“อยากทำแคมเปญเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ปัง ๆ แต่ไม่รู้ว่าใครคือ Influencer ที่ใช่”
“อยากได้เครื่องมือใหม่ ๆ มาช่วยวิเคราะห์ว่าควรเลือก Influencer แบบไหน จึงจะตรงใจกลุ่มเป้าหมายที่สุด”
ในยุคที่ Content Creator เฟื่องฟู และหลายแบรนด์ต่างก็เลือกทำงานร่วมกับ Influencer เพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ปัญหาเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคที่ทุกแบรนด์ต้องเผชิญ หากแบรนด์ของคุณเองก็กำลังมีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจ Wisesight ขอนำเสนอเทคนิคสร้างแคมเปญ Influencer Marketing แบบใหม่…เพราะการเลือก Influencer ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายไม่ใช่แค่ ‘การดูจำนวนผู้ติดตาม’ อีกต่อไป แต่ Social Data และ Martech คือ ผู้ช่วยเสริมพลังคนสำคัญของทุกแบรนด์ด้วย!
Influencer Marketing คืออะไร ยังจำเป็นแค่ไหนกับธุรกิจในยุคนี้
รู้หรือไม่? “ผู้บริโภคกว่า 64% เชื่อมั่นในรีวิวที่จริงใจจาก Influencer” และ “ผู้บริโภคกว่า 62% ยินดีที่จะแบ่งปันคำติชมต่อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กับเหล่า Influencer มากกว่าจะ Feedback กับแบรนด์โดยตรง” (ที่มา: Social Sprout) สถิติเหล่านี้ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า Influencer Marketing ยังคงเป็น ‘กลยุทธ์เรือธง’ ของปี 2025 และเป็นองค์ความรู้ที่ทีมการตลาดทุกแบรนด์จำเป็นต้องมี

ที่มาภาพ: Chainlinkmarketing
เพื่อให้แผนการเปิดตัวแคมเปญใหม่โดยใช้ Influencer ของแบรนด์สมบูรณ์ขึ้น ลองถอยมารีเซ็ตความเข้าใจ ด้วยการเริ่มทำความรู้จักกับกลยุทธ์การตลาดรูปแบบนี้ตั้งแต่ต้นไปพร้อม ๆ กัน
เคลียร์ชัด! นิยาม Influencer Marketing คืออะไร?
Influencer Marketing คือ การทำงานร่วมกับ Influencer หรือ ‘ผู้มีอิทธิพล’ ที่มีฐานผู้ติดตามจำนวนมากบนโลกออนไลน์ โดยมุ่งหวังให้แรงสนับสนุนจากผู้ติดตามเหล่านั้นเป็นขุมพลังสำคัญในการโปรโมตสินค้าและบริการ หัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้ คือการหา Influencer ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย (Target Audience) และเลือก Influencer ที่สามารถบอกต่อข้อดีของสินค้าและบริการผ่านคอนเทนต์คุณภาพ เพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายได้อย่างตรงจุด
Influencer Marketing มีประโยชน์อย่างไร
คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่ากลยุทธ์นี้เป็นที่นิยมมาก โดยเฉพาะการตลาด Influencer ในไทย สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะประโยชน์มหาศาลที่ ‘เห็นผลจริง’ และ ‘วัดผลได้’ ดังนี้
- เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง
Influencer Marketing คือ กลยุทธ์การตลาดที่สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าการโฆษณาทั่วไป เนื่องจาก Influencer แต่ละคนจะมีกลุ่มผู้ติดตามที่มีความสนใจเฉพาะด้าน ทำให้แบรนด์สามารถคัดเลือก Influencer ที่มีฐานผู้ติดตามตรงกับกลุ่มเป้าหมายของตัวเองได้ นอกจากนี้ Influencer ยังสามารถสร้างคอนเทนต์ที่โดดเด่น น่าสนใจ และดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ได้มากขึ้น
- เพิ่มพลังความน่าเชื่อถือ
สำหรับผู้ติดตาม Influencer ก็ไม่ต่างอะไรกับ ‘เพื่อนที่รู้ใจ’ เมื่อเพื่อนแบ่งปันข้อมูลเรื่องอะไร ผู้ติดตามก็พร้อมเทใจให้อย่างไร้ข้อสงสัย และนั่นทำให้ Influencer Marketing สามารถเพิ่มดีกรีความน่าเชื่อถือได้ดีชนิดที่กลยุทธ์อื่น ๆ ยากจะเทียบเคียง ยิ่งไปกว่านั้น พลังแห่งการสื่อสารและพูดคุยกับเหล่าผู้ติดตามอย่างจริงใจ ยังมีผลอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการอีกด้วย
- เสริมความแข็งแกร่งเรื่อง Brand Awareness
ประโยชน์อีกข้อที่ถือเป็นจุดเด่นของ Influencer Marketing คือ กลยุทธ์นี้สามารถเพิ่ม Brand Awareness ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจาก Influencer แต่ละท่านมีกลุ่มผู้ติดตามคอยสนับสนุนผลงานอย่างเหนียวแน่น เมื่อพวกเขาไลก์ คอมเมนต์ และแชร์โพสต์ของ Influencer ที่ตัวเองชื่นชอบลงบนไทม์ไลน์ ชื่อแบรนด์ โลโก้ และรายละเอียดสินค้าก็จะผ่านตาผู้บริโภคบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
- สร้าง ROI ได้สูงกว่าการตลาดแบบเดิม
ROI (Return of Investment) หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุน มักถูกนำมาใช้กำหนดเป็น KPI เพื่อวัดผลสำเร็จจากการสร้างโฆษณาออนไลน์ ซึ่งเหล่า Influencer Marketing Agency จะทราบดีว่า การลงทุนกับ Influencer ที่เหมาะสม มักสร้าง Conversion ได้ดีกว่าการโฆษณาแบบเดิม ๆ ผู้คนมีแนวโน้ม ‘กดสั่งซื้อ’ มากขึ้น หลังจากดูคอนเทนต์ของ Influencer ที่ตัวเองติดตาม ส่งผลให้ค่า ROI มากขึ้น
โลกการตลาดเปลี่ยนไปทุกวัน แต่ทำไม Influencer Marketing ยังมาแรง
คุณอาจไม่เชื่อว่าแท้ที่จริงแล้ว Influencer Marketing มีมาตั้งแต่ปี 2002 ในตอนนั้นโลกเพิ่งรู้จักกับ Social Media และ ‘Mommy Bloggers’ คือผู้มีอิทธิพลเจ้าแรกบนโลกอินเทอร์เน็ตที่ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ (ที่มา: Forbes) แต่จนถึงวันนี้ ผ่านมาแล้วกว่า 20 ปี การตลาด Influencer ก็ไม่เคยหายไป กลับทรงอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนั้น?

ที่มาภาพ: ARORA online
- การแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น
หากเปรียบสนามธุรกิจเป็นสนามกีฬา ก็นับว่าสนามที่โหดหิน เพราะจำนวน ‘ผู้เล่น’ ในสนามเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ยิ่งมีผู้ประกอบการหน้าใหม่เพิ่มขึ้น แต่ละธุรกิจก็ยิ่งต้องผลิตคอนเทนต์เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภค Influencer Marketing ซึ่งเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการพาแบรนด์ไปเจอกลุ่มเป้าหมาย จึงได้รับความนิยมมากขึ้น
- Influencer เชื่อมกลุ่มเป้าหมายทั้งออฟไลน์และออนไลน์
หากคุณติดตามความเคลื่อนไหวของ Influencer บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยเฉพาะ Influencer ในไทย คุณจะพบว่าพวกเขาเริ่มเดินกลยุทธ์ใหม่ จากการเน้นทำคอนเทนต์หรือไลฟ์พูดคุยกับแฟนคลับผ่านช่องทางออนไลน์ ขยายมาสู่การจัดกิจกรรมออฟไลน์ เช่น Talk Show, Fan Meeting หรือร่วมงานอีเวนต์ต่าง ๆ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ติดตามให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเพิ่มโอกาสในการต่อยอดงานและธุรกิจของตัวเองให้ไกลขึ้น
- ยุคทองของเบอร์เล็ก! Nano และ Micro Influencer เฉิดฉาย
“ผู้ใช้งานกว่า 87% บน TikTok และ 77% บน Instagram มีจำนวนผู้ติดตามในระดับ Nano Influencer” (ที่มา: Sprout Social) สถิติเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า มี Influencer หน้าใหม่ถือกำเนิดบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ มากขึ้น แม้ว่าสำหรับบางผลิตภัณฑ์ ทั้ง Nano และ Micro Influencer อาจยังไม่สามารถช่วงชิง Engagement มากกว่า Macro Influencer หรือระดับที่มีฐานผู้ติดตามมากกว่าได้ แต่บรรดา Influencer Marketing Agency ต่างก็ยืนยันว่า หลายแบรนด์ให้ความสนใจกับ Influencer เบอร์เล็กมากขึ้น
- มี Martech ใหม่ ๆ ช่วยให้เลือก Influencer ได้แม่นยำ
การพัฒนาของเทคโนโลยีก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้การทำแคมเปญการตลาดด้วยอินฟลูฯ ยังคงมีบทบาทสำคัญในโลกการตลาด เพราะการหา Influencer ให้เหมาะสมกับแบรนด์ไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องทุ่มเททั้งทรัพยากรบุคคล เงิน และเวลา แต่เมื่อมีการพัฒนา Martech ใหม่ ๆ ทำให้แบรนด์สามารถคัดกรองเนื้อหา, ดู Engagement, ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ รวมทั้งคัดกรอง Influencer อย่างแม่นยำได้ แบรนด์ที่ยังไม่เคยลองใช้กลยุทธ์นี้ จึงมองเห็นความเป็นไปได้ และสนใจจะทำการตลาด Influencer มากขึ้น
- กว่า 63% ของแบรนด์วางแผนจะเดินหน้าทำ Influencer Marketing ต่อในปี 2025
ข้อมูลล่าสุดจาก Influencer Marketing Hub ยืนยันว่า “แบรนด์กว่า 63% ตัดสินใจจะลงทุนกับ Influencer Marketing ต่อในปี 2025” แม้จะมีแรงกดดันมหาศาลเรื่องงบประมาณ แสดงให้เห็นว่า Influencer Marketing คือ กลยุทธ์การตลาดที่เห็นผลจริงในสายตาของแบรนด์ และคุ้มค่าที่จะลงทุนโฆษณาสินค้าด้วยวิธีนี้ต่อไป

เลือกใช้ Influencer อย่างไร ให้เหมาะกับแคมเปญ Marketing
การเลือก Influencer หรือ KOL คือ หัวใจสำคัญของ Influencer Marketing เพราะหากเลือกได้อย่างเหมาะสมจะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว สำหรับ Wisesight การเลือก Influencer มาทำงานร่วมกับแบรนด์ ประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนหลัก
Define Objective – ตีให้แตก! เป้าหมายของแคมเปญคืออะไร
เมื่อต้องเริ่มหา Influencer คนใหม่ ตัวเลือกแรก ๆ ที่ผุดขึ้นในใจย่อมเป็น Macro Influencer คนดัง แต่อย่าลืมว่ายิ่งจำนวนผู้ติดตามมาก ยิ่งต้องใช้งบประมาณมาก และหากเลือกคนไม่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ก็เหมือน “เกาไม่ถูกที่คัน!”
เพื่อป้องกันปัญหานี้ แบรนด์ต้องสรุป ‘เป้าหมาย’ ให้แน่ชัด ผ่านคำถาม 3 ข้อต่อไปนี้

ที่มาภาพ: Reybex
- ต้องการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้า B2B หรือ B2C?
การทำ Influencer Marketing ให้ความสำคัญที่กลุ่มเป้าหมายเป็นอันดับหนึ่ง แบรนด์จึงควรกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่า ต้องการสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มไหน หากแบรนด์กำลังทำธุรกิจ B2B (Business to Business) สื่อสารกับลูกค้านิติบุคคล เช่น องค์กร ห้างร้าน บริษัท ฯลฯ ก็ควรเลือก Influencer ที่เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนั้น ๆ มีความรู้เชิงลึก และน่าเชื่อถือในสายตาของกลุ่มเป้าหมาย แต่หากแบรนด์กำลังทำธุรกิจ B2C (Business to Consumer) สื่อสารกับลูกค้าโดยตรง จะต้องเลือก Influencer ที่ใกล้ชิดกับผู้บริโภค และมีกลุ่มผู้ติดตามตรงกับกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์
- วัตถุประสงค์ในการสร้างแคมเปญคืออะไร?
แบรนด์ควรตีกรอบให้ชัดเจนว่า เป้าหมายของแคมเปญใหม่คืออะไร โดยทั่วไปจะมีหลัก ๆ 3 เป้าหมาย ได้แก่
- การสร้าง Brand Awareness ให้แบรนด์เป็นรู้จักในวงกว้าง เช่น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือโปรโมชันใหม่ เป็นต้น
- การสร้าง Engagement เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาไลก์ แชร์ คอมเมนต์ หรือพูดคุยกันผ่าน Hashtag เป็นจำนวนมาก
- การสร้าง Conversion กระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายดำเนินการบางอย่าง เช่น เพิ่มยอดขายด้วยการกดสั่งซื้อสินค้า ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมใหม่ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่แบรนด์คิดค้น เป็นต้น
- ควรเลือก Influencer ที่มีจำนวนผู้ติดตามเท่าไหร่?
การจำแนก Influencer Tier ตามแบบฉบับของ Wisesight จะแบ่ง Influencer ออกเป็น 7 ระดับตามจำนวนผู้ติดตาม ส่วนจะเลือกร่วมงานกับ Influencer ระดับไหน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การสร้างแคมเปญที่คุณสรุปได้ในข้อ 2.
- Pico Influencer (0 – 1,000 ผู้ติดตาม) – Influencer กลุ่มนี้มักถูกเรียกว่า KOC (Key Opinion Consumer) เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ทั่ว ๆ ไป ซึ่งกำลังทำคอนเทนต์จนเริ่มมีผู้ติดตามกลุ่มเล็ก ๆ จึงเหมาะกับแคมเปญที่เน้นความใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมาย
- Nano Influencer (1,001 – 10,000 ผู้ติดตาม) – Nano Influencer คือ คนกลุ่ม Pico Influencer ที่เริ่มพัฒนาคอนเทนต์จนมี Engagement ในระดับดี ผู้ติดตามของ Influencer กลุ่มนี้มักเป็นคนที่ชื่นชอบในเรื่องเดียวกัน ปัจจุบัน Nano Influencer จึงได้รับความนิยมมาก และกำลังเป็นม้ามืดของวงการ Influencer Marketing
- Micro Influencer (10,001 – 50,000 ผู้ติดตาม) – แน่นอนว่าในยุคนี้ Nano Influencer คือ ตัวเลือกยอดนิยมของแบรนด์ แต่ Micro Influencer ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เนื่องจากมีฐานผู้ติดตามใกล้เคียงกับ Nano Influencer แต่มากกว่า จึงเหมาะกับการสร้าง Awareness และการสร้าง Engagement
- Mid-Tier Influencer (50,001 – 500,000 ผู้ติดตาม) – สำหรับแบรนด์ที่ตัดสินใจใช้ Influencer Marketing เพื่อช่วงชิง Brand Awareness การเลือก Mid-Tier Influencer ถือว่าตอบโจทย์ เนื่องจาก Influencer ระดับนี้กำลังมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และสร้าง Brand Impact ได้ดี
- Macro Influencer (500,001 – 1,000,000 ผู้ติดตาม) – Influencer ที่มีผู้ติดตามระดับนี้มักเป็นคนในวงการบันเทิง หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งที่คนส่วนใหญ่รู้จัก จึงเหมาะกับแคมเปญเพิ่ม Brand Awareness
- Mega Influencer (1,000,001 – 5,000,000 ผู้ติดตาม) – หากแบรนด์ต้องการลงทุนกับ Mass Communication และต้องการสร้าง Brand Awareness ระดับประเทศ ก็ควรลงทุนกับ Mega Influencer อย่างน้อย 1 คนใน 1 แคมเปญ
- Elite Influencer (มากกว่า 5,000,000 ผู้ติดตาม) – ในกรณีที่แบรนด์คาดหวัง ‘กระแสไวรัล’ หรือ ‘ยอดการสั่งซื้อถล่มทลาย’ ภายในระยะเวลาอันสั้น มีเพียง Influencer ระดับมหาชนเท่านั้นที่สามารถสานฝันของแบรนด์ให้เป็นจริงได้!
Match the Right Influencer – เลือกคนที่ใช่ ด้วยเครื่องมือที่ตรงใจ
ความท้าทายของ Influencer Marketing คือ ทีมการตลาดของแบรนด์มีความรู้ภาคทฤษฎี แต่ไม่มีเครื่องมือที่จะทำให้การทำงานง่ายขึ้นได้ ทั้งแบรนด์และเอเจนซี่การตลาดหลายแห่งจึงยังต้องเผชิญกับอุปสรรคแบบเดิม ๆ อาทิ ใช้เวลาค้นหา Influencer นานมาก กว่าจะคัดกรองข้อมูลจากโปรไฟล์ครบทุกคนก็หมดไปหลายวัน, เลือกคนที่มีผู้ติดตามสูง ๆ แต่ตอนโพสต์งานจริงกับ Performance ต่ำ หรือวัดผลลัพธ์ของแคมเปญยาก ต้องอาศัยเฉพาะข้อมูลที่ Influencer ส่งให้
“แทนที่จะใช้เวลาหลายวันในการค้นหา Influencer ที่ใช่ Influencer Directory จาก Wisesight ใช้ AI และฐานข้อมูลกว่า 60,000+ Influencers ช่วยให้แบรนด์สามารถค้นหา Influencer ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมดู Performance Insights ทันที”

Influencer Directory เป็น Martech Tool ที่ช่วยให้แบรนด์และเอเจนซี่ ค้นหา Influencer ได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และเห็น Performance Insights ได้ทันที โดยมีการใช้ Kirin AI และฐานข้อมูลของ Influencer ที่ครอบคลุมหลายแพลตฟอร์ม ช่วยค้นหา Influencer ที่เหมาะสมเจอเร็ว ผู้ใช้งานฟิลเตอร์ข้อมูลเองได้ และเราเก็บข้อมูลของอินฟลูมาวิเคราะห์ให้ละเอียดถึง 4 ด้าน
Analyze and Optimize – ติดตามผลลัพธ์ ปรับกลยุทธ์ใหม่ให้ตอบโจทย์แคมเปญ
สำหรับการทำแคมเปญการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์ ขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้การหา Influencer ก็คือ ‘การวัดผล’ ซึ่งในอดีตทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากแบรนด์หรือ Influencer Marketing Agency จะมีข้อมูลเพียงแค่ตัวเลขที่ Influencer ส่งให้เท่านั้น และแน่นอนว่าตัวเลขจะเปลี่ยน เมื่อเวลาเปลี่ยนไป (โพสต์นานขึ้น Engagement อาจจะมากขึ้น) แต่แบรนด์ก็ไม่สามารถติดตามวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวแบบรวดเร็วได้

แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะ Wisesight พัฒนา Influencer Directory เครื่องมือที่ไม่เพียงช่วยค้นหา Influencer ที่ใช่ แต่ยังผนึกกำลังกับ Social Listening อย่าง Zocial Eye เพื่อช่วยวัดประสิทธิภาพของ Influencer แต่ละคนได้อย่างแม่นยำ!
Pre – Campaign: ก่อนลงมือทำแคมเปญการตลาด

- ค้นหา Influencer: ให้การเฟ้นหา ‘คนที่ใช่’ เป็นเรื่องง่าย ด้วยการใช้ฟิลเตอร์ของ Influencer Directory เพื่อค้นหา Influencer ที่ ‘ละเอียดที่สุด’ ได้แก่ ค้นหาจากประเภทแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย, ประเภทกลุ่มอุตสาหกรรมของ Influencer, จำนวนผู้ติดตาม (Followers), เพศของ Influencer, เพศและอายุของกลุ่มเป้าหมาย, Engagement ต่อโพสต์ และ Influencer Score
- สร้าง Collection List: จัดทำลิสต์ของ Influencer ที่สนใจไว้ใน Dashboard เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลให้เห็นเด่นชัดว่าใครมี Performance ตรงใจมากกว่ากัน
Post – Campaign: หลังทำแคมเปญการตลาด

- Channel Tracking: ติดตาม Performance ของ Influencer แต่ละคนได้แบบ Real-Time การทำ Channel Tracking
- Dimension Insights: สามารถอ่านผลได้จากกราฟ Dimension Insights เพื่อดูตัวชี้วัด (Metrics) ที่ Influencer ทำได้ดี ยกตัวอย่างเช่น ติดตามช่องทางการสื่อสารบน Facebook ของอินฟลูเอนเซอร์ A – E ด้วยฟีเจอร์ Channel Tracking หลังจากนั้นเปรียบเทียบผลลัพท์การสื่อสารด้วยฟีเจอร์ Dimension Insights เป็นต้น
เปลี่ยน Social Data เป็น Influencer Marketing Campaign ที่มีประสิทธิภาพ
Influencer Marketing จะประสบความสำเร็จได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ‘การเลือก Influencer ที่มีผู้ติดตามมาก ๆ’ เสมอไป แต่ทั้งแบรนด์และเอเจนซี่ต้องเข้าใจเป้าหมายของแคมเปญและความต้องการของลูกค้ามากพอ ยิ่งไปกว่านั้น การเลือกเครื่องมือที่ช่วยเฟ้นหาและวัดผลการทำงานได้ก็สำคัญ อย่างน้อย ๆ ก็การันตีได้ว่า งบการตลาดที่ตัดสินใจมาลงทุนจะคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ และเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับลูกค้าเป้าหมายได้จริง
หากคุณคือเจ้าของแบรนด์ หรือทีมเอเจนซี่การตลาดที่กำลังก้าวลงสนามทำแคมเปญการตลาดด้วยอินฟลูฯ และมองหา ‘พาร์ทเนอร์ตัวจริง’ ให้ Influencer Directory แพลตฟอร์มที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์เด็ด ๆ สำหรับนักการตลาด ช่วยรวบรัดขั้นตอนการหาอินไซต์การเลือก Influencer และการวัดผลแบบครบ จบ ในเครื่องมือเดียว เป็นตัวเลือกแรกของธุรกิจ!


![ดูเลย! ข้อมูลไหนบนโซเชียลมีเดียที่แบรนด์ต้องวัดผล [เช็กข้อมูลได้บน Social Metric]](https://wisesight.com/wp-content/webp-express/webp-images/uploads/2024/09/Edit1-Content_Post_Data-Social-Media-on-Social-Metric-13-20250121-035002.png.webp)


