ความเป็นอยู่ของประชาชนจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล ประชาชนจึงมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งนั้น รวมถึงโครงการของรัฐ และการกระจายงบกระทรวงต่าง ๆ Wisesight Research ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ-ที่สามารถสำรวจความคิดเห็นของประชาชนบนโซเชียลมีเดียได้ เล็งเห็นความสำคัญของการฟังเสียงประชาชน เราจึงจัดทำการรวบรวมว่า “นโยบายรัฐบาลในปี 2569 นี้ ตรงใจพวกเขามากแค่ไหน?” โดยข้อมูลในช่วงเดือนมกราคม – มิถุนายน ปี 2568 ที่ผ่านมา เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้รู้ว่าชาวโซเชียลมีเดียกังวลเรื่องความเป็นอยู่เป็นอย่างมาก มากจนตัวชี้วัดทิศทางของการเมืองและสังคมไทยในอนาคตได้

Key Takeaways
- *** Wisesight Research เก็บรวบรวมเสียงของชาวโซเชียลในช่วงระยะเวลา มกราคม – มิถุนายน ปี 2568 ที่กล่าวถึง “นโยบายของรัฐบาลในปี 2569” ประเด็นส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ การต่อยอดและพัฒนาภาคการผลิตผ่านโครงการของรัฐบาล
- ประเด็นร้อนที่ชาวโซเชียลให้ความสนใจมากที่สุด คือ ‘คุณภาพชีวิต’ พบว่ามีเสียงของประชาชนที่พูดถึงประเด็นนี้บนโซเชียลมีเดียมากถึง 4 ล้านข้อความ
- ในจำนวนนี้ พูดถึง ‘ค่าครองชีพที่สูงขึ้น’ 238,356 ข้อความ ‘ค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพง’ 56,174 ข้อความ ‘ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’ 187,599 ข้อความ และ ‘ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์’ อีก 173,465 ข้อความ
- ประชาชนส่วนมากมองว่า ‘เงินดิจิทัล’ ยังไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
- ชาวโซเชียลมองว่า นโยบายรัฐบาล ที่ต้องเร่งผลักดัน คือการแก้ปัญหาเรื่องประกันสังคม และค่าแรงขั้นต่ำที่สวนทางกับค่าครองชีพ
สรุปนโยบายของรัฐบาลปี 2569
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา – นายกรัฐมนตรี แถลงร่างพรบ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 แล้วในสภาฯ โดยย้ำว่า นโยบายของรัฐบาลในปีนี้ มุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ต่อยอดการพัฒนาภาคการผลิตผ่านโครงการของรัฐบาล รวมถึงสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงมาทั้งหมด จำเป็นต้องใช้งบประมาณราว 3.78 ล้านล้านบาท แต่ถึงแม้จะใช้งบประมาณค่อนข้างมาก รายงานจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ยังคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขายตัวร้อยละ 2.3 – 3.3 จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และนโยบายรัฐบาล ล่าสุด ที่ขับเคลื่อนการลงทุนในภาคเอกชน

เสียงของชาวโซเชียล คาดหวังอะไรจากนโยบายรัฐบาล?

ในปี 2569 นี้ นโยบายของรัฐบาล ยังคงมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจดังเช่นปีที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งสอดคล้องกับความคาดหวังของประชาชนบนโซเชียลมีเดีย หากแต่ในภาคประชาชน ถกกันในมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น…
จากการสำรวจข้อมูลของ Wisesight Research เราพบว่าประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจมากที่สุด คือ ‘คุณภาพชีวิต’ โดยในช่วงระยะเวลา มกราคม – มิถุนายน ปี 2568 พบว่ามีเสียงของชาวโซเชียลที่พูดถึงประเด็นนี้มากถึง 4 ล้านข้อความ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง ปัญหาสังคมของประเทศไทย ซึ่งพูดถึง…
- ‘ค่าครองชีพที่สูงขึ้น’ 238,356 ข้อความ
- ‘ค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพง’ 56,174 ข้อความ
- ‘ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’ 187,599 ข้อความ
- ‘ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์’ อีก 173,465 ข้อความ
ซึ่งทุก ๆ ปัญหาที่ประชาชนบนโซเชียลมีเดียพูดถึงนี้ เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงในประเทศไทย ทั้งกระทรวงการคลัง, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงพาณิชย์ ฯลฯ
และแน่นอนว่า ประชาชนบนโซเชียลมีเดียจำนวนมากยังคงตั้งคำถามกับการจัดสรรงบกระทรวง และการเรียงลำดับความสำคัญของนโยบายรัฐบาล โดยจากการสำรวจของเรา พบว่า
- ประชาชนบนโซเชียลมีเดีย 14% จาก 465,690 ข้อความ ที่พูดถึงนโยบายของรัฐบาลด้านการคลัง อย่างโครงการของรัฐ เรื่อง เงินดิจิทัล ไม่ใช่คำตอบของปัญหาเศรษฐกิจ
- ขณะเดียวกันประชาชนบนโซเชียลมีเดียราว 58% จาก 408,683 ข้อความ พูดถึงปัญหาเศรษฐกิจ โดยอยากให้นโยบายของรัฐบาล มุ่งลดค่าครองชีพก่อน เพราะปัจจุบันราคาสินค้าสวนทางกับรายได้เป็นอย่างมาก
วิเคราะห์ 6 ด้านยุทธศาสตร์ของรัฐสอดคล้องกับเสียงของประชาชนบนโซเชียลมีเดียมากแค่ไหน?

‘การเพิ่มเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ’ คือหมุดหมายที่รัฐบาลมุ่งจะไป และ 6 ยุทธศาสตร์ของนโยบายในงบประมาณปี 2569 ก็คือพาหนะที่นำไปสู่หมุดหมายนั้น แต่สิ่งที่ชวนสังเกตก็คือ สำหรับประชาชนบนโซเชียลมีเดียแล้ว ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ของรัฐบาล สอดคล้องกับปัญหาสังคมในมิติเดียวกับที่ประชาชนมองไหม และเติมเต็มความคาดหวังของพวกเขามากแค่ไหน…
ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง
การปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังระบาดหนัก คือหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่เป็นแกนหลัก รัฐบาลตั้งใจแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังเพื่อให้เป็นผลงานรัฐบาลที่ภาครัฐภาคภูมิใจ ซึ่งก็ต้องนับว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็น และกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างเต็มที่มากที่สุด
ยืนยันได้จากเสียงของประชาชนบนโซเชียลมีเดียที่พูดถึงปัญหานี้ถึง 173,465 ข้อความ และประชาชนกว่า 79% อยากให้มีโครงการของรัฐเข้ามาจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
ตามนโยบายของรัฐบาล ภาครัฐต้องการเดินหน้าเพิ่มเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างเต็มกำลัง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ และดูเหมือนว่านโยบายของรัฐบาลจะสอดคล้องกับเสียงของประชาชนบนโซเชียลมีเดียที่ยังคงกังวลเรื่องภาคการส่งออกของไทย เรื่องค่าไฟฟ้า ค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ รวมถึงภาษีนำเข้าของสหรัฐ
อ้างอิงได้จาก เสียงบนโซเชียลเรื่องคมนาคมกว่า 255,337 ข้อความ และเรื่องการพาณิชย์อีก 408,683 ข้อความ (ส่วนมากถกกันเรื่องค่าครองชีพ และการขึ้นภาษีของสหรัฐ)
ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
นโยบายของรัฐบาลทุกสมัย แถลงเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเสมอ รวมทั้งนโยบายของรัฐบาล ล่าสุด ที่เพิ่มเรื่องการจัดการกับ ‘ค่าแรงขั้นต่ำ’ เข้าไปในแผนยุทธศาสตร์ รวมถึงปัญหาการทำงานงานในปริมาณงานเกินที่กำหนด ของบุคลากรหลายสาขา (เช่น ครู แพทย์ และพยาบาล)
สอดคล้องกับเสียงของประชาชนบนโซเชียลมีเดียราว 137,451 ข้อความ ที่พูดถึงกระทรวงแรงงาน และในจำนวนนี้กว่า 47% ก็มองว่า ค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ
ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
รัฐบาลแถลงนโยบายเรื่องการเพิ่มเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวม และมีนโยบายของรัฐบาลหลายข้อที่เจาะลึกลงไปถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของ ‘ความเหลื่อมล้ำทางโอกาส’ อย่างจริงจัง
สอดคล้องกับความเห็นภาคประชาชนบนโซเชียลมีเดียยังคงพูดคุยกันเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ค่าครองชีพ สิทธิ์ประกันสังคม สิทธิ์บัตรทอง ฯลฯ กันอยู่
ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โครงการของรัฐบาลหลายโครงการ ส่งเสริมการบริการจัดการทรัพยากร และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเห็นผลจริง และสำหรับนโยบายของรัฐบาลในปีนี้ ก็มีเรื่องของการจัดการกับของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมด้วย
สอดคล้องกับความคาดหวังของประชาชนบนโซเชียลมีเดียที่กล่าวถึงปัญหานี้กันมากถึง 162,622 ข้อความ โดยในจำนวนนี้ 36% วิจารณ์เรื่องปัญหาการตั้งโรงงานใกล้เขตชุมชนโดยตรง
ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
งบกระทรวงจำนวนมาก ถูกใช้ไปกับการพัฒนาโครงการของรัฐบาล ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่จะช่วยยกระดับบริการภาครัฐให้เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น และเมื่อพิจารณานโยบายของรัฐบาลปี 2569 ก็พบว่ามีส่วนที่สอดคล้องกับเสียงของประชาชนบนโซเชียลมีเดียอยู่ คือเรื่องการแก้ปัญหาแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่จัดตั้งโดยภาครัฐ เช่น แอปฯ สำหรับลงทะเบียน ‘เที่ยวไทยคนละครึ่ง’, แอปฯ ‘ทางรัฐ’ ที่จะใช้ลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาท
โดยจากการสำรวจ มีเสียงบนโซเชียลมีเดียที่กล่าวถึงแอปฯ เหล่านี้ถึง 31,097 ข้อความ เฉลี่ยเดือนละ 5,193 ข้อความ ที่กล่าวถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง
ข้อเสนอเชิงนโยบายจากประชาชนที่สะท้อนออกมาผ่านเสียงบนโซเชียลมีเดีย

การเก็บข้อมูลและวิเคราะห์เสียงของประชาชนบนโซเชียลมีเดีย นอกจากจะทำให้เราได้คำตอบว่า นโยบายของรัฐบาลปี 2569 สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากแค่ไหนแล้ว ยังช่วยให้ภาครัฐสามารถเก็บข้อเสนอเชิงนโยบายที่น่าสนใจไปปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย ซึ่งข้อเสนอเหล่านั้น Wisesight Research รวบรวมได้เป็น 9 ด้านกว้าง ๆ ดังนี้
- ด้านการคลัง: ประชาชนบนโซเชียลมีเดียมองว่า ‘เงินดิจิทัล’ ยังไม่ใช่คำตอบของปัญหาเศรษฐกิจ เพราะประเทศไทยไม่มีเงินคงคลังมากพอ
- ด้านพลังงาน: ประชาชนบนโซเชียลมีเดียมีการเรียกร้องให้วางนโยบายของรัฐบาลใหม่ ให้ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนอย่างโซลาร์เซลล์มากขึ้น
- ด้านการพาณิชย์: ความกังวลหลัก ๆ ประชาชนบนโซเชียลมีเดีย คือการประกาศเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐ จึงเสนอให้กระทรวงพาณิชย์วางนโยบายช่วยผลักดันการส่งออกไทยช่วงปลายปี
- ด้านการศึกษา: ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คือปัญหาที่เรื้อรังมานาน ประชาชนบนโซเชียลมีเดียจึงอยากให้มีการวางนโยบายของรัฐบาล สนับสนุนประชากรคุณภาพในท้องถิ่น รวมถึงปรับโครงสร้างของระบบราชการใหม่ เพื่อลดภาระครูจากงานที่ไม่จำเป็น จะได้ให้ความสำคัญกับการสอนได้มากขึ้น
- ด้านการคมนาคม: ประชาชนบนโซเชียลมีเดียเสนอให้รัฐจัดระเบียบคนขับแท็กซี่ มีจุดจอดให้มีระเบียบ เพราะน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาจราจรติดขัด
- ด้านสาธารณสุข: ปัญหา ‘หมอลาออก’ เริ่มกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะหมอ 1 คนต้องรับผิดชอบคนไข้มากเกินไป ส่วนหนึ่งสาเหตุเป็นเพราะ ‘บัตรทอง’ ที่ทำให้โรงพยาบาลขาดทุนและต้องรับภาระหนัก ภาคประชาชนจึงเสนอให้รัฐให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น
- ด้านดิจิทัล: แน่นอนว่านโยบายรัฐบาลที่จะจัดการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตอบโจทย์ประชาชนบนโซเชียลมีเดีย แต่ก็ยังมีอีกปัญหาที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีที่เริ่มส่งผลต่อภาคประชาชน คือ ‘แอปฯของภาครัฐ’ ที่ใช้งานยาก และไม่มีการเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงาน
- ด้านอุตสาหกรรม: ประชาชนบนโซเชียลมีเดียเสนอให้รัฐสนับสนุนและปรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนากเล็ก (SME) ให้มากขึ้น
- ด้านแรงงาน: ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเร่งผลักดันเป็นนโยบายของรัฐบาล คือการแก้ปัญหาเรื่องประกันสังคม และค่าแรงขั้นต่ำที่สวนทางกับค่าครองชีพ
ขับเคลื่อนรวดเร็ว บริหารงบประมาณเต็มประสิทธิภาพ หากรัฐ “ลองฟังเสียงประชาชนบนโซเชียลมีเดีย”

แม้ ‘เสียงของประชาชนบนโซเชียลมีเดีย’ จะไม่อาจเปล่งให้ดังกึกก้องได้ในสภา แต่เต็มไปด้วยข้อเสนอดี ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในการวางนโยบายของรัฐบาล ในอนาคตได้ เพราะนอกจากจะเป็น ‘ข้อมูลที่วัดผลได้’ ในการแสดงว่า โครงการของรัฐ มีประสิทธิภาพมากแค่ไหนแล้ว ยังช่วยให้ผู้มีหน้าที่ร่างนโยบาย ปักหมุดหมายให้เติมเต็มความต้องการของประชาชนได้มากขึ้นอีกด้วย รวมทั้งฟากของประชาชนบนโซเชียลมีเดียเองก็จะมั่นใจได้ว่า งบกระทรวงทุกบาททุกสตางค์จะถูกใช้อย่างคุ้มค่าและโปร่งใสมากขึ้น เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในสังคมอย่างยั่งยืน

หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ทีม Wisesight Research




