Wisesight Research Discovery งานอีเวนท์ที่ชวนทุกคนมาอัปเดตความรู้ทั้งในด้านของ Social Media, Marketing, Data, AI และ Technology ต่าง ๆ ที่น่าสนใจในทุก ๆ เดือน

ในรอบนี้เป็น Episode 7 โดยมาในหัวข้อ Unlocking E-Commerce : Insight Trends and Strategies for Business Success

ที่จะชวนคนในวงการการตลาดออนไลน์และผู้ที่สนใจ มาอัปเดตเทรนด์ของพฤติกรรม และ อินไซต์ของลูกค้าบนโลก E-commerce ในปีที่ผ่านมา! ว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน เพื่อที่คุณจะสามารถนำอินไซต์ต่าง ๆ นี้ ไปวางกลยุทธ์การตลาดได้แม่นยำมากขึ้น ห้ามพลาด!

โดยมี Special Guest Speakers คือ

  • คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา CO-Founder, Etailligence 
  • คุณพุทธศักดิ์ ตันติสุทธิเวท Deputy Director of Data Research Product, Wisesight
  • คุณปานเทพย์ นิลสินธพ Chief Customer Officer, บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด

โดยแบ่งออกเป็น 3 Session ดังนี้

Session 1 :  E-Marketplace 

โดยคุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา CO-Founder, Etailligence 

จะชวนมาอัปเดตเทรนด์และพฤติกรรมการชอปปิงบน E-Marketplace ต่าง ๆ และอัปเดตสิ่งที่น่าสนใจในช่วงปีที่ผ่านมา

Session 2 :  Social Commerce

โดยคุณพุทธศักดิ์ ตันติสุทธิเวท Deputy Director of Data Research Product, Wisesight

จะมาเล่าถึงพฤติกรรมการซื้อและขายสินค้าบน Social Media ว่ามีพฤติกรรมการชอปปิงและการขายสินค้าที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง

Session 3 :  Offline to Online Strategy การขายออฟไลน์สู่โลกออนไลน์

โดยคุณปานเทพย์ นิลสินธพ Chief Customer Officer, บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด

Session นี้ จะพบกับการอัปเดตอินไซต์ที่น่าสนใจในมุมของศูนย์การค้า ที่ทำการตลาดจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ และมีอะไรที่น่าสนใจในมุมของธุรกิจศูนย์การค้าบ้าง

เริ่มกันที่ Session 1 :  E-Marketplace 

โดยคุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา CO-Founder, Etailligence 

Session นี้จะไดัพบกับการอัปเดตเทรนด์และพฤติกรรมการชอปปิงบน E-Marketplace ต่าง ๆ และอัปเดตสิ่งที่น่าสนใจในช่วงปีที่ผ่านมารวมถึงการเตรียมตัวสำหรับปี 2025

  • พูดถึงภาพรวมตลาด E-Commerce ปี 2023 ประเทศไทยใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของเอเชีย รองจากอินโดนีเซีย ที่มูลค่า 9.8 แสนล้านบาท และคาดว่าในปีหน้าโดดไปถึง ล้านล้านบาท
  • มูลค่ารายได้กว่า 55%  E-Commerce กินส่วนแบ่งของการตลาด
  • จากผลสำรวจของ Content Shifu สอบถามผู้บริโภคคนไทยในช่วง 30 วันที่ผ่านมาซื้อของจากที่ไหนคำตอบคือ
  1. Shopee 
  2. Lazada
  3. TikTok ที่แซง FB ในอันดับที่ 4 

  • Thailand E-Commerce Landscape 2025
    • แนวโน้มของ Quick commerce ที่กำลังได้รับความสนใจเช่น สายชำระ หลอดไฟ
    • ไม่ได้ซื้อแค่บนช่องทางนั้น ๆ แล้ว
    • สิ่งที่สำคัญคือ Affiliate จะมีบทบาทมากขึ้นในปี 2025
    • สิ่งที่สำคัญคือ Data Insight 
  • วิธีการที่จะเอาชนะในตลาดของ E-Commerce
  1. Be Relevance ต้องตอบโจทย์ความต้องการของตลาด

  • มองผ่าน E-Commerce Shopper Profiles
    • Trend Chaser – Hobby shopping , PayLater
    • Deal Seeker – Precise Shopping, Credit card
    • Carefree browser – Relax shopping
    • Practical Explore – Informed shopping

  • เตรียมของขายให้กับลูกค้าด้วย Data
    • Top 3 Product Categories ในแต่ละช่องทาง
    • Shopee โดดเด่นในด้านสินค้า Fashion 
    • Lazada โดดเด่นในด้านสินค้า Electronic
    • TikTok โดดเด่นในด้านสินค้า Beauty 
  • E-Commerce Listening
    • จาก Etailligence ในการดูข้อมูลสินค้า ตัวอย่างจากแบรนด์ Mizumi อะไรขายดีที่สุด สินค้าที่ขายดีที่สุดคือกันแดด
    • เราสามารถดู insight จากคู่แข่งได้ จากคนที่สนใจซื้อได้
    • การขายของบน E-Commerce มักจะเห็นแพทเทิร์นของกฎ 80/20 คือ สินค้าที่เป็น Hero Product ขายดีที่สุดของร้านค้าหนึ่ง มักจะกินส่วนแบ่งยอดขายมากกว่า 80%

เช่น ร้านค้าของ TCL มียอดขายมาจากสินค้า Top 10 มากถึง 92% 

  • ดังนั้นผู้ขายจึงควรให้ความสำคัญกับการศึกษา Hero Product ของคู่แข่งและวางกลยุทธ์ให้รักษาจุดแข็งของ Hero Product ของตัวเองให้แตกต่างและโดดเด่น
  • Etailligence สามารถช่วยให้เราดูคู่แข่งได้ว่าสินค้าอะไรที่ขายดี 10 อันดับแรก เพื่อให้เข้าใจคู่แข่งและความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น
  1. Be Competitive ต้องทำตัวให้สามารถแข่งขันได้
  • Value is the name of the game คนลดกำลังการซื้อ มองหาความคุ้มค่าเป็นหลัก
  • โดยในฝั่งของคนไทย ปัจจัยที่ส่งผลต่อนักช็อปคือ
  1. คูปอง ส่วดลด มากกว่า 54%
  2. ส่งฟรี 51%
  3. การจ่ายแบบ PayLater 40%
  • การขายของใน Marketplace สิ่งที่หนีไม่ได้คือการแข่งขัน เพราะคนขายเยอะและสินค้าหลากหลายมาก เช่น ร้านที่มีชื่อร้านต่อท้ายด้วย .th มาจากร้านค้าประเทศจีน
  • Temu สร้างแรงกระเพื่อมของการ ฝากขาย
  • สุดท้ายหนีไม่พ้นคือการแข่งขันกันในเรื่องของราคา
  1. Be Extraordinary สร้างความพิเศษและแตกต่าง
  • คนต้องการความน่าเชื่อถือ ผู้บริโภคต้องการมากกว่าสินค้าคือต้องการผู้เชี่ยวชาญ

ถ้ายังสร้างไม่ได้ ต้องยืมความเชี่ยวชาญจาก Influencer มาให้ช่วยขาย การทำ Affiliate Marketing 

  • แข่งเรื่องของความเร็วในการส่ง Platform ไหนส่งของได้เร็ว จะซื้อใจผู้บริโภคได้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญของปี 2025

  • 5 Key Take-away 
  1. Value is the name of the game
  2. E-commerce มีการแข่งขันสูง
  3. E-Commerce Listening เพื่อช่วยในการส่องคู่แข่งและนำมาปรับกลยุทธ์ของแบรนด์
  4. Content and Commerce หลอมรวมกัน
  5. 2025 ปีแห่งความเร็ว ร้านค้าของเราจะเร็วกว่าจะชนะคู่แข่งได้ 

ต่อมา Session 2 :  Social Commerce

โดยคุณพุทธศักดิ์ ตันติสุทธิเวท Deputy Director of Data Research Product, Wisesight

Session นี้จะพาคุณไปอัปเดตพฤติกรรมการซื้อและขายสินค้าบน Social Media ว่ามีพฤติกรรมการชอปปิงและการขายสินค้าที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง

  • ทำไม Social media ถึงสำคัญ 

  • พฤติกรรมของการหาข้อมูลเปลี่ยนไป
    • หาข้อมูลบน Social Media มากขึ้น จากข้อมูลทั่วโลก
    • คนไทยหาข้อมูลจากไหน? GenZ หาข้อมูลจาก Social กว่า 55% โดยเฉพาะ TikTok ที่มีความอัปเดต และเชื่อถือได้
    • GenY ผสม ๆ กันทั้ง Social และ Google
    • GenX, Babyboomer หาข้อมูลจาก Google มากกว่า 
  • Social Media SEO
    • Facebook Closed group 
    • X Hashtag
    • IG Hashtag
    • SEO YouTube
    • SEO TikTok
    • Lemon8
  • All Social Media focus on Commerce
    • TikTok Shop
    • Meta Shopping tools
    • YouTube Shopping

  • ยุคของ Social Media เริ่มจาก Connect > Content > Commerce
    • คนไม่ได้ไปหายไปไหน ยังมีการ Connect กันอยู่ แล้วเมื่อ Platform มีทั้ง 3 อัน Content จะหลากหลายมาก 

  • Interesting Insight
    • ภาพรวมของตลาด E-Commerce ในช่วง Jan. – Sep. 2024 มี Engagement เกิดขึ้นกว่า 300 ล้าน Engagement 
    • มาจาก Influencer มากกว่า 46% รองลงมาเป็น Seller 34% และ Owned Media 10%
    • มีแฟนด้อมจากการจ้าง Presenter มาสร้างการพูดถึงได้
    • Category ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เป็น Health & Beauty, Fashion, Food & Beverage
    • TikTok Shop มี Category ที่คล้ายกันคือ Health & Beauty,Food & Beverage, Fashion แต่ต่างกันที่ Food ที่จะสร้างความน่าดึงดูดคนได้มากกว่า 
  • ประเภทของคนที่ช็อปบน TikTok Shop แบ่งออก 4 ประเภท
    • มองหาส่วนลด
    • ซื้อตาม Inspirational 
    • มองหาของง่าย ๆ จบใน Platform
    • ซื้อตามจุดประสงค์ คือจะเน้นซื้อที่ Branding
  • Key Trigger ที่จะดึงดูนักช็อป
    • ส่วนลด
    • ความใช้งานง่ายของ Platform
  • Barrier ที่ทำให้นักช็อปไม่อยากช็อป
    • รอโปรโมชัน
    • อยากถาม หรือมีคำถามที่อยากจะถามร้านค้า
    • Platform ใช้งานยาก
  • Promotion Technique
    • Big Surprise deal
    • Reminder Promotion
    • Limited-Time Offer (Flash Sale)
    • Early Bird Offer
  • เมื่อไหร่ที่คนอยากคุยกับแบรนด์ “ไม่อยากถามก็อยากด่า” เราต้องสร้างความน่าเชื่อถือก่อนซื้อและให้บริการหลังซื้อให้ดี
  • การ Live Commerce
    • ที่คนดูชอบดูเพราะ Content และที่ไม่ดูเพราะ รำคาญไม่ชอบ เพราะฉะนั้นเหมือนการเอาคนขึ้นมาบน Stage ที่ต้อง Perform ให้น่าดึงดูดใจ
  • Affiliate Marketing จำนวนคอนเทนต์เติบโตขึ้น
  • สามารถดู Influencer ได้ ใครเป็นนักป้ายยาที่จำนวนโพสต์เยอะ หรือดูว่า Engagement เยอะ การทำคอนเทนต์ มีทั้งแบบแนะนำ และแบบแค่เปะเฉย ๆ เนื่องจากมีคนเห็นเยอะ 
  • สิ่งที่ต้องระวัง
    • แบรนด์ไม่มีโอกาสควบคุม Message ที่ออกสื่อ
    • สร้างความรำคาญให้กับคนที่ดูคอนเทนต์
  • ความท้าทาย
    • คอนเทนต์ Mix กันมาก ๆ คอนเทนต์จะเยอะมาก 
    • Cannibalized ทำยังไงให้ยอดขายขึ้นทั้งหมด ไม่สร้างความสับสนให้คนซื้อ
    • ภายในแบรนด์ควรสร้าง Strategy Alignment ระหว่างทีมที่ดูแลช่องทางการค้าแต่ละช่องทาง เพื่อไม่ให้เกิดการสับสนของลูกค้า  

Session 3 :  Offline to Online Strategy การขายออฟไลน์สู่โลกออนไลน์

โดยคุณปานเทพย์ นิลสินธพ Chief Customer Officer, บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด

Session นี้ จะพบกับการอัปเดตอินไซต์ที่น่าสนใจในมุมของศูนย์การค้า ที่ทำการตลาดจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ และมีอะไรที่น่าสนใจในมุมของธุรกิจศูนย์การค้าบ้าง

  • ในฐานะที่เห็นพฤติกรรมการเดินศูนย์การค้าค่อนข้างเยอะ ในช่วงปีที่ผ่านมามี Insight หรือพฤติกรรมอะไรของนักช็อปที่น่าสนใจอะไรบ้างไหมครับ
    • Role ของศูนย์การค้า
      • ถึงแม้ว่า e-commerce จะโตเติบโตเป็นอย่างมาก แต่ศูนย์การค้ายังมีความสำคัญกับลูกค้า โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เราจะเห็นได้จากความถี่ ของการมาศูนย์การค้าไม่ได้ลดลง (5 ครั้งต่อเดือน) และยอดคนเข้ามาไม่น้อยไปกว่าช่วงก่อนโควิด-19
      • แต่ purpose ในการมาศูนย์การค้าเปลี่ยนไปและการใช้จ่ายเปลี่ยนไป
        • ผู้คนมองว่าศูนย์การค้าเป็นพื้นที่ Social Hub เพื่อพบปะเพื่อน ๆ และใช้เวลากับครอบครัว มากขึ้นเรื่อย ๆ  เห็นได้จากการเติบโตของ Food & Beverage, Community Space, Co-working Space และ Events
        • คนเข้ามาในศูนย์การค้าเพื่อเสพ Experience และ Family destination, เช่น Kids attraction, Exhibition immersive art & Fandom, Event เป็นปัจจัยที่ผลักดันให้เกิด Traffic
        • และด้วยสภาพเศรษฐกิจ ทำให้เราเห็นยอดการจับจ่ายในสินค้า Luxury ลดลง แต่สินค้าบางประเภทเช่น Art toys กลับได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะเป็นของที่สามารถซื้อหาได้ง่ายแต่ให้มูลค่าในแง่ของคุณค่าทางจิตใจจากการสะสมและการให้คุณค่ากับศิลปิน
        • แบรนด์เองก็อาศัยการจัดงาน Event เพื่อสร้าง Consumer engagement และเชื่อมโยงกับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น เมื่อลูกค้าได้ทำกิจกรรมในพื้นที่ Offline แล้วถึงค่อยต่อยอด ไปสู่ online platform ต่อไป
  • Affluence
    • ถ้าเจาะเข้าไปในมองในกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง (affluence) มีรายได้เกินกว่า 100,000-200,000 ขึ้นไป
    • จะเห็นว่าคน Gen X & Y still dominate และการใช้จ่ายในสินค้าประเภท family & kids และ kids activities มีอัตราสูงขึ้น
    • คนกลุ่มนี้มีการซื้อ สินค้าประเภท luxury ทุกทุก 1-3 เดือน แต่จะเข้ามาทดลองสินค้าหลายครั้งก่อนจริง และยังคงซื้อในร้านเป็นหลักเพราะความเชื่อถือและต้องการลองสินค้าจริง
    • Generation ยังมีผลต่อประเภทสินค้าที่ซื้ออีกด้วย เช่น คน Gen Y & Z ชอบซื้อสินค้า luxury ประเภท เครื่องประดับ มากกว่า Gen X ที่มีแนวโน้มที่จะซื้อกระเป๋าและเครื่องหนังมากกว่า
    • และการมาศูนย์การค้าของคน Gen Y & Z มักจะมากับเพื่อน แต่คน Gen X มากับครอบครัว
    • สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีผลต่อการออกแบบประสบการณ์ของลูกค้า และสินค้าที่จะนำมาเสนอต่อลูกค้าในศูนย์การค้า
  • นอกจากคนไทยแล้วมีพฤติกรรมที่น่าสนใจของคนต่างประเทศที่มาในประเทศไทยไหมครับ
    • ปีนี้เราเห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปจากเดิม เป็น FIT (Free Independent Travelers) คือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวด้วยตัวเอง ไม่ได้มาเป็นกลุ่มทัวร์มากขึ้น และมีอายุเฉลี่ยน้อยลง อยู่ที่ 24-35 ปี
    • คนเหล่านี้มองหาและใช้จ่าย ในเรื่องของประสบการณ์และการเดินทางในประเทศมากขึ้น สัดส่วนในการใช้จ่ายเรื่องของชอปปิงลดลงเล็กน้อย
    • ในช่วงสองปีที่ผ่านมาเราเห็นการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่มาจากการเดินทางระยะใกล้มากขึ้น (short haul)
      • Developed Asia (เกาหลีไต้หวันญี่ปุ่น) เป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายเงินสูงในการท่องเที่ยวในไทย รวมถึงกลุ่มชาวอินเดีย และ Southeast Asian
      • มีการเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนจากปีก่อนค่อนข้างมากแต่ยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด ส่วนหนึ่งเพราะคนจีนยังค่อนข้างหวาดกลัวในเรื่องอาชญากรรมที่เกิดขึ้นไทย เช่น การลักพาตัว
      • อีกกลุ่มหนึ่งที่มีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้คือตะวันออกกลางและเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่น่าจับตามองเพราะมียอดจับจ่ายใช้สอยสูงสุดเทียบกับทุกประเทศ 2x ของนักท่องเที่ยวจีน
  • นักท่องเที่ยวที่มาจากแต่ละกลุ่มประเทศมีความต้องการที่แตกต่างกันเพราะฉะนั้นเราจำเป็นที่จะต้องเข้าใจและปรับกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์แต่ละกลุ่ม
    • นักท่องเที่ยวจีนสนใจสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง อาหาร Street Food และขนมขบเคี้ยว อย่างไรก็ตามสินค้ากลุ่ม Luxury Fashion ในไทยกลับไม่ได้ขายดีในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนเท่าเมื่อก่อนแล้ว เพราะโครงสร้างการจัดเก็บภาษีที่ส่งผลให้สินค้ากลุ่มนี้ในประเทศจีนมีราคาที่ถูกกว่าในไทย
    • นักท่องเที่ยวเอเชียชาติอื่นสนใจสินค้ากลุ่มแฟชั่นและร้านอาหารดัง
    • นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย สนใจ Street Food เป็นหลัก แต่ไม่ได้สนใจสินค้าแฟชันมากนัก
    • ในขณะที่นักท่องเที่ยวฝั่งอเมริกาและยุโรปไม่สนใจในเรื่องชอปปิงมากนัก แต่สนใจการท่องเที่ยวที่ให้ประสบการณ์เชิงวัฒนธรรม (Cultural Experience) และมักจะเลือกซื้อของฝากที่่มีความเป็นไทยกลับไป
  • ขอเชื่อมโยงกับโลกออนไลน์นิดนึงครับ ในฐานะที่เป็น Shopping Mall การทำช่องทางออนไลน์นั้นมีโฟกัสหรือกลยุทธ์อย่างไรบ้างครับ พอจะยกตัวอย่าง การทำ O2O ได้ไหมครับ
    • ในฐานะผู้ให้บริการศูนย์การค้า เราบอกว่าบทบาทของออนไลน์อาจจะแตกต่างจาก online marketplace เพราะหน้าที่ของช่องทางออนไลน์ คือการผลักดันให้กับศูนย์การค้าทั้งจะเป็นในเรื่องของสินค้า และอีเวนท์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในศูนย์การค้า
    • เราไม่ได้มองยอดขายออนไลน์เป็นตัวชี้วัดหลัก แต่มองยอดขายการสร้าง traffic และขายที่เกิดขึ้นจากการค้นหาสินค้า ผ่านทางช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่มาจาก mobile application หรือ บริการ chat & shop
    • หน้าที่หลักของเราคือการสร้างให้เกิด traffic และเปลี่ยนให้เกิด conversion สูงสุดให้กับร้านที่อยู่กับเราไม่ว่าจะเป็นบนออนไลน์ หรือในร้านค้าก็ตาม เพราะฉะนั้นในแง่ของการบริการและโปรโมชันที่ลูกค้าจะได้รับความมีความสอดคล้องกัน และลูกค้าต้องมีความสะดวกในการที่จะเลือกรับสินค้าได้ทั้งในร้าน และการส่งสินค้าถึงหน้าประตูบ้าน
    • ในขณะเดียวกันเราก็เห็นยอดการเติบโตอย่างสูงในช่องทางออนไลน์ของเราเอง โดยเราโฟกัสไปที่เป็นสินค้า luxury และสินค้าที่มีเฉพาะที่ศูนย์การค้าในกลุ่มของเราหรือหาได้ยากในตลาด โดยเราเองเป็นช่องทางออนไลน์ ที่มีสินค้า luxury ที่ครอบคลุมจำนวนแบรนด์มากที่สุดในแพลตฟอร์ม เดียว ผ่านทาง luxury chat & shop บน ONESIAM application หรือ บน ONESIAM LINE OA ซึ่งลูกค้าสามารถที่จะทักเข้ามาเพื่อสอบถามราคา หรือเช็คสต๊อกสินค้า หรือซื้อได้เลย 
    • ช่องทางออนไลน์เองยังเป็นการขยายฐานลูกค้าของเราออกไปนอกจากคนในกรุงเทพเนื่องจากศูนย์การค้าเรามีแต่ในกรุงเทพ
  • คิดว่าแนวโน้มของนักช็อปในภาพรวมปีหน้า จะมีอะไรน่าสนใจบ้างไหมครับ
    • ปีหน้าจะเป็นอีกปีหนึ่งที่น่าสนใจเนื่องจากอกำลังเห็นทิศทางที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจในอเมริกาและจีน แต่การเข้ามาของสินค้าจากจีนก็มีผลกับตลาดสินค้าปลีกในประเทศไทยเช่นกัน ในขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในขาของการฟื้นฟูซึ่งเราอาจจะฟื้นฟูช้ากว่าหลายชาติ
    • Conscious shopper – “Less chasing latest trend but looking” คือสิ่งที่คนน่าจะเป็นเทรนด์ และมองหาความคุ้มค่ามากขึ้น
      • 1) สินค้าที่มีความ timeless 
      • 2) สินค้าที่ความแตกต่าง  โดยเฉพาะสินค้าที่มีเรื่องราวผูกติดกับความรับผิดชอบทางสังคม พราะตอนนี้ลูกค้า เปลี่ยนจากการรับรู้ในความรับผิดชอบทางสังคมของแบรนด์สู่การสนับสนุนแบรนด์ที่ใส่ใจด้านความยั่งยืนมากขึ้น  
    • Purpose driven – เทรนด์ของคนที่ดูแลตัวเอง , JOLO (joy of logging off), socializing จะทำให้ความต้องการมาศูนย์การค้า จะมาเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ๆ และการเข้าสังคมและสร้างชุมชมที่จับต้องได้มากขึ้น
    • Rise of Gen Z (อายุ 12-27 ปี) – Gen Z จะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆทั้งในแง่ของจำนวนและสัดส่วนในการใช้จ่าย
      • คนในกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะทดลองไปในสถานที่ใหม่ใหม่หรือค้นหาประสบการณ์ใหม่ มากกว่า Gen X & Y
      • คนในกลุ่มนี้มีความเป็น Digital native สูง และ พฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ก็ต่างไป product discovery จะเกิดมากขึ้นเรื่อยเรื่อยในช่องทางโซเชียลอย่าง TikTok และ X ผ่าน micro-influencers ในรูปแบบของวิดีโอสั้นและ live-commerce
    • Communication – คน Gen Z และคนที่มีไลฟ์สไตล์ ในแบบเดียวกัน คาดหวังที่จะได้รับการสื่อสารแบบตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย โปร่งใส และ ต้องเกี่ยวข้องกับเขาเพราะมีข้อมูลที่วิ่งหาเขาเยอะมาก
    • AI – AI จะมีส่วนในการทำ ‘hyper-personalize communication’ ทั้งในเรื่องของการค้นหารูปแบบของความต้องการและในแง่ของการสื่อสารด้วยข้อความที่เฉพาะตัว แต่ในขณะเดียวกันเองอาจจะมีส่วนในการสร้างประสบการณ์ที่ประทับใจ ให้กับลูกค้าทั้งในแง่ของการสร้างความสะดวกสบาย และ การสร้างความตื่นตาตื่นใจ