ทุกวันนี้ช่องทางโซเชียลมีเดีย (Social Media) สำคัญมากกับโลกธุรกิจดิจิทัลเพราะจากรายงานของ GWI มีผู้คนทั่วโลกใช้เวลาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมากเฉลี่ยมากถึง 6 ชั่วโมง 38 นาทีต่อวัน และคนส่วนใหญ่จะมีบัญชีใช้งานโซเชียล มากถึง 4-6 ช่องทาง บทความนี้ Wisesight จึงจะมาแชร์วิธีการเลือกใช้โซเชียลมีเดียแต่ละช่องทาง พร้อมวิธีวัดผลลัพธ์สำหรับแบรนด์กัน

Key Takeaways
- แบรนด์และธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานบนโซเชียลมีเดียได้ โดยสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์เพื่อติดต่อและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย หรือการเข้ามาทำการตลาดแบบ Social Media Marketing เพิ่มโอกาสทางการขายให้กับธุรกิจ
- สำหรับแบรนด์ที่จะทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย ขอแนะนำ 6 แพลตฟอร์มสำคัญที่คนไทยใช้งานมากที่สุด ได้แก่ Facebook, X (Twiiter), Instagram, YouTube, TikTok และ Pantip
- หลังจากแบรนด์ทำการตลาดแบบ Social Media Marketing แล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องทำต่อคือการวัดผลความสำเร็จจากการดูตัวชี้วัดหรือเมตริก (Metric) หลัก ๆ ได้แก่ การเข้าถึง (Reach), การมีส่วนร่วม (Engagement) และอัตราการเปลี่ยนมาสู่เป้าหมาย (Conversion Rate) เพื่อช่วยให้แบรนด์เข้าใจผลลัพธ์และวางแผนการปรับปรุงกลยุทธ์ต่อไปได้อย่างชัดเจน
- Wisesight ขอแนะนำเครื่องมือที่สามารถใช้วัด Social Media Performance ได้นั่นคือ Social Metric, Zocial Eye และ Wisesight Research ซึ่งสามารถวัดจากตัวชี้วัดหลากหลายมิติอย่างครอบคลุม
Social Media คืออะไร
Social Media คือ แพลตฟอร์มหรือช่องทางที่ผู้คนใช้ติดต่อสื่อสารกันบนโลกออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การแชท การพูดคุยผ่านวิดีโอเสียงและวิดีโอภาพ ซึ่งในปัจจุบันรูปแบบการติดต่อสื่อสารบนโซเชียลมีเดียก็มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น การสร้างโพสต์ การแสดงความคิดเห็น การแสดงความรู้สึก (เช่น Like, Love, Sad, Dislike เป็นต้น) การแบ่งปันเรื่องราว (Share) การทำไลฟ์สตรีมมิง (Live Streaming) การติดแฮชแท็ก (Hashtag) ฯลฯ
สิ่งที่ทำให้ Social Media ถูกเรียกว่าเป็น “Social” หรือ “สังคม” ขึ้นมาได้ เป็นเพราะว่า แพลตฟอร์มต่าง ๆ ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ให้ผู้คนจำนวนมากเข้ามาเชื่อมต่อกัน เกิดเป็นรูปแบบสังคมออนไลน์ขึ้น จึงเกิดรูปแบบการใช้งานที่พัฒนาไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จบ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน แบรนด์และธุรกิจเองก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมออนไลน์นี้และสามารถใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการติดต่อและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย หรือเข้ามาทำการตลาด Social Media Marketing ได้นั่นเอง

Social Media มีประเภทอะไรบ้าง
ประเภทของ Social Media เราสามารถแบ่งตามฟังก์ชันโดยทั่วไปของแพลตฟอร์มได้ โดยแบ่งอย่างกว้างได้ 5 ประเภท ด้วยกัน
1. Social Networking Sites (เว็บไซต์เครือข่ายสังคม)
ยกตัวอย่างเช่น Facebook, LinkedIn เป็นพื้นที่ที่ให้ผู้ใช้งานเข้ามาสร้างโปรไฟล์และพูดคุยแลกเปลี่ยน เชื่อมต่อกันผ่านการ “เพิ่มเพื่อน” หรือ “Connect” สามารถแชร์ข้อมูล ความคิดเห็น รูปภาพ อัปเดตสถานะ รวมไปถึงวิดีโอได้ จึงเหมาะสำหรับการเชื่อมต่อกับผู้คนในวงกว้าง และ LinkedIn ที่เน้นการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและอาชีพ

2. Microblogging Sites (ไมโครบล็อก)
ยกตัวอย่างเช่น X (หรือ Twitter) เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นการแชร์ข้อความสั้น ๆ และการอัปเดตสถานะแบบเรียลไทม์ (Realtime) บน Social Media ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่นิยมในการแชร์ข้อมูลข่าวสาร อัปเดตเหตุการณ์สำคัญ และสร้างการสนทนาออนไลน์ในหัวข้อต่าง ๆ ไมโครบล็อกจึงเหมาะสำหรับการสร้างแคมเปญไวรัล การติดตามแนวโน้ม และการมีส่วนร่วมกับผู้ติดตามอย่างรวดเร็ว

3. Content Sharing Sites (เว็บไซต์แชร์รูปภาพและวิดีโอ)
เช่น Instagram, TikTok, YouTube ใช้สำหรับแบ่งปันเนื้อหาภาพถ่ายและวิดีโอ เช่น Instagram เน้นการแชร์ภาพและวิดีโอสั้น, TikTok เน้นการสร้างและแชร์วิดีโอสั้นที่มีความสนุกสนาน มีความเรียล (Realism) และความสร้างสรรค์, YouTube เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการแชร์คอนเทนต์ยาว วิดีโอการสอน และวิดีโอบันเทิงต่าง ๆ

4. Messaging Apps (แอปพลิเคชันส่งข้อความ)
เช่น WhatsApp, LINE, Telegram, Messager เป็นช่องทางที่ผู้ใช้งานสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ผ่านข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และไฟล์ต่าง ๆ ในทันที จึงเป็นช่องทางที่แบรนด์สามารถใช้ในการสื่อสารและเชื่อมต่อกับลูกค้าแบบใกล้ชิดได้

5. Discussion Forums (ฟอรัมสนทนา)
เช่น Reddit, Quora, Puntip คือ Social Media สำหรับการตั้งกระทู้ถาม-ตอบ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อต่าง ๆ ได้ มีการแบ่งห้องหรือชุมชนตามหัวข้อที่สนใจเฉพาะ และรีวิวสินค้า บริการ หรือประสบการณ์ของตัวเอง
นอกจาก Social Media ทั้ง 5 ประเภทหลักข้างต้นแล้ว ยังมีอีก 2 ประเภท ที่เราสามารถกล่าวถึงได้อีก ได้แก่
- Blogging Platform สำหรับลงบทความหรือคอนเทนต์ประเภทตัวอักษรขนาดยาวที่มีเซคชันการคอมเมนต์ (Comment Section) โต้ตอบกันระหว่างผู้ใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น Medium และ WordPress
- Social Commerce Platforms ช่องทางการขายของบนแพลตฟอร์ม มักแทรกอยู่กับโซเชียลมีเดียช่องทางต่าง ๆ เช่น การติดตะกร้าหรือหน้าสินค้าบน TikTok, Facebook Market Place, การติดแท็กสินค้าบน Instagram ฯลฯ

Social Media สำคัญอย่างไรกับธุรกิจในยุคนี้
แน่นอนว่า ในปัจจุบัน Social Media คือ ช่องทางสำคัญของแบรนด์และธุรกิจในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและผู้บริโภค แต่หากจะแตกย่อยประโยชน์ออกมา ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จาก Social Media ได้ในแง่มุมต่าง ๆ เหล่านี้
- Brand building หรือการสร้างแบรนด์ ใช้โซเชียลมีเดีย เป็นพื้นที่ช่วยให้แบรนด์สร้างและขยายภาพลักษณ์ได้ ผ่านการเผยแพร่เนื้อหาและการสื่อสารที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่รู้จักมากขึ้น
- Sales and marketing แบรนด์สามารถใช้โซเชียลมีเดียในการทำการตลาด โปรโมตสินค้า และทำโฆษณาให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ ยังสามารถกระตุ้นยอดขายและสร้างความต้องการซื้อผ่านแคมเปญและโฆษณาต่าง ๆ ได้อีกด้วย
- Content distribution ใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการเผยแพร่เนื้อหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบทความ รูปภาพ วิดีโอ หรือไลฟ์สตรีม เพื่อเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้คน/กลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึง การทำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มความนิยมให้กับแบรนด์
- Customer services แบรนด์สามารถใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการให้บริการลูกค้า แบรนด์สามารถตอบคำถามและแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วหรือทันที ทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีและเพิ่มความพึงพอใจต่อแบรนด์
- Analytics and ROI แบรนด์สามารถวัดผลลัพธ์จากการทำการตลาดได้ง่ายขึ้น โดยสามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เช่น การมีส่วนร่วม (Engagement) การเข้าถึง (Reach) และผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) เพื่อปรับกลยุทธ์และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการตลาด
จะเลือกใช้ Social Media Platforms ในการทำ Social Media Marketing อย่างไร

สำหรับแบรนด์ที่จะทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย ขอแนะนำ 6 แพลตฟอร์มสำคัญที่คนไทยใช้งานมากที่สุด มา ดังนี้
Facebook คือ ช่องทางโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานหลายล้านบัญชี เป็นช่องทางที่ผู้ใช้งานและแบรนด์สามารถใช้ประโยชน์ทั้งการสร้างแบรนด์ การดูแลชุมชนหรือคอมมูนิตี้ (Community) และทำบริการให้ความช่วยเหลือลูกค้า (Customer Service) ได้ดี เช่น
- เปิดเพจแบรนด์ เพื่อติดต่อหรือใช้เป็นหน้าร้านเสมือนบน Facebook ให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจเข้ามาทำความรู้จัก ดูโปรโมชันเกี่ยวกับแบรนด์
- Facebook Group เป็นการเปิดกลุ่มที่มีจุดประสงค์เฉพาะ รวบรวมคนที่สนใจในเรื่องเดียวกัน ซึ่งแบรนด์สามารถเปิดและดูแลกลุ่ม สร้างเป็นคอมมูนิตี้ เพื่อตอบปัญหา/ให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการได้ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมาย
- เชื่อมต่อกับ Messenger ช่องทางแชทของ Meta ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่ลูกค้าหรือคนที่สนใจแบรนด์สามารถติดต่อเข้ามาได้สะดวก รวมไปถึงสามารถปิดการขายผ่านแชทได้อีกด้วย
ช่องทาง Facebook เหมาะกับการทำ Social Media Marketing ในแบบกว้าง เหมาะใช้เป็นช่องทางหลักสำหรับการสร้างภาพลักษณ์และเผยแพร่ความรู้ความทั่วไป สำหรับจุดที่โดดเด่นกว่าช่องทางอื่น ๆ ในปัจจุบัน คือ การสร้างชุมชนหรือการบริหารคอมมูนิตี้
Instagram คือ แพลตฟอร์มสำหรับการลงรูปและวิดีโอสั้นที่เน้นความสวยงามและการนำเสนอไลฟ์สไตล์เป็นหลัก เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเน้นขายความสวยงามและความน่าสนใจของสินค้าและบริการ เช่น แบรนด์แฟชั่น แบรนด์ของใช้ในบ้าน ธุรกิจสปา ฯลฯ
แบรนด์สามารถใช้ Instagram สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Building) ได้ โดยสร้างหน้าโปรไฟล์ให้เป็นเหมือนกับแกลเลอรีของแบรนด์ ให้ผู้ใช้งานเข้ามาเยี่ยมชม เลือกดูรูปอื่น ๆ เพิ่มเติม มองหาสินค้าที่ถูกใจ ตลอดจนติดต่อแบรนด์ด้วยการแชทผ่าน Direct Message (ซึ่งแบรนด์สามารถรวมข้อความไว้กับ Messenger ใช้งานร่วมกับ Facebook ได้)
X (หรือ Twitter)
X หรือที่หลายคนคุ้นเคยกันในชื่อ “Twitter” เป็นอีกแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากกว่า 400 ล้านบัญชี เป็นช่องทางที่ให้ผู้ใช้งานพิมพ์เนื้อหาออกมาไม่เกิน 280 ตัวอักษร ต่อโพสต์ ทำให้เกิดลักษณะการใช้งานเฉพาะตัว เน้นเป็นการเขียนอะไรสั้น ๆ กระชับ หรือหากจะเขียนยาวมากกว่านั้น ก็สามารถสร้าง “เธรด” (Thread) เล่าเรื่องต่อได้
จุดเด่นของ X คือ การเล่นกับเทรนด์และเป็นแพลตฟอร์มที่มีการใช้ # (แฮชแท็ก Hashtag) อย่างจริงจัง สำหรับติดแท็กไปในโพสต์เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้คนที่สนใจในประเด็นที่เกี่ยวข้อง แบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จาก Hashtag ที่กำลังเป็นเทรนด์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและผู้คนจำนวนมากได้ หรือแบรนด์สามารถเข้าร่วมบทสนทนากับกลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างความคุ้นเคยได้
TikTok
TikTok คือ โซเชียลมีเดียสำหรับคอนเทนต์ประเภทวิดีโอสั้น (Short Video) เป็นช่องทางที่ให้กำเนิดเทรนด์ไวรัลหลาย ๆ อย่างขึ้น
จุดเด่นของ TikTok คือ การเป็นช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มคนได้จำนวนมากและมียอดการมีส่วนร่วม (Engagement) ค่อนข้างสูง แบรนด์สามารถใช้ประโยชน์ในจุดนี้ เพื่อสร้างแบรนด์และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนได้ แบรนด์สามารถสร้างแคมเปญสร้างการรับรู้เพิ่มผ่านเครื่องมือต่าง ๆ ของแพลตฟอร์ม เช่น การติดฟิลเตอร์, การเล่นแผ่นเสียง, การไลฟ์สตรีม, การคอลแลปครีเอเตอร์ (Collaboration) นอกจากนี้ บน TikTok ยังสามารถติดตะกร้าสินค้าของแบรนด์และขายของผ่านแพลตฟอร์มนี้ได้อีกด้วย
YouTube
YouTube คือ เป็นแพลตฟอร์มเผยแพร่วิดีโอที่โด่งดังที่สุดและมีเนื้อหาหลากหลาย ช่องทางนี้ เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างฐานผู้ติดตาม สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก หรือสร้างความน่าเชื่อถือ ผ่านการนำเสนอความรู้และวิดีโอคุณภาพ
นอกจากความแข็งแกร่งของการเป็นแพลตฟอร์มวิดีโออันดับหนึ่งแล้ว ปัจจุบัน YouTube ยังพัฒนาให้มีฟีเจอร์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ผู้ใช้งานและธุรกิจมากยิ่งขึ้น เช่น Short (การลงคลิปวิดีโอสั้น), ไลฟ์สตรีม, โพสต์บนหน้าฟีด (YouTube Feed), การติดดาวสนับสนุน, ระบบสมาชิก (Membership) ฯลฯ ช่วยให้แบรนด์มีลูกเล่นใหม่ ๆ ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและรับการสนับสนุนจากผู้ติดตามได้เพิ่มเติม
Pantip
Pantip (พันทิป) เป็นเว็บไซต์ฟอรัมสนทนาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เป็นแพลตฟอร์มที่ให้ผู้คนเข้ามาตั้งกระทู้เพื่อถามคำถาม แบ่งปันประสบการณ์ แสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อทั่วไปทำให้เกิดเป็นคอมมูนิตี้ความสนใจในด้านต่าง ๆ ขึ้น
เว็บไซต์ Pantip ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่คนไทยมักจะใช้ในการหารีวิวจากผู้ใช้/ผู้บริโภคจริง รวมไปถึงสอบถามปัญหาต่าง ๆ ในมุมของแบรนด์ สามารถใช้ประโยชน์จากช่องทางนี้ได้หลายทาง เช่น ใช้ฟังเสียงรีวิวจากลูกค้าที่ประสบปัญหาหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ หรือใช้เทคนิค Influence Marketing จ้างเขียนรีวิวสินค้าหรือบริการของแบรนด์บนพันทิปได้
จะวัดผล Social Media Performance อย่างไร
การวัดผลที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องดูตัวชี้วัดหรือเมตริก (Metric) หลัก ๆ ที่จะช่วยให้แบรนด์เข้าใจผลลัพธ์และวางแผนการปรับปรุงกลยุทธ์ต่อไปได้
แนะนำให้เน้นดู 3 เมตริก ต่อไปนี้:
การเข้าถึง (Reach)
การเข้าถึงเป็นตัวชี้วัดว่าคอนเทนต์ถูกมองเห็นโดยผู้คนกี่คน ยิ่งมีการเข้าถึงมากเท่าไหร่ ก็หมายถึงว่า คอนเทนต์ของแบรนด์ถูกเผยแพร่ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขวางมากขึ้น เมตริกนี้จะช่วยวัดความสำเร็จในการสร้างการรับรู้ในตลาด (Brand Awareness) ตัวอย่างเช่น หากคอนเทนต์หนึ่งมี Reach สูง แต่ Engagement ต่ำ อาจบ่งบอกว่าคอนเทนต์นั้นไม่สามารถดึงดูดความสนใจได้เพียงพอ
การมีส่วนร่วม (Engagement)
เป็นตัวชี้วัดว่าผู้คนตอบสนองต่อคอนเทนต์ของคุณอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการกด Like, Comment, Share, หรือการคลิกบนลิงก์ในโพสต์ การมีส่วนร่วมเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสนใจและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย ยิ่งมี Engagement สูง ยิ่งแสดงว่าคอนเทนต์ของคุณมีความน่าสนใจ ตัวอย่างเช่น โพสต์ที่มีอัตรา Engagement สูงแสดงว่าแบรนด์กำลังสร้างคอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการและความสนใจของผู้ชม
อัตราการเปลี่ยนมาสู่เป้าหมาย (Conversion Rate)
เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญมากในการวัดความสำเร็จของแคมเปญ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ที่เห็นหรือมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์นั้นเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าหรือทำกิจกรรมตามเป้าหมายที่กำหนดไว้มากน้อยเพียงใด เช่น การสมัครรับข่าวสาร การซื้อสินค้า หรือการลงทะเบียนในเว็บไซต์ ยิ่งอัตราการเปลี่ยนแปลงที่สูงแสดงว่าคอนเทนต์หรือโฆษณาของแบรนด์มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้เกิดการกระทำที่แบรนด์ต้องการ
ในการวัดผลเมตริกเหล่านี้ แบรนด์สามารถดูข้อมูลเชิงลึกหรือ “Insight” ที่มีอยู่ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้ ช่วยให้แบรนด์เข้าใจว่าคอนเทนต์แบบไหนที่มีประสิทธิภาพและได้รับความสนใจมากที่สุด ทั้งนี้ การดูภาพรวมของแคมเปญจะช่วยให้สามารถปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการโปรโมตสินค้าและแบรนด์ได้อย่างต่อเนื่อง

แนะนำเครื่องมือวัดผล Social Media Performance
การวัด Social Media Performace ในภาพรวมเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและเห็นภาพรวมไม่ครบถ้วน เนื่องจากแบรนด์มักจะทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียในหลากหลายช่องทาง Wisresight จึงอยากแนะนำเครื่องมือและบริการจาก Wisesight Research ในการวัด Social Media Performance ที่ช่วยสรุปข้อมูลสำคัญ ๆ และตีความข้อมูลพร้อมใช้ มาให้คุณได้รู้จัก
Social Metric

เครื่องมือตัวแรก Social Metric คือ แพลตฟอร์มสำหรับดู Social Media Performance และ Brand Performance โดยเฉพาะ รวบรวมข้อมูลจากโซเชียลมีเดียช่องทางหลักที่คนไทยใช้มาครบถ้วน เช่น Facebook, Instagram, YouTube, และ TikTok โดยจุดเด่นที่สำคัญ คือ สามารถเลือกดูแดชบอร์ด (Dashboard) แบบ “Overview” หรือภาพรวมที่สรุปข้อมูลเชิงลึกจากทุกแพลตฟอร์มมาให้ดูง่าย ๆ และเลือกดูแดชบอร์ดแบบแยกรายช่องทาง
ตัวอย่าง Social Media Metric ที่วัดผลได้บน Social Metric
Social Metric สามารถวัดเมตริกสำคัญที่ช่วยบอก Social Media Performance ได้หลายเมตริก เช่น Engagement, Reaction, Comment, Share แต่สิ่งที่ทำให้ Social Metric เป็นแพลตฟอร์มวัด Social Media Performance ที่ตอบโจทย์แบรนด์อย่างยิ่ง รวมทั้งมีเส้น Benchmarketing ที่ช่วยให้รู้ว่า แบรนด์ทำได้ดีแค่ไหนเมื่อเปรียบเทียบกับแบรนด์ในอุตสาหกรรมเดียวกัน


Social Metric ยังมีอีกหลายเมตริกและหน้าต่างข้อมูลอีกมากที่น่าสนใจ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมติดต่อสอบถามแบบละเอียดได้ที่ทีมงานของ Wisesight ได้เลย

Zocial Eye
สำหรับอีกเครื่องมือที่สามารถใช้วัด Social Media Performance ได้ คือ Zocial Eye เครื่องมือในการฟังและวิเคราะห์เสียงของผู้คนบนโซเชียลมิเดีย สำหรับฟีเจอร์ของ Zocial Eye สามารถวัดผลสิ่งเหล่านี้ได้
- ใช้ติดตามเทรนด์บนโซเชียลมีเดีย ดูคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่ผู้คนกำลังสนใจจากแต่ละแพลตฟอร์มออนไลน์
- ใช้ตามหา ‘เสียง’ ของผู้คนว่าพูดถึงแบรนด์อย่างไรบ้าง
- ช่วยวัดความรู้สึกของผู้บริโภค (Sentiment) ว่า ผู้คนกำลังรู้สึกอย่างไรกับประเด็นต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งตัวแบรนด์
และนอกจากฟีเจอร์เหล่านั้น ที่ตอบโจทย์ในฐานะ Social Listening Tool แล้ว Zocial Eye ยังมีฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์แบรนด์ เอเจนซี หรือหน่วยงานภาครัฐที่ทำ Social Media Marketing อีกด้วย
ตัวอย่าง Social Media Metric ที่วัดผลได้บน Zocial Eye
บน Zocial Eye แบรนด์สามารถเลือกมุมมอง (View) สำหรับกรองดูเฉพาะแคมเปญได้ ผ่านการตั้งค่าแคมเปญและวันที่เริ่ม-วันที่สิ้นสุดแคมเปญ Zocial Eye จะนำเสนอ Performance ของแคมเปญผ่านเมตริกต่าง ๆ ซึ่งเมตริกที่ได้จาก Zocial Eye คือ ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากทั้งบัญชีของแบรนด์และบัญชีผู้ใช้งานบนโซเชียลมีเดียทั้งหมด ผลลัพธ์ที่ได้จึงบอกประสิทธิของแคมเปญได้ครอบคลุมและใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากกว่า การใช้เครื่องมือ Analytics ของแพลตฟอร์ม (ที่เก็บข้อมูลเฉพาะที่เกิดขึ้นบนบัญชีของแบรนด์เท่านั้น)


เมตริกและสิ่งที่ Campaign View ของ Zocial Eye สามารถบอกได้ ยกตัวอย่างเช่น
- Messages (หมายถึงข้อความหรือโพสต์ที่ปรากฏคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับแคมเปญ)
- Engagements หรือยอดการมีส่วนร่วม
- Accounts หรือจำนวนบัญชีที่มีส่วนร่วมกับแคมเปญ
- Main Keyword Messages จำนวนคีย์เวิร์ดหลักที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญที่ได้รับการพูดถึง
- Average Messages / Day จำนวนเฉลี่ยของข้อความต่อวัน
- Average Engagements / Day จำนวนเฉลี่ยเอ็นเกจเมนต์ต่อวัน
- Sentiments แบ่งข้อความออกเป็นข้อความในเชิงบวก กลาง ๆ และเชิงลบ
และนอกจากการเลือกมุมมองแบบแคมเปญแล้ว แบรนด์ยังเลือกมุมมองแบบ Comparison View เปรียบเทียบ Social Media Performance ดูผลลัพธ์ในแง่มุมต่าง ๆ เช่น เปรียบเทียบจำนวนการถูกพูดถึง, เปรียบเทียบ Sentiment ที่เกิดขึ้นกับแบรนด์ต่าง ๆ ฯลฯ


ด้วยมุมมองการดูและวัดผลลัพธ์ Social Media Performance ของ Zocial Eye ช่วยให้แบรนด์ได้ข้อมูลที่ครบกว่า รู้ว่าประสิทธิภาพของแคมเปญหรือการตลาดบนโซเชียลมีเดียของแบรนด์ให้ผลอย่างไร โดยที่ไม่ต้องดึงข้อมูล ประมวลผล วิเคราะห์ ตีความด้วยตัวเอง ข้อมูลที่พร้อมใช้ไม่ใช่แค่ช่วยลดเวลาและขั้นตอนในการทำข้อมูลเท่านั้น แต่ข้อมูลที่ครบรอบด้านและทันเหตุการณ์ ช่วยให้แบรนด์หารับมือกับความท้าทาย เช่น Brand Reputation Crisis ได้ รวมไปถึงหาทางแก้เกมการตลาดกับคู่แข่งได้
Wisesight Research
ไวซ์ไซท์มีบริการ Wisesight Research ทีมผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียเพื่อให้แบรนด์ได้อินไซต์ตามที่ต้องการ พร้อมใช้งานสำหรับการปรับกลยุทธ์การตลาดของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในกรณีการวัดผล Social Media Performance ทีม Wisesight Research ได้ทำการวิเคราะห์ภาพรวมการใช้งานโซเชียลมีเดียเชิงธุรกิจกว่า 2300 แบรนด์จาก 27 กลุ่มธุรกิจตลอดทั้งปี ต่อเนื่องและนำเสนอออกมาเป็นรายไตรมาส
นั่นคือ Business Usage เป็นตัวช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมการใช้งานโซเชียลมีเดียไปจนถึงการวัดผลการทำคอนเทนต์ของแบรนด์ในแต่ละช่องทางบนโซเชียลมีเดียว่าเมื่อเทียบกับตลาดแล้วเป็นอย่างไร ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่ Facebook, X (Twiiter), Instagram, YouTube และ TikTok

ตัวชี้วัด Social Media Performance ที่ Business Usage จาก Wisesight Research สามารถบอกได้ ยกตัวอย่างเช่น
- Social Media Statistics Summary เห็นข้อมูลภาพรวมของเมตริกต่าง ๆ แยกรายแพลตฟอร์มออนไลน์
- Industry Benchmarking เป็นเกณฑ์การวัดประสิทธิภาพของคอนเทนต์โดยใช้ภาพรวมของ Performance จากทั้งอุตสาหกรรม โดยแยกตามแต่ละแพลตฟอร์มช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เรียกว่า P90 (ตัวชี้วัดที่ Exclusive สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการของไวซ์ไซท์ทุกท่าน)
- Summary Content Pillar by Industry สรุปรูปแบบคอนเทนต์ที่ได้รับเอนเกจเมนต์สูงสุดในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อวิเคราะห์ว่าคอนเทนต์รูปแบบใดที่ได้ผลลัพธ์ดี รวมถึงวิเคราะห์แนวทางการต่อยอดคอนเทนต์แบบใหม่ให้การสื่อสารในอนาคต (ตัวชี้วัดที่ Exclusive สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการของไวซ์ไซท์ทุกท่าน)
ดาวน์โหลดภาพรวมการใช้งานโซเชียลมีเดียเชิงธุรกิจ ไตรมาส 2 ปี 2568 (Business Usage Q2/2025)

สรุป
Social Media คือ ช่องทางการตลาดช่องทางสำคัญสำหรับแบรนด์ในปัจจุบัน ซึ่งก็มีโซเชียลมีเดียหลากหลายช่องทางให้เลือกใช้ และการที่แบรนด์จะทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียหรือทำ Social Media Marketing ให้ได้ผล จำเป็นต้องเข้าใจจุดเด่นและลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละแพลตฟอร์ม ตลอดจนรู้ว่า พฤติกรรมของผู้คนบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เหล่านั้น เป็นอย่างไร เพื่อที่แบรนด์จะได้ทำคอนเทนต์ ออกแคมเปญ หรือทำการตลาดให้ตอบโจทย์ทั้งแพลตฟอร์มและกลุ่มเป้าหมาย
ในบทความนี้ เราก็ได้รู้จักกับเครื่องมือที่สามารถใช้วัด Social Media Performance ได้แล้ว นั่นคือ Social Metric, Zocial Eye และ Wisesight Research ที่ไม่มีเพียงช่วยให้แบรนด์รู้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะกับช่องทางของแบรนด์หรือ Owned Media เท่านั้น แต่ยังช่วยสรุปข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ ได้ครอบคลุมทั้ง Earned Media และ “เสียง” ที่เกิดขึ้นจริงของผู้ใช้งานบนโซเชียลมีเดีย



