การวัดผลการตลาดบน Social Media มักเริ่มจากตัวเลขพื้นฐาน เช่น Like, Comment, Share, View หรือ Follower แต่ตัวเลขเหล่านี้อธิบายได้เพียงบางส่วนของประสิทธิภาพแบรนด์

แบรนด์ยังต้องรู้ว่าคู่แข่งโพสต์มากแค่ไหน ใช้โฆษณารูปแบบใด มีใครพูดถึงแบรนด์บ้าง และอินฟลูเอนเซอร์รายใดกำลังสร้างการมองเห็นในตลาด

การเลือก Key Metrics จึงต้องครอบคลุมทั้งช่องทางของแบรนด์ เสียงจากผู้บริโภค การทำโฆษณา การสื่อสารผ่านอินฟลูเอนเซอร์ และภาพรวมพลังของแบรนด์บน Social Media 


  • Key Metrics ต้องครอบคลุมมากกว่า Engagement เพื่อให้เห็นทั้งสิ่งที่แบรนด์สื่อสาร กระแสตอบรับจากผู้บริโภค การเคลื่อนไหวของโฆษณา และบทบาทของ Influencer
  • Brand Scan ช่วยวัด Brand Performance ผ่าน 5 มิติหลัก ได้แก่ Owned, Earned, Paid, Influencer และ Social Metric ทำให้เห็นภาพรวมของแบรนด์ในที่เดียว
  • การเปรียบเทียบกับคู่แข่งช่วยให้ตัวเลขมีความหมายมากขึ้น เพราะแบรนด์สามารถดูได้ว่าตนเองอยู่ตรงไหน สิ่งใดทำได้ดี และจุดใดควรปรับกลยุทธ์ต่อไป

Table of Contents

Key Metrics คืออะไร

Key Metrics คือ ตัวชี้วัดที่สามารถใช้ในการวัดผลและประเมินผลความสำเร็จของการทำการตลาด เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ 

ซึ่งถ้าเราทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย Key Metrics ก็จะทำให้เราเข้าใจได้ว่า ผลลัพธ์ที่ได้นั้นช่วยบอก Performance Marketing บนช่องทางโซเชียลมีเดียว่าทำแล้วดีหรือไม่ เทียบกับคู่แข่งแล้วเป็นอย่างไร ต่อยอดไปสู่การวิเคราะห์ถึงประสิทธิภาพและการเติบโตของแบรนด์ว่าเป็นอย่างไรได้ โดยในแต่ละช่องทางโซเชียลมีเดียเองก็มี Social Media Metrics หลากหลายประเภทที่ใช้ในการวัดผลและช่วยบอกเราได้ว่าความสำเร็จของกิจกรรมการตลาดที่เราสร้างขึ้น ซึ่งนักการตลาดควรรู้ว่าในแต่ละช่องทางจะต้องใช้ค่าไหนในการวัดผล  

KPI และ Key Metrics ต่างกันอย่างไร?

KPI คือเป้าหมายหลักที่ใช้ตัดสินว่าการดำเนินงานประสบความสำเร็จหรือไม่

Key Metrics คือข้อมูลที่ช่วยอธิบายว่า KPI เติบโต ลดลง หรือเกิดจากปัจจัยใด

ตัวอย่างเช่น KPI ของแคมเปญอาจกำหนดให้ Brand Engagement เติบโต 20% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน

Key Metrics ที่ต้องติดตามอาจประกอบด้วยจำนวนโพสต์ Engagement ต่อโพสต์ Share, Comment, Video View และคอนเทนต์ที่สร้าง Engagement สูงสุด

ประเภทหน้าที่ตัวอย่าง
KPIกำหนดผลลัพธ์ที่ต้องการEngagement เติบโต 20%
Key Metricsอธิบายผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นEngagement, Share, Comment, View
Benchmarkใช้เป็นฐานเปรียบเทียบเดือนก่อน ค่าเฉลี่ยตลาด หรือคู่แข่ง

ตัวอย่างประเภทของ Key Metrics ที่ใช้วัดผลลัพธ์บนโซเชียลมีเดีย

  • Followers หมายถึง จำนวนผู้ติดตามของแบรนด์
  • Reactions หมายถึง จำนวนการกด Like รวมถึงการกด Love, Wow, Haha และ Angry บน Facebook
  • Comment หมายถึง จำนวนการแสดงความคิดเห็น
  • Share หมายถึง จำนวนการแชร์
  • Views on TikTok/YouTube หมายถึง จำนวนครั้งที่มีการดูวิดีโอ

ในการวัดผลและวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ สามารถช่วยให้เข้าใจถึงผลกระทบและความสำเร็จของกลยุทธ์ที่ทำบนโซเชียลมีเดีย รวมถึงช่วยในการปรับปรุงและพัฒนากลยุทธ์สำหรับแบรนด์ในอนาคตได้ด้วย

ประโยชน์ของการมี Key Metrics สำหรับวัดผล

ประโยชน์ของการมี Key Metrics สำหรับวัดผล

ช่วยสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดที่ดีขึ้น

Key Metrics คือ ข้อมูลที่บ่งบอกผลลัพธ์เพื่อให้เราสามารถปรับกลยุทธ์การตลาดและทำความเข้าใจได้ว่าแคมเปญที่สร้างขึ้นนั้นประสบความสำเร็จหรือไม่ ซึ่งเราสามารถนำเอาข้อมูลที่ได้มาเพิ่มประสิทธิภาพให้เป็นไปตามเป้าหมายที่เราต้องการได้ 

ยกตัวอย่างเช่น หากเราวางแผนการตลาดบนโซเชียลมีเดีย และต้องการวัดผลว่าเนื้อหาหรือโฆษณามีความน่าสนใจและกระตุ้นให้ผู้ชมคลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ นักการตลาดสามารถใช้  Click-Through Rate หรือ CTR เป็นเมตริกในการปรับปรุงข้อความโฆษณาและการออกแบบให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นได้ เป็นต้น

ช่วยให้มองเห็นอินไซต์จากกลุ่มเป้าหมาย

Key Metrics ยังสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกจากการทำแคมเปญได้ว่า กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วม (Engagement) กับแบรนด์เป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งจะวิเคราะห์จากเมตริกสำคัญอย่างเช่น การกดไลก์ (Like), การแสดงความคิดเห็น (Comment), การแชร์ (Share) พร้อมกับข้อมูลอื่น ๆ ที่จะช่วยให้เราเข้าใจได้ว่า กลุ่มเป้าหมายของเรานั้นมีความสนใจในเนื้อหาประเภทใด และสามารถสร้างเนื้อหาที่จะช่วยให้เกิดการมีส่วนร่วมหรือ Engagement มากขึ้นได้ในอนาคต

ช่วยกำหนดเป้าหมายของทีม

เมื่อ Key Metrics คือ ตัวชี้วัดที่ช่วยบอกเรื่องของประสิทธิภาพทางการตลาดของแบรนด์หรือ Brand Performance ดังนั้น เมตริกจึงต้องมีความสัมพันธ์กับเป้าหมายทางธุรกิจหรือเป้าหมายของทีมที่จะทำการตลาด เพราะ Key Metrics ทำให้เราทราบได้ว่าช่องทางใดที่ช่วยทำให้เกิด Conversion ในรูปแบบที่ต้องการได้ ซึ่งช่วยทำให้ทีมขายและทีมการตลาดสามารถพัฒนางานได้อย่างต่อเนื่องจนไปถึงเป้าหมายที่วางไว้อย่างไม่หลงทางนั่นเอง

ควรใช้ Key Metrics ในการวัดผลลัพธ์บนโซเชียลมีเดียในรูปแบบไหนบ้าง

เราสามารถดูเมตริกสำคัญได้ทั้งจากฝั่งของแบรนด์ หรือ Owned Channel และฝั่งของช่องทางที่กล่าวถึงแบรนด์หรือ Earned Channel และควรดูทั้งในภาพรวมและรายช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยการวัดผลในรูปแบบนี้มีความสำคัญ ดังนี้

ทำไมต้องวัดผลลัพธ์ในฝั่ง Owned Mediaทำไมต้องวัดผลลัพธ์ในฝั่ง Earned Media
เพื่อควบคุมและปรับปรุงเนื้อหา (Content Control and Improvement)
ช่วยให้ทราบว่าเนื้อหาแบบไหนที่ได้รับความสนใจจากผู้ติดตามและลูกค้า ทำให้สามารถปรับปรุงและสร้างเนื้อหาที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น 
อีกทั้งช่วยให้เห็นภาพรวมของประสิทธิภาพเนื้อหาต่าง ๆ ที่เผยแพร่ลงไปในช่องทางที่แบรนด์เป็นเจ้าของ ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การโพสต์เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม (Engagement) ที่ดีมากขึ้นได้
ช่วยวัดผลการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness)
ช่วยให้เห็นภาพรวมของการรับรู้แบรนด์ผ่านการกล่าวถึงและการแชร์จากผู้ใช้งานและสื่ออื่น ๆ ทำให้สามารถวัดความสำเร็จในการสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ได้
ใช้ในการวางแผนและการตัดสินใจ (Planning and Decision Making)
ข้อมูลที่ได้จากการวัดผลจะช่วยในการวางแผนและการตัดสินใจในอนาคต เช่น การกำหนดเวลาโพสต์ที่เหมาะสม, การเลือกหัวข้อที่น่าสนใจมาทำคอนเทนต์, การตั้งงบประมาณในการทำโฆษณา เป็นต้น
เพื่อแพร่กระจายและการเข้าถึงแบรนด์ (Virality and Reach)
สามารถใช้เพื่อวัดผลการแชร์และการกล่าวถึงจากผู้ใช้งานหรือสื่ออื่น ๆ ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และยังวัดผลลัพธ์ของการมีส่วนร่วม ( Engagement) ที่เพิ่มมากขึ้นจากผู้ใช้งานและสื่ออื่น ๆ ได้ด้วย

Tips :
ทำความรู้จักกับช่องทางการทำการตลาดอย่าง Owned Channel และ Earned Channel ให้มากขึ้นที่ Paid Earned และ Owned Media คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรกับธุรกิจ

Key Metrics ตัวอย่างที่ควรใช้วัด Brand Performance บนช่องทางออนไลน์

Key Metrics ตัวอย่างที่ควรใช้วัด Brand Performance บนช่องทางออนไลน์ ซึ่งการวัดผลการตลาดและประสิทธิภาพของแบรนด์ต้องพิจารณาตัวชี้วัดหลายด้าน เพราะตัวเลขอย่าง Like, Comment หรือ Share เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายว่าแบรนด์กำลังทำผลงานได้ดีเพียงใด

นักการตลาดจึงควรวัดผลให้ครอบคลุมทั้งคอนเทนต์ของแบรนด์ เสียงพูดถึงจากผู้บริโภค การเคลื่อนไหวของโฆษณา บทบาทของ Influencer และภาพรวมประสิทธิภาพบน Social Media

Key Metrics ตัวอย่างที่ควรใช้วัด Brand Performance บนช่องทางออนไลน์ด้วย Brand Scan

สำหรับใครที่ต้องการวิเคราะห์ Key Metrics ให้ง่ายและเร็วขึ้น วันนี้ Wisesight มี Brand Scan เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ในที่เดียว โดยสามารถติดตามและเปรียบเทียบ Brand Performance ผ่านข้อมูล 5 มิติ ได้แก่

  • Owned
  • Earned
  • Paid
  • Influencer
  • Social Metric

แบรนด์สามารถใช้ข้อมูลแต่ละมิติเพื่อดูว่าแบรนด์กำลังสื่อสารอะไร ตลาดตอบรับอย่างไร คู่แข่งกำลังเคลื่อนไหวแบบไหน และควรปรับแผนการตลาดในจุดใดต่อไป

การวัด key metrics บน Brand Scan ใน 5 มิติ

Key Metrics ในมิติ Owned Media

Owned Media คือข้อมูลจากบัญชี Social Media ที่แบรนด์เป็นเจ้าของ เช่น Facebook, Instagram, TikTok, X และ YouTube

เมตริกในมิตินี้ใช้วัดว่าแบรนด์สื่อสารมากน้อยเพียงใด คอนเทนต์แบบไหนได้รับความสนใจ และช่องทางใดสร้างผลลัพธ์ได้ดีที่สุด

ตัวอย่าง Key Metrics ที่ควรติดตาม ได้แก่

Post

จำนวนคอนเทนต์ที่แบรนด์เผยแพร่ในช่วงเวลาที่กำหนด ช่วยให้เห็นระดับความต่อเนื่องและความถี่ในการสื่อสารของแบรนด์

Engagement

จำนวนการมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นกับคอนเทนต์ เช่น Like, Reaction, Comment และ Share ใช้ดูว่าคอนเทนต์สามารถกระตุ้นการตอบสนองจากผู้ชมได้มากเพียงใด

Reaction และ Like

จำนวนการกดแสดงความรู้สึกต่อคอนเทนต์ ช่วยสะท้อนการตอบรับเบื้องต้นจากผู้ชมในแต่ละแพลตฟอร์ม

Comment

จำนวนความคิดเห็นที่เกิดขึ้นใต้คอนเทนต์ของแบรนด์ ใช้ดูว่าคอนเทนต์สามารถสร้างบทสนทนาหรือคำถามจากผู้ชมได้มากเพียงใด

Share และ Repost

จำนวนครั้งที่ผู้ชมส่งต่อคอนเทนต์ ช่วยสะท้อนว่าคอนเทนต์มีคุณค่าหรือมีความน่าสนใจมากพอที่จะถูกกระจายต่อหรือไม่

View

จำนวนครั้งที่มีการรับชมวิดีโอ ใช้เปรียบเทียบประสิทธิภาพของคอนเทนต์วิดีโอในแต่ละช่องทาง

Follower และ Subscriber

จำนวนผู้ติดตามบัญชีของแบรนด์ ช่วยติดตามการเติบโตของฐานผู้ชมในแต่ละแพลตฟอร์ม

Hashtag Performance

ประสิทธิภาพของ Hashtag ที่แบรนด์ใช้ ช่วยดูว่า Hashtag ใดถูกใช้งานบ่อยและสัมพันธ์กับคอนเทนต์ที่สร้าง Engagement ได้ดี

Top Posts

คอนเทนต์ที่สร้างผลลัพธ์สูงที่สุดในช่วงเวลาที่เลือก ช่วยให้ทีมการตลาดเห็นรูปแบบคอนเทนต์ Message และ Format ที่ควรนำไปพัฒนาต่อ

Key Metrics ในมิติ Owned Media

Key Metrics ในมิติ Earned Media

Earned Media คือข้อมูลจากโพสต์หรือบทสนทนาของผู้ใช้งานทั่วไปที่กล่าวถึงแบรนด์

มิตินี้ช่วยให้แบรนด์เห็นเสียงตอบรับที่เกิดขึ้นนอกช่องทางของตัวเอง รวมถึงประเด็นที่ผู้บริโภคกำลังสนใจหรือมีข้อกังวล

ตัวอย่าง Key Metrics ที่ควรติดตาม ได้แก่

Brand Mention

จำนวนข้อความหรือโพสต์ที่กล่าวถึงแบรนด์ ช่วยดูระดับการรับรู้และปริมาณบทสนทนาที่เกิดขึ้นในตลาด

Engagement on Earned Content

จำนวนการมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นกับโพสต์จากผู้ใช้งานอื่น ช่วยวัดว่าบทสนทนาเกี่ยวกับแบรนด์สามารถขยายออกไปได้มากเพียงใด

Sentiment Distribution

สัดส่วนความคิดเห็นเชิงบวก เชิงลบ และเป็นกลาง ช่วยให้แบรนด์เห็นภาพรวมของความรู้สึกที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์

Audience Size

จำนวนผู้ใช้งานที่มีส่วนร่วมกับบทสนทนาเกี่ยวกับแบรนด์ ช่วยประเมินขนาดของกลุ่มคนที่แบรนด์สามารถเข้าถึงผ่าน Earned Media

Top Users

บัญชีผู้ใช้งานที่สร้างบทสนทนาหรือ Engagement เกี่ยวกับแบรนด์ในระดับสูง ช่วยให้แบรนด์เห็นว่าใครมีบทบาทต่อการรับรู้และการกระจายข้อมูล

Top Posts

โพสต์จากผู้ใช้งานอื่นที่ได้รับ Engagement สูง ช่วยให้แบรนด์เข้าใจว่าประเด็น รีวิว หรือประสบการณ์แบบใดกำลังได้รับความสนใจ

Key Metrics ในมิติ Earned Media

Key Metrics ในมิติ Paid Media

Paid Media ใน Brand Scan ใช้ติดตามการเคลื่อนไหวของโฆษณาที่เปิดเผยต่อสาธารณะจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Meta Ad Library, Google Ads Transparency Center และ TikTok Ad Library

ข้อมูลในมิตินี้ช่วยให้แบรนด์เห็นว่าตัวเองและคู่แข่งกำลังสื่อสารเรื่องอะไร ใช้ Creative รูปแบบไหน และมีการผลักดันโฆษณาในช่วงใด

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรติดตาม ได้แก่

Active Ads

จำนวนโฆษณาที่ยังคงเผยแพร่อยู่ในช่วงเวลาที่เลือก ช่วยดูระดับความเคลื่อนไหวด้าน Paid Media ของแต่ละแบรนด์

Ads Timeline

ช่วงเวลาที่โฆษณาเริ่มเผยแพร่และยังคง Active ช่วยวิเคราะห์จังหวะของแคมเปญและความต่อเนื่องในการสื่อสาร

Media Type

รูปแบบของสื่อที่ใช้ในโฆษณา เช่น รูปภาพ วิดีโอ หรือข้อความ ช่วยให้เห็นว่าแบรนด์และคู่แข่งให้ความสำคัญกับ Creative ประเภทใด

Platform และ Placement

ช่องทางหรือพื้นที่ที่แบรนด์เลือกใช้เผยแพร่โฆษณา ช่วยให้เห็นแนวทางการกระจาย Media ของแต่ละแบรนด์

Call to Action

ข้อความกระตุ้นการตัดสินใจที่ใช้ในโฆษณา เช่น Learn More, Shop Now หรือ Sign Up ช่วยให้เข้าใจวัตถุประสงค์ของการสื่อสารในแต่ละแคมเปญ

Advertising Message

ข้อความหลักที่ใช้ในโฆษณา ช่วยวิเคราะห์ว่าแบรนด์กำลังเน้น Product, Promotion, Benefit หรือ Pain Point ใดเป็นพิเศษ

ข้อมูล Paid Media ใน Brand Scan เหมาะสำหรับการติดตาม Ads Visibility และพฤติกรรมการสื่อสารของคู่แข่ง ไม่ได้ใช้แทนข้อมูลหลังบ้าน เช่น Ad Spend, CTR, CPC หรือ Conversion ของแคมเปญ

Key Metrics ในมิติ Paid Media

Key Metrics ในมิติ Influencer

Influencer Metrics ช่วยให้แบรนด์เห็นว่า Creator คนใดกำลังพูดถึงแบรนด์ มีความสัมพันธ์กับแบรนด์ในรูปแบบใด และสามารถสร้าง Visibility ได้มากเพียงใด

ตัวอย่าง Key Metrics ที่ควรติดตาม ได้แก่

Influencer Mention

จำนวนครั้งที่ Influencer กล่าวถึงหรือ Tag แบรนด์ในคอนเทนต์ ช่วยดูความถี่ในการปรากฏตัวของแบรนด์ผ่าน Creator

Visibility

ระดับการมองเห็นที่แบรนด์ได้รับจากคอนเทนต์ของ Influencer ช่วยประเมินว่า Creator คนใดมีบทบาทในการกระจายการรับรู้

Brand Relationship

รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่าง Influencer กับแบรนด์ ช่วยดูว่า Influencer คนใดมีการพูดถึงแบรนด์อย่างต่อเนื่อง หรือมีแนวโน้มเป็นผู้ร่วมงานกับแบรนด์

Top Influencers

รายชื่อ Influencer ที่สร้างการพูดถึงหรือ Visibility ให้กับแบรนด์ในระดับสูง ช่วยให้ทีมการตลาดนำข้อมูลไปใช้วางแผน Influencer Marketing ได้แม่นยำขึ้น

Key Metrics ในมิติ Influencer

Key Metrics ในมิติ Social Metric

Social Metric เป็นอีกหนึ่งมิติภายใน Brand Scan ที่ใช้สรุปและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแบรนด์บน Social Media

ข้อมูลในส่วนนี้ช่วยให้แบรนด์เห็นภาพรวมว่าแบรนด์ทำผลงานได้ดีเพียงใดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้าและแบรนด์คู่แข่ง

ตัวอย่าง Key Metrics ที่ควรติดตาม ได้แก่

Brand Summary

ข้อมูลสรุปประสิทธิภาพโดยรวมของแบรนด์ในช่วงเวลาที่เลือก ช่วยให้เห็นสถานะของแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว

Platform Summary

ข้อมูลเปรียบเทียบผลลัพธ์แยกตาม Social Media Platform ช่วยดูว่าช่องทางใดเป็นจุดแข็งหรือจุดที่ควรปรับปรุง

Average Growth Rate

อัตราการเติบโตเฉลี่ยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า ช่วยติดตามว่า Performance ของแบรนด์กำลังเติบโต ชะลอตัว หรือถดถอย

Owned Post Performance

ผลลัพธ์ของคอนเทนต์บนช่องทางที่แบรนด์เป็นเจ้าของ ช่วยวัดประสิทธิภาพของ Content Strategy และการสื่อสารของแบรนด์

Earned Post Performance

ผลลัพธ์ของโพสต์จากผู้ใช้งานอื่นที่กล่าวถึงแบรนด์ ช่วยดูว่าบทสนทนาภายนอกสร้างผลต่อ Brand Performance มากเพียงใด

Top Posts

โพสต์ที่สร้างผลลัพธ์สูงในช่วงเวลาที่กำหนด ช่วยให้ทีมการตลาดย้อนกลับไปวิเคราะห์ว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้คอนเทนต์นั้นทำงานได้ดี

Key Metrics ในมิติ Social Metric

การเปรียบเทียบ Brand Performance กับคู่แข่ง

การดู Key Metrics ของแบรนด์เพียงรายเดียวอาจยังไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นถือว่าดีมากน้อยเพียงใด เพราะตัวเลขจะมีความหมายมากขึ้นเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ในอดีต ค่าเฉลี่ยของตลาด หรือแบรนด์คู่แข่ง

เมื่อนักการตลาดต้องติดตามข้อมูลจากหลายช่องทาง การนำ Key Metrics มาสรุปไว้บน Marketing Performance Dashboard จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ของ Owned, Earned, Paid, Influencer และ Social Metric ในภาพเดียว รวมถึงช่วยติดตามแนวโน้มและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแบรนด์ได้ง่ายขึ้น

Brand Scan ช่วยให้แบรนด์สามารถนำข้อมูลของตัวเองมาเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่เลือกได้พร้อมกันสูงสุด 5 แบรนด์ เพื่อดูว่าแบรนด์อยู่ตรงไหนในตลาด และคู่แข่งกำลังได้เปรียบจากกิจกรรมใด

ตัวอย่างข้อมูลที่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้ ได้แก่

  • จำนวนและความถี่ของคอนเทนต์
  • Engagement ของ Owned และ Earned Media
  • อัตราการเติบโตของแบรนด์
  • ปริมาณการพูดถึงแบรนด์
  • Sentiment ของแต่ละแบรนด์
  • การเคลื่อนไหวของโฆษณา
  • Creative และ Message ที่คู่แข่งใช้
  • Influencer ที่กล่าวถึงแต่ละแบรนด์
  • Platform ที่สร้างผลลัพธ์ได้ดีที่สุด

การเปรียบเทียบข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมการตลาดเห็นว่า แบรนด์มีจุดแข็งในด้านใด คู่แข่งกำลังทำอะไรได้ดีกว่า และกลยุทธ์ส่วนไหนที่ควรปรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแบรนด์

ตัวอย่างการใช้ Key Metrics เพื่อหาจุดที่ควรปรับ

สมมติว่าแบรนด์มีจำนวนโพสต์เพิ่มขึ้นและ Engagement ของ Owned Media เติบโต แต่ Earned Mention และ Sentiment ยังไม่เปลี่ยนแปลง

ข้อมูลนี้อาจสะท้อนว่าแบรนด์สื่อสารได้มากขึ้น แต่คอนเทนต์ยังไม่สามารถสร้างบทสนทนานอกช่องทางของตัวเองได้มากพอ

ทีมการตลาดอาจต้องกลับไปวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า

  • Message ของแบรนด์เชื่อมโยงกับความสนใจของตลาดหรือไม่
  • คอนเทนต์มีเหตุผลให้ผู้ชมแชร์หรือพูดถึงต่อหรือไม่
  • มี Influencer หรือ Creator กลุ่มใดช่วยขยายบทสนทนาได้
  • คู่แข่งกำลังใช้ประเด็นหรือรูปแบบคอนเทนต์ใดสร้าง Earned Media
  • Paid Media กำลังสนับสนุน Message เดียวกับ Owned Media หรือไม่

การดูข้อมูลร่วมกันหลายมิติช่วยให้แบรนด์มองเห็นต้นเหตุของผลลัพธ์ได้ชัดกว่าการดูตัวเลขแยกส่วน

สรุป

Key Metrics เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยให้นักการตลาดเห็นทั้งผลลัพธ์ของคอนเทนต์ การตอบรับของผู้บริโภค การเคลื่อนไหวของคู่แข่ง และภาพรวมประสิทธิภาพของแบรนด์

Brand Scan ช่วยรวบรวมข้อมูลจาก Owned, Earned, Paid, Influencer และ Social Metric ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ทีมสามารถเปรียบเทียบแบรนด์กับคู่แข่ง วิเคราะห์สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และนำข้อมูลไปใช้วางแผนการตลาดได้เร็วขึ้น

สำหรับแบรนด์ที่ต้องการติดตาม Brand Performance ให้ครบทุกมิติ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและขอทดลองใช้งาน Brand Scan ได้ที่เว็บไซต์ Wisesight