Engagement คือ การมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์บนช่องทางดิจิทัล เช่น Like, Reaction, Comment, Share, Mention, Click, Video View, Direct Message และการรีวิวสินค้า 

Engagement ช่วยให้แบรนด์เห็นว่าคอนเทนต์ แคมเปญ หรือการสื่อสารกำลังสร้างความสนใจ ความสัมพันธ์ และการตอบสนองจากกลุ่มเป้าหมายได้มากแค่ไหน

สำหรับธุรกิจออนไลน์ Engagement ไม่ได้ใช้ดูความนิยมของโพสต์อย่างเดียว แต่ใช้ประเมิน Content Performance, Audience Interest, Brand Relationship, Sentiment และโอกาสในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดต่อไป


Key Takeaways

  • Engagement คือการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคกับแบรนด์ เช่น Like, Comment, Share, Click, Mention และ Review
  • Engagement ช่วยวัดคุณภาพของคอนเทนต์ แคมเปญ และความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมาย
  • Engagement ที่ควรวัดมีทั้ง Owned Channels, Earned Channels, Paid Media และ Influencer
  • ตัวชี้วัด Engagement สำคัญ ได้แก่ Engagement Rate, Comment, Share, Click-Through และ Sentiment
  • Engagement ที่เกิดขึ้นจากการทำ Social Media Marketing ในช่องทางออนไลน์สามารถใช้ Social Listening เพื่อวิเคราะห์ว่า Engagement เกิดจากใคร เกิดจากคอนเทนต์แบบไหน และส่งผลต่อแบรนด์อย่างไรได้
  • การสร้าง Engagement ที่มีคุณภาพต้องอาศัยการเข้าใจลูกค้า วางแผนกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ และวัดผลเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

Table of Contents

Engagement คืออะไร?

Engagement คือ การมีส่วนร่วมของผู้บริโภคกับแบรนด์บนช่องทางออนไลน์ เช่น การกดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ คลิก Mention รีวิว หรือพูดคุยกับแบรนด์ผ่านแชท

Engagement สำคัญเพราะช่วยให้แบรนด์วัดได้ว่าคอนเทนต์หรือแคมเปญได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายมากแค่ไหน และสามารถนำข้อมูลไปปรับกลยุทธ์การตลาด สร้างความสัมพันธ์ระยะยาว คอนเทนต์ และการสื่อสารให้แม่นยำขึ้น


คำที่เกี่ยวข้องกับ Engagement ที่ควรรู้

คำศัพท์ความหมายใช้ดูอะไร
Customer Engagementการมีส่วนร่วมของลูกค้ากับแบรนด์ตลอด Customer Journeyความสัมพันธ์และความภักดีของลูกค้า
Social Media Engagementการโต้ตอบบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียประสิทธิภาพคอนเทนต์และแคมเปญ
Engagement Rateอัตราการมีส่วนร่วมเมื่อเทียบกับฐานการมองเห็นหรือผู้ติดตามณภาพของคอนเทนต์เมื่อเทียบกับขนาดผู้ชม
Sentimentความรู้สึกของข้อความ เช่น Positive, Neutral, Negativeทัศนคติของผู้บริโภคต่อแบรนด์
Mentionการกล่าวถึงแบรนด์ สินค้า หรือแคมเปญShare of Voice และเสียงของผู้บริโภค

Engagement สำคัญต่อธุรกิจออนไลน์อย่างไร?

Engagement สำคัญเพราะช่วยบอกว่ากลุ่มเป้าหมายสนใจแบรนด์จริงหรือไม่ และช่วยให้แบรนด์วิเคราะห์ได้ว่าคอนเทนต์แบบไหนควรทำต่อ ควรปรับ หรือควรหยุด

Engagement มีผลต่อการทำธุรกิจออนไลน์ใน 5 ด้านหลัก

  • วัดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายต่อคอนเทนต์หรือแคมเปญ
  • ช่วยประเมินคุณภาพของ Brand Communication
  • ช่วยหา Insight จากความคิดเห็น รีวิว และข้อความที่ผู้บริโภคพูดถึงแบรนด์
  • ช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายการรับรู้ผ่านการแชร์และการกล่าวถึง
  • ช่วยให้ทีมการตลาดปรับ Content Strategy ได้แม่นยำขึ้น

ตัวเลข Engagement สูงอาจสะท้อนว่าคอนเทนต์ได้รับความสนใจ แต่แบรนด์ควรดู Sentiment และบริบทของข้อความร่วมด้วย เพราะ Engagement สูงจากประเด็นลบอาจเป็นสัญญาณของ Crisis หรือความไม่พอใจของลูกค้า

ประเภทของ Engagement ที่น่าสนใจ

การวัด Engagement ในปัจจุบันสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับประเภทของแพลตฟอร์มและเป้าหมายของแบรนด์ แต่รูปแบบที่นิยมใช้เป็นตัวชี้วัดหลัก ซึ่งสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน และยังสามารถติดตามพฤติกรรมโต้ตอบของผู้ใช้งานผ่านการกระทำต่าง ๆ ที่แสดงถึงความสนใจหรือมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ของแบรนด์มีดังนี้

ประเภท Engagement เหมาะกับการใช้วัดอะไร
Like / Reactionเป็นการกดถูกใจหรือแสดงความรู้สึกต่อโพสต์ของแบรนด์ วัดความสนใจเบื้องต้นของกลุ่มเป้าหมาย
Comment / Replyเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือตอบกลับโพสต์ ใช้วัดความรู้สึก มุมมอง และ Sentiment ที่เกิดขึ้นบนโพสต์ของแบรนด์
Share / Retweet / Mentionเป็นการวัดขั้นของการขยาย Awareness และ Word of Mouth การบอกต่อหรือพูดถึงแบรนด์
Click-Throughเป็นการคลิกอ่านต่อ เข้าหน้าเว็บไซต์ หรือดูข้อมูลเพิ่ม เพื่อวัดความสนใจเชิงลึกและโอกาสสร้าง First-party Data ของแบรนด์หรือแคมเปญ
Review / Ratingเป็นการให้คะแนนหรือรีวิวสินค้าและบริการ เพื่อวัดประสบการณ์จริงและความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์
View / Play เป็นจำนวนครั้งที่ผู้ใช้งานดูหรือกดเล่นวิดีโอ เพื่อวัดความสนใจเบื้องต้นของกลุ่มเป้าหมาย

Engagement ต่างจาก Reach และ Impression อย่างไร?

Engagement วัดการกระทำของผู้ชม ส่วน Reach และ Impression วัดการมองเห็นของคอนเทนต์

ตัวชี้วัดความหมายเหมาะกับการวัดอะไรตัวอย่างคำถามที่ตอบได้
Reachจำนวนบัญชีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียที่เห็นคอนเทนต์อย่างน้อย 1 ครั้งการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคอนเทนต์นี้เข้าถึงคนกี่คน
Impressionจำนวนครั้งที่คอนเทนต์ถูกแสดงผลความถี่ในการมองเห็นคอนเทนต์นี้ถูกเห็นทั้งหมดกี่ครั้ง
Engagementจำนวนการโต้ตอบกับคอนเทนต์ความสนใจและการมีส่วนร่วมคนมีปฏิกิริยากับคอนเทนต์นี้มากแค่ไหน
Engagement Rateอัตราการมีส่วนร่วมเมื่อเทียบกับ Reach, Impression หรือ Followerคุณภาพคอนเทนต์เมื่อเทียบกับฐานที่ผู้คนเห็นคอนเทนต์นี้มีประสิทธิภาพดีแค่ไหน

ถ้า Reach สูงแต่ Engagement ต่ำ แปลว่าคอนเทนต์เข้าถึงคนได้มาก แต่ยังไม่กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองมากพอ แต่ถ้า Engagement สูงแต่ Sentiment ติดลบ แบรนด์ควรวิเคราะห์ข้อความเชิงลึกก่อนสรุปว่าคอนเทนต์ประสบความสำเร็จ

ประเภทของ Engagement ที่น่าสนใจ

ประเภทของ Engagement

การวัด Engagement ในปัจจุบันสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับประเภทของแพลตฟอร์มและเป้าหมายของแบรนด์ แต่รูปแบบที่นิยมใช้เป็นตัวชี้วัดหลัก ซึ่งสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน และยังสามารถติดตามพฤติกรรมโต้ตอบของผู้ใช้งานผ่านการกระทำต่าง ๆ ที่แสดงถึงความสนใจหรือมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ของแบรนด์มีดังนี้

ประเภท Engagementคืออะไรเหมาะกับการวัดอะไรข้อควรระวัง
Like / Reactionการกดถูกใจหรือแสดงอารมณ์ต่อโพสต์ความสนใจเบื้องต้นเป็น Engagement เบื้องต้น ต้องดูร่วมกับเมตริกอื่น
Comment / Replyการแสดงความคิดเห็นหรือโต้ตอบใต้โพสต์ความสนใจเชิงลึกและ Sentimentต้องวิเคราะห์บริบท ไม่ดูแค่จำนวน
Share / Retweet / Repostการส่งต่อคอนเทนต์ไปยังบัญชีของผู้ใช้Brand Awareness และ Earned Reachการแชร์อาจเกิดจากทั้งเชิงบวกและเชิงลบ
Mentionการกล่าวถึงแบรนด์ สินค้า หรือแคมเปญShare of Voice และ Brand Conversationต้องแยก Mention ที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง
Click-Through การคลิกเพื่ออ่านต่อ ซื้อสินค้า สมัคร หรือดูข้อมูลเพิ่มTraffic และ Conversion Intentต้องเชื่อมกับ Landing Page และ Analytics

Like หรือ Reaction คืออะไร?

Engagement คือ การมีส่วนร่วมของผู้ใช้งานกับคอนเทนต์ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งการกดไลก์ (Like) หรือ ความรู้สึก (Reaction) ถือเป็น Engagement เบื้องต้นที่สะท้อนว่าผู้ใช้งานมีความสนใจหรือเห็นด้วยกับคอนเทนต์ การวัด Engagement ประเภทนี้ ช่วยให้แบรนด์เข้าใจว่าคอนเทนต์ของตนเข้าถึงอารมณ์หรือความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้มากน้อยแค่ไหน

ตัวอย่าง Reaction ที่มีบน Facebook

Comment หรือ Reply สำคัญอย่างไร?

เมื่อกลุ่มเป้าหมายแสดงความคิดเห็น หรือเข้ามาโต้ตอบกับโพสต์บนโซเชียลมีเดียผ่านช่องคอมเมนต์ ถือว่าเกิดการมีส่วนร่วมเชิงลึกมากขึ้น ซึ่งมักสะท้อนถึงความรู้สึกและมุมมองที่สามารถนำมาวิเคราะห์ในเชิง Sentiment ว่ามีความรู้สึกต่อโพสต์นั้น ๆ อย่างไร

Share, Retweet และ Mention บอกอะไรกับแบรนด์?

เป็นการขยายการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ซึ่งเป็นหัวใจของ Engagement Marketing คือการให้ผู้คนช่วยกระจายข้อความของแบรนด์สู่เครือข่ายใหม่ ๆ ที่กลุ่มเป้าหมายยินดีส่งต่อคอนเทนต์แบรนด์ให้กับเครือข่ายของตนเอง ถือเป็น Engagement ที่มี “คุณภาพ” และสร้างแรงกระเพื่อมได้ดี

Click-Through วัดอะไร?

เมื่อผู้ชมคลิกเพื่ออ่านต่อหรือเข้าเว็บไซต์ หรือการคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติม แสดงถึงความสนใจเชิงลึกเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ทำให้นักการตลาดสามารถวัดได้ว่า คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียสามารถนำพาคนเข้าสู่เว็บไซต์ เพื่อเก็บเป็นข้อมูลที่แบรนด์รวบรวมได้เอง (First Party Data) ได้หรือไม่


Engagement Rate คืออะไร และคำนวณอย่างไร?

Engagement Rate คืออัตราการมีส่วนร่วมของผู้ชมเมื่อเทียบกับฐานการมองเห็นหรือฐานผู้ติดตาม โดยสูตรพื้นฐานที่ใช้บ่อยมี 3 แบบ ได้แก่

สูตรวิธีคำนวณเหมาะกับกรณีไหน
Engagement Rate by Reach(Total Engagement / Reach) x 100วัดคุณภาพคอนเทนต์จากจำนวนคนที่เห็นจริง
Engagement Rate by Impression(Total Engagement / Impression) x 100วัดประสิทธิภาพจากจำนวนครั้งที่คอนเทนต์ถูกแสดงผล
Engagement Rate by Follower(Total Engagement / Follower) x 100เปรียบเทียบประสิทธิภาพบัญชีหรือ Influencer

ตัวอย่างการคำนวณ

ถ้าโพสต์มี Total Engagement 1,200 ครั้ง และมี Reach 30,000 คน

Engagement Rate by Reach = (1,200 / 30,000) x 100 = 4%

โดยแบรนด์ควรเลือกสูตรให้ตรงกับวัตถุประสงค์ เพราะแต่ละสูตรตอบคำถามต่างกัน เช่น ถ้าต้องการวัดคุณภาพคอนเทนต์ ให้ใช้ Engagement Rate by Reach, ถ้าต้องการเปรียบเทียบเพจหรือ Influencer ให้ใช้ Engagement Rate by Follower ร่วมกับ Reach และ Audience Quality

Engagement สามารถสร้างขึ้นได้จากช่องทางไหนบ้าง? 

ในยุค Online Marketing ช่องทางการสื่อสารจะเก็บค่า Engagement จากช่องทางที่แบรนด์เป็นเจ้าของ (Owned Channels) และช่องทางที่ผู้คนพูดถึงแบรนด์ (Earned Channels)

1. Owned Channels

ช่องทางที่แบรนด์เป็นเจ้าของ เป็นช่องทางที่แบรนด์ควบคุมได้เอง เหมาะกับการสร้าง Customer Engagement ผ่านคอนเทนต์และกิจกรรมต่อเนื่องผ่านคอนเทนต์ กิจกรรม หรือบริการที่ออกแบบมาเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย เช่น 

  • Facebook Page, 
  • Instagram, 
  • LINE OA 
  • เว็บไซต์

2. Earned Channels

ช่องทางที่แบรนด์ไม่ได้เป็นเจ้าของ เป็นสะท้อนเสียงของสังคมที่แท้จริง ในมุมมองของการตลาด Engagement บน Earned Channels มักมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าคอนเทนต์ที่แบรนด์โพสต์เอง ยิ่งถูกพูดถึงในเชิงบวก ยิ่งสร้างแรงกระเพื่อมและการมีส่วนร่วมจากกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น เช่น 

  • การถูกพูดถึง (Mention) บน X
  • การพูดถึงในกระทู้ Pantip
  • การรีวิวจากลูกค้า หรือคอนเทนต์ของ Influencer 

3. Paid Media

Paid Media คือช่องทางที่แบรนด์ใช้งบโฆษณาเพื่อเพิ่มการมองเห็นและกระตุ้นให้เกิด Engagement ช่องทางนี้ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็วขึ้น ควบคุมกลุ่มผู้ชมได้แม่นยำขึ้น โดยสามารถวัดผลได้จากตัวชี้วัด เช่น Engagement Rate และ Cost per Engagement บนช่องทาง เหล่านี้

  • Facebook Ads
  • TikTok Ads,
  • YouTube Ads
  • Google Ads
  • Sponsored Post 
  • Influencer Boosting


Engagement สามารถสร้างขึ้นได้จากช่องทางไหนบ้าง? 

ในยุค Online Marketing ช่องทางการสื่อสารจะเก็บค่า Engagement จากช่องทางที่แบรนด์เป็นเจ้าของ (Owned Channels) และช่องทางที่ผู้คนพูดถึงแบรนด์ (Earned Channels)

1. Owned Channels

ช่องทางที่แบรนด์เป็นเจ้าของ เป็นช่องทางที่แบรนด์ควบคุมได้เอง เหมาะกับการสร้าง Customer Engagement ผ่านคอนเทนต์และกิจกรรมต่อเนื่องผ่านคอนเทนต์ กิจกรรม หรือบริการที่ออกแบบมาเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย เช่น 

  • Facebook Page, 
  • Instagram, 
  • LINE OA 
  • เว็บไซต์

2. Earned Channels

ช่องทางที่แบรนด์ไม่ได้เป็นเจ้าของ เป็นสะท้อนเสียงของสังคมที่แท้จริง ในมุมมองของการตลาด Engagement บน Earned Channels มักมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าคอนเทนต์ที่แบรนด์โพสต์เอง ยิ่งถูกพูดถึงในเชิงบวก ยิ่งสร้างแรงกระเพื่อมและการมีส่วนร่วมจากกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น เช่น 

  • การถูกพูดถึง (Mention) บน X
  • การพูดถึงในกระทู้ Pantip
  • การรีวิวจากลูกค้า หรือคอนเทนต์ของ Influencer 

3. Paid Media

Paid Media คือช่องทางที่แบรนด์ใช้งบโฆษณาเพื่อเพิ่มการมองเห็นและกระตุ้นให้เกิด Engagement ช่องทางนี้ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็วขึ้น ควบคุมกลุ่มผู้ชมได้แม่นยำขึ้น โดยสามารถวัดผลได้จากตัวชี้วัด เช่น Engagement Rate และ Cost per Engagement บนช่องทาง เหล่านี้

  • Influencer Boosting
  • Facebook Ads
  • TikTok Ads,
  • YouTube Ads
  • Google Ads
  • Sponsored Post 

5 กลยุทธ์ในการสร้าง Engagement ที่มีคุณภาพ

5 กลยุทธ์ในการสร้าง Engagement

ควรเน้นไปที่ Digital Engagement การวางกลยุทธ์ด้านนี้อย่างถูกต้องจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตทั้งยอดขายและความภักดีของลูกค้าในระยะยาว ดังนั้นกลยุทธ์สำคัญที่ควรพิจารณาในการวางแผนมีอยู่ 5 ข้อหลัก ๆ ได้แก่

1. เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง

เริ่มจากการรู้จักกลุ่มเป้าหมาย เช่น การทำ Marketing Persona เพื่อเข้าใจพฤติกรรม ความต้องการ และปัญหาที่แท้จริงของลูกค้า ซึ่งถือเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Engagement) จนทำให้ลูกค้าเกิดความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty)

2. วางภาพลักษณ์แบรนด์ให้ชัด

การกำหนดภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Image) และนำเสียงที่แบรนด์ใช้ (Brand Voice) ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และทำให้แบรนด์สื่อสารด้วย Engagement Content สร้างการมีส่วนร่วมในทิศทางที่แบรนด์กำหนด

3. วางตารางเผยแพร่คอนเทนต์

การมีตารางเผยแพร่คอนเทนต์ (Content Calendar) ที่ชัดเจน ช่วยให้แบรนด์เผยแพร่คอนเทนต์ได้อย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างตรงจุด และสามารถวัดผล Engagement ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. วางรูปแบบคอนเทนต์ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

เลือกสไตล์คอนเทนต์ให้ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย เช่น การใช้ Content Matrix Framework ในการวางรูปแบบของคอนเทนต์ที่ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับแบรนด์ เพื่อให้เกิด Engagement จากความสนใจจริง ไม่ใช่เพียงแค่ยอดเข้าชม 

Content Matrix
https://cxl.com/blog/marketing-matrix/

5. วัดผลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพให้กับการทำการตลาด

การเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ Engagement Rate คือตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์รู้ว่าอะไรทำแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดี และสามารถนำไปปรับปรุงเป็นกลยุทธ์ในอนาคตได้ตรงจุดมากขึ้น 


สามารถวัด Engagement Metric ได้อย่างไรบ้าง?

Engagement Metrics คือชุดตัวชี้วัดที่ช่วยให้แบรนด์เข้าใจว่าคอนเทนต์ทำงานได้ดีแค่ไหน ตั้งแต่การเข้าถึง การถูกพูดถึง การมีส่วนร่วม การคลิก ไปจนถึงต้นทุนของแคมเปญ โดยการอ่านค่าควรดูร่วมกับเป้าหมายของแคมเปญ ช่องทางที่ใช้ และค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม เพราะตัวเลขที่ดีของแต่ละแบรนด์อาจไม่เท่ากัน ซึ่งสามารถวัดได้หลายแกน ดังนี้

การวัด Engagement Metric
  • Post Reach และ SSoV ใช้ดูการมองเห็นและเสียงของแบรนด์
  • Applause Rate และ Engagement Rate ใช้ดูความสนใจของผู้ชม
  • Amplification Rate และ Virality Rate ใช้ดูพลังการแชร์
  • ส่วน CTR และ Conversion Rate ใช้ดูว่าคอนเทนต์กระตุ้นให้คนคลิกหรือทำ Action ต่อได้ดีแค่ไหน

เพิ่มประสิทธิภาพ Engagement ด้วย Social Data Tools

พิ่มประสิทธิภาพ Engagement ด้วย Social Data Tools

การสร้าง Engagement ที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของเนื้อหาที่โดนใจเท่านั้น แต่ต้องอาศัย “ข้อมูลเชิงลึก” ที่สามารถวิเคราะห์ได้จริง เครื่องมือ MarTech ที่เหมาะสมจะช่วยให้แบรนด์วัดผล วางแผน และปรับกลยุทธ์การสื่อสารได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ

ในฐานะผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับข้อมูลโซเชียลมีเดีย Wisesight มีเครื่องมือ MarTech ที่พร้อมช่วยให้แบรนด์เข้าใจผู้บริโภคด้วยข้อมูลเชิงลึก และสามารถนำข้อมูลนั้นมาใช้ในการวางแผนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ Engagement ที่มีคุณภาพ โดยเครื่องมือหลัก ๆ ที่แนะนำมีดังนี้

1. Zocial Eye – วิเคราะห์ Engagement เชิงลึกบนโซเชียลมีเดีย

Zocial eye

Zocial Eye แพลตฟอร์ม Social Listening ที่ช่วยให้แบรนด์

  • วิเคราะห์ Engagement จากช่องทางโซเชียลมีเดียหลักได้อย่างครอบคลุม เช่น Facebook, Instagram, Lemon8, YouTube, TikTok ฯลฯ 
  • มีฟีเจอร์สำคัญ เช่น การวิเคราะห์ Sentiment, ผู้ใช้ที่มีอิทธิพล (Top User), ข้อความที่ได้รับ Engagement สูงสุด 

ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์เข้าใจเสียงของผู้บริโภคได้ชัดเจน วางกลยุทธ์ได้แม่นยำ สร้าง Key Message ที่ทรงพลังและตรงใจของผู้บริโภคได้มากขึ้น

สนใจการวิเคราะห์ Engagement เชิงลึกบนโซเชียลมีเดียด้วย Zocial Eye อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : Zocial Eye คืออะไร ใช้ยังไง พาดูและรีวิวการใช้งาน Zocial Eye จาก Wisesight

2. Influencer Directory – แพลตฟอร์มค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ที่ตรงใจ

 Influencer directory

Influencer Directory คือ แพลตฟอร์มที่ช่วยแบรนด์ค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมฟีเจอร์สำหรับประเมินประสิทธิภาพ เช่น 

การวิเคราะห์คอนเทนต์แต่ละชิ้นว่าได้รับยอด Engagement อย่างไร ทั้งยอดวิว รีแอคชั่น ไลก์ และคอมเมนต์ โดยสามารถวิเคราะห์เชิงลึกได้ว่าโพสต์ใดมีผลตอบรับดี หรือควรปรับปรุงในด้านใด

3. Message Center – แจ้งเตือนได้ทันท่วงที

Message Center

Message Center คือ แอปพลิเคชันที่ช่วยมอนิเตอร์ข้อความและการ Mention จากทุกช่องทางโซเชียลแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบแจ้งเตือนทันทีเมื่อมีประเด็นสำคัญที่อยากให้โฟกัส ช่วยให้แบรนด์ไม่พลาดทุกโอกาสในการสื่อสาร และสร้าง Engagment กับลูกค้าได้ทันทุกกระแส


Engagement คือหัวใจสำคัญของการทำ Social Media Marketing

Engagement คือหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย (Social Media Marketing)  เพราะช่วยให้แบรนด์เห็นว่าผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ แคมเปญ และการสื่อสารมากแค่ไหน และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ในยุคที่ข้อมูลและเสียงจากผู้บริโภคมีอิทธิพลต่อ Marketing Plan

การวัด Engagement ที่ดีควรดูทั้งจำนวนการโต้ตอบ คุณภาพของข้อความ Sentiment แหล่งที่มาของ Engagement และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

แบรนด์ที่ต้องการเพิ่ม Engagement อย่างยั่งยืนควรใช้ Social Data Tools เพื่อวิเคราะห์เสียงของผู้บริโภค วางแผนคอนเทนต์ให้ตรงกับ Insight และปรับกลยุทธ์จากข้อมูลจริงอย่างต่อเนื่อง


คำถามที่พบบ่อย

Engagement คืออะไร?

Engagement คือก ารมีส่วนร่วมของผู้บริโภคกับแบรนด์ เช่น ไลก์ คอมเมนต์ แชร์ คลิก กล่าวถึง รีวิว หรือทักแชท

Engagement Rate คิดยังไง?

Engagement Rate คำนวณได้จาก Total Engagement หารด้วย Reach, Impression หรือ Follower แล้วคูณ 100 ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการวัดผล

Engagement สูงแปลว่าคอนเทนต์ดีเสมอไหม?

Engagement สูงไม่ได้แปลว่าคอนเทนต์ดีเสมอไป เพราะต้องดู Sentiment และบริบทของข้อความร่วมด้วย

ควรวัด Engagement จากช่องทางไหน?

ควรวัดทั้ง Owned Channels, Earned Channels และ Paid Channels เพื่อเห็นภาพรวมการมีส่วนร่วมจากทั้งช่องทางที่แบรนด์ควบคุมเอง เสียงจากผู้บริโภค และสื่อที่แบรนด์จ่ายเงินโปรโมต

เครื่องมืออะไรช่วยวัด Engagement ได้บ้าง?

เครื่องมือที่ช่วยวัด Engagement ได้แก่ Social Listening Platform, Analytics Dashboard, Meta Business Suite, Google Analytics และ Social Data Tools เช่น Zocial Eye, Influencer Directory และ Message Center