่เพียงทำให้แบรนด์หลุดพ้นจากภาพจำเดิม ๆ แต่ยังพาตัวเองเข้าไปอยู่ในบทสนทนาจริง ๆ ของผู้คนแบบแนบเนียนและเป็นธรรมชาติ เพราะเมื่ออารมณ์ถูกโยงเข้ากับสินค้าได้อย่างไม่รู้สึกยัดเยียด การรับชมธรรมดา ๆ ก็สามารถกลายเป็นความรู้สึกเชื่อมโยงที่นำไปสู่การมีส่วนร่วมเชิงลึก และสร้างสัมพันธ์ระยะยาวที่มีความหมายยิ่งกว่าระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น

Pet Content คอนเทนต์สัตว์เลี้ยงที่ยากจะต้านทาน

หากมีคอนเทนต์ประเภทหนึ่งที่สามารถคว้าใจคนดูได้แทบจะในทันทีบนโซเชียลมีเดีย คงหนีไม่พ้นคอนเทนต์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เทรนด์ Pet-friendly ยังเติบโตอย่างแข็งแรง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ผู้คนหันมาเลี้ยงสัตว์ขนาดเล็กกันมากขึ้น คาเฟ่สัตว์เลี้ยง, สินค้าอำนวยความสะดวก หรือกิจกรรมที่คนกับสัตว์เลี้ยงทำร่วมกันได้ เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนเมือง และในขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ใหม่ให้แบรนด์สามารถสื่อสารผ่านมุมที่น่ารักแต่ไม่ไร้สาระได้มากขึ้น

ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดในปี 2025 ระบุว่า ประเทศไทยมีสัตว์เลี้ยงรวมกว่า 5.38 ล้านตัว แบ่งเป็น สุนัข 3.45 ล้านตัว และแมว 1.94 ล้านตัว พร้อมอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 6–28% ต่อปี ตัวเลขนี้ไม่เพียงแค่บอกว่า คนเลี้ยงสัตว์กันเยอะขึ้น แต่สะท้อนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ผูกพันกับสัตว์เลี้ยงในฐานะสมาชิกครอบครัวอย่างแท้จริง และเมื่อความผูกพันนี้ขยายตัว “คอนเทนต์สัตว์เลี้ยง” จึงไม่ได้เป็นเพียงคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงอีกต่อไป แต่กลายเป็นสะพานที่แบรนด์สามารถใช้เชื่อมใจผู้บริโภคได้

@grabth

กดหัวใจ 💚 ให้ป๋มหน่อยค้าบ แม่จะได้สั่งอาหารจาก GrabMart ให้😭✨ #GrabMart #GrabTH #แมว #catsoftiktok #สวนสัตว์tiktok

♬ original sound – mathew9373

ตัวอย่างคอนเทนต์จาก Central EastVille ที่มียอดวิวกว่า 293,000 ครั้ง พร้อมยอด Engagement สูงถึง 117,160 ครั้ง (ในจำนวนนี้มีการแชร์มากกว่า 52,000 ครั้ง) และกรณีของ Grab Thailand ที่เลือกใช้แมวเป็นตัวเดินเรื่องเพื่อสร้างบทสนทนาและเสียงหัวเราะอย่างเข้าถึงง่าย ดังนั้น คอนเทนต์สัตว์เลี้ยงจึงไม่ได้เป็นคอนเทนต์แค่เรียกยอดวิวอย่างเดียว แต่ยังสร้างการมีส่วนร่วมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์ แชร์ หรือแม้แต่การบันทึกวิดีโอไว้ดูซ้ำ และพฤติกรรมเหล่านี้ถูกระบบ TikTok Algorithm จดจำ รวมถึงผลักดันให้คอนเทนต์ได้รับการเผยแพร่มากขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

Pet Content จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับแบรนด์ทุกขนาด เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้โปรดักชันที่ซับซ้อนหรือใช้งบประมาณสูง และยังสามารถปรับใช้ให้เข้ากับบริบทที่หลากหลายของแบรนด์ได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เสียงซ้อน ตัดต่อในสไตล์มีม (Meme) หรือสร้างสถานการณ์จำลองที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นตัวเล่าเรื่องหลัก ด้วยความเป็นธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงที่ไม่สามารถสคริปต์ล่วงหน้าได้ คอนเทนต์เหล่านี้จึงมักส่งผ่านความรู้สึก จริงใจ และเป็นที่จดจำได้ง่าย

คอนเทนต์สัมภาษณ์ เปลี่ยนบทสนทนาให้เป็นพลังของแบรนด์

คอนเทนต์ในรูปแบบสัมภาษณ์ (Interview Content) คือหนึ่งในรูปแบบคอนเทนต์ที่มีพลังมากที่สุดในการสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับผู้ชม เพราะเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้แชร์เสียงจริง มุมมองจริง และเรื่องราวจริงของครีเอเตอร์ แถมคอนเทนต์ประเภทนี้ยังช่วยลดช่องว่างระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเป็นธรรมชาติ

โดยเฉพาะเมื่อหยิบยกหัวข้อที่ทุกคนมีประสบการณ์ร่วม เช่น ความรัก การเรียน การทำงาน หรือความฝันในชีวิต หัวข้อเหล่านี้มีพลังมากพอที่จะสะกิดความรู้สึก ทำให้ผู้ชมเห็นตัวเองในคำตอบของผู้ถูกสัมภาษณ์และสร้าง Engagement ได้ในแบบที่โฆษณาทั่วไปทำไม่ได้

บน TikTok ซึ่งเน้นความกระชับและดึงดูดในวินาทีแรก คอนเทนต์ในรูปแบบสัมภาษณ์จึงตอบโจทย์อย่างมาก เพราะสามารถสร้างการเชื่อมโยงกับผู้ชมได้รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นจากบุคลิก ท่าทาง หรือคำพูดที่โดนใจ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ Engagement ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งคอมเมนต์ แชร์ หรือการส่งต่อไปยังเพื่อน ๆ ซึ่งล้วนเป็นพฤติกรรมที่ TikTok Algorithm ให้น้ำหนักสูงในการกระจายคอนเทนต์ออกสู่ผู้ชมกลุ่มใหม่

หากเนื้อหาสัมภาษณ์ถูกนำเสนอผ่านบัญชีแบรนด์ที่มีจุดยืนชัดเจน TikTok ยังมีแนวโน้มจะขยายการเข้าถึง (Reach) สู่ผู้ชมที่สนใจเรื่องเดียวกันได้ง่ายขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้ Interview Content ไม่เพียงแต่เป็นคอนเทนต์ที่เข้าถึงใจคนได้ลึก แต่ยังเป็ เครื่องมือในการสร้างฐานผู้ติดตามและ Owned Media ที่แข็งแรง ในระยะยาวอีกด้วย

Celebrity & Macro Influencer Collaboration เมื่อคนดังเลือกพูดแบบคนธรรมดา

ในช่วงที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของคอนเทนต์ที่ใช้ดาราหรือ Macro Influencer บน TikTok มากขึ้น แบรนด์ไม่ได้ใช้บุคคลเหล่านี้ในฐานะพรีเซ็นเตอร์แบบเดิมอีกต่อไป แต่เลือกให้คนดังเหล่านี้ ล่าเรื่องในแบบธรรมดา เข้าถึงง่าย และเป็นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนมุมมองนี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกใกล้ชิด ไม่รู้สึกว่าโดนขายของ และเปิดใจรับแบรนด์ในแบบที่ไม่ต้องพึ่งโปรดักชันใหญ่โต

@tiktokshop_th

TikTok Shop 6.6 สุขสันต์วันช้อป! 🛍️🎂 🎁 คูปองวันเกิด ลดสูงสุด 6,666.- 🔥 ดีลเด็ด ลดสูงสุด 80% 📦 ส่งฟรีขั้นต่ำ 0.- ตั้งเตือนไว้! ⏰ ช้อปได้ก่อนใคร 3-6 มิ.ย. 68 นี้เท่านั้น เก็บคูปองแล้วใช้ได้เลย 🎉 #TikTokShop66สุขสันต์วันช้อป #ช้อปก่อนใครที่TikTokShop #TikTokShopTH @Win William

♬ original sound – TikTokShop_TH – TikTokShop_TH
@nescafe.th

ช็อกทั้งป้าย! เมื่อตัวจริงมาชวนโหน พูดได้มั้ย ทำถึงเกิน👀 เนสกาแฟกระป๋องชวนทุกคนมาขึ้น “กระป๋องรถเมล์” พิสูจน์ความอร่อยตรงสเปก ขึ้นรถเมล์ฟรี 50 คันทั่วกรุงเทพ ทุกวันพุธ 🗓️ ตั้งแต่ 30 เมษายน – 21 พฤษภาคม 2568 หมายเหตุ: กระบอกเก็บเงินในวีดีโอนี้เป็นเพียงอุปกรณ์ประกอบการแต่งตัว ปัจจุบันรถเมล์ไฟฟ้าใช้ระบบเก็บค่าโดยสารแบบดิจิทัลแล้ว #เนสกาแฟกระป๋องรถเมล์ #เนสกาแฟกระป๋อง #อร่อยตรงสเปก #รถเมล์ฟรี

♬ เสียงต้นฉบับ – NESCAFE.TH – NESCAFE.TH

ตัวอย่างเช่น TikTokShop TH ที่ใช้ Win-William มาร่วมสร้างคอนเทนต์แบบเบา ๆ แต่โดนใจ เพื่อโปรโมตแคมเปญ 6.6 โดยใช้แค่การเล่าเรื่องง่าย ๆ ในบรรยากาศสบาย ๆ แต่กลับเข้าถึงคนดูได้จริง จนสามารถสร้างยอดวิวได้กว่า 17.5 ล้านครั้ง

ในขณะที่ NESCAFÉ ก็เลือกทางเดียวกัน ด้วยการร่วมมือกับ หนุ่ม กรรชัย ผ่านคลิปแนว Reality-Style บนรถโดยสารสาธารณะ แม้จะเป็นแบรนด์ใหญ่ และใช้คนดังระดับประเทศ แต่กลับเลือก ลดความเป็นทางการ และเล่าเรื่องในแบบที่เป็นกันเอง ส่งผลให้คอนเทนต์เข้าถึงง่าย และสร้าง Engagement ได้สูงถึง 577,811 ครั้ง จากยอดวิวกว่า 23 ล้านครั้ง

กลยุทธ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า กการใช้ดาราหรือ Macro Influencer ในยุคนี้ ไม่จำเป็นต้องดูใหญ่โต หรือจัดเต็มเสมอไป ในทางกลับกัน เมื่ออยู่ในบริบทที่ไม่ต้องพยายามมาก ความจริงใจ อารมณ์ขัน และความเป็นธรรมชาติของแบรนด์กลับยิ่งโดดเด่น และเชื่อมโยงกับผู้ชมได้ดีกว่า

บทสรุป TikTok ไม่ได้ต้องการแค่คอนเทนต์ที่ดังเร็ว แต่ต้องการแบรนด์ที่ “เข้าใจคน”

เทคนิคทั้ง 4 ข้อ ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์สัมภาษณ์ สัตว์เลี้ยง อารมณ์ หรือ Influencer ต่างมีจุดร่วมเดียวกันคือ การเข้าถึงใจผู้ชมมากกว่าการขายตรง ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนแนวโน้มสำคัญว่า ผู้บริโภคในยุค TikTok ต้องการประสบการณ์ที่รู้สึกได้มากกว่าแค่เห็น และพร้อมมีส่วนร่วมกับแบรนด์ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบทสนทนาของชีวิตจริง และแบรนด์จากหลากหลายธุรกิจ อาหาร การเงิน ไอที หรือบริการ สามารถประยุกต์ใช้เพื่อค่อย ๆ สร้าง Owned Media ที่แข็งแรง โดยไม่ต้องพึ่งการไวรัลในชั่วข้ามคืน แต่เน้นการสะสมความสัมพันธ์ที่มีคุณค่ากับผู้ชมอย่างต่อเนื่องได้

ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้ชมบน TikTok จึงไม่ได้วัดกันที่เสียงของแบรนด์นั้นดังแค่ไหน แต่ที่ว่าใครจะอยู่ได้นานแค่ไหนในใจคนดู และนั่นคือเป้าหมายที่แท้จริงของการสร้าง Engagement อย่างยั่งยืน

ถ้าอยากลงมือทำต่อ มาเข้าใจแก่นแท้ของ Content Pillar ที่เหมาะกับอุตสาหกรรมกันดีกว่า!

บทความนี้ Wisesight Research ได้แนะนำเทคนิคที่แบรนด์สามารถนำไปปรับใช้เพื่อสร้าง Owned Media บน TikTok อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นคอนเทนต์ TikTok ที่ “เข้าถึงใจคน” มากกว่าการหวังให้คอนเทนต์ไวรัลแบบไม่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การจะเลือกใช้วิธีไหนให้เหมาะสมกับแบรนด์ของคุณ ยังจำเป็นต้องพิจารณาจากประเภทของเนื้อหาหลัก หรือ Content Pillar ที่ตอบโจทย์ในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม

ถ้าแบรนด์ของคุณต้องการ Insight ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น กลุ่มธุรกิจอาหาร ธุรกิจบริการการเงิน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือกลุ่ม FMCG เราขอแนะนำให้คุณลองดาวน์โหลดรายงาน Business Usage 2025 จาก Wisesight Research ซึ่งวิเคราะห์จากข้อมูลกว่า 2,300 แบรนด์ใน 27 กลุ่มอุตสาหกรรม พร้อมแจกแจงตัวอย่าง Content Pillar ที่ถูกใช้จริงในแพลตฟอร์ม TikTok, Facebook, Instagram และ X (Twitter) รวมถึงวิเคราะห์แนวโน้มว่าคอนเทนต์แบบไหน “ได้ผลในโลกจริง”

การวางกลยุทธ์ Content Pillar ที่ดีจะเป็นฐานสำคัญให้แบรนด์สามารถนำแทคติกต่าง ๆ ที่กล่าวไว้ในบทความนี้ ไปประยุกต์ใช้อย่างมีกลยุทธ์ สร้าง Engagement ได้อย่างสม่ำเสมอ และก้าวสู่การเป็นเจ้าของพื้นที่สื่อของตัวเองอย่างแท้จริง