หากพูดถึงข้อมูล (Data) ในปัจจุบันนี้คงเปรียบเสมือนอาวุธสำหรับทุกธุรกิจ เพราะใครที่สามารถดึงข้อมูลที่มีอยู่มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่ากับก้าวนำหน้าคู่แข่งไปได้หลายก้าว โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าอย่าง “Customer Insight” ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้เข้าใจลูกค้า ช่วยทำให้ปรับตัวตามพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และช่วยทำให้มองเห็นช่องทางรวมถึงโอกาสใหม่ ๆ ในการทำการตลาดได้ง่ายมากขึ้น อ้างอิงข้อมูลจาก Microsoft ที่สรุปไว้ว่า องค์กรที่ใช้ประโยชน์จาก Customer Insight หรือ Consumer Insight ที่ช่วยให้ยอดขายเติบโตได้ดีกว่าคู่แข่งถึง 85% เลยทีเดียว

บทความนี้ Wisesight จะมาเจาะลึกให้เข้าใจผู้บริโภคในเชิงลึกว่า Customer Insight คืออะไร รวมถึง Customer Insight มีความสำคัญอย่างไร และพาไปดูวิธีทำ Customer Insight จากเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อให้นักการตลาดสามารถนำข้อมูลไปปรับใช้ในธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


Key Takeaway

  • Customer Insight องค์ประกอบหลักคือ ข้อมูลประชากร (Demographic), ความสนใจเฉพาะบุคคล (Interest), พฤติกรรมผู้บริโภค (Behavior) และความพึงพอใจต่อสินค้าและบริการ (Preference)
  • การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคทำได้ 6 ขั้นตอน ได้แก่ กำหนดวัตถุประสงค์, เก็บข้อมูล, จัดระเบียบ, วิเคราะห์เชิงลึก, สร้าง Insight Statement และนำไปใช้พัฒนาสินค้า/บริการหรือเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่
  • การใช้ Customer Insight ช่วยให้แบรนด์เข้าใจลูกค้า คาดการณ์แนวโน้มการซื้อซ้ำ และปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์มากขึ้น
  • Consumer Insight สามารถใช้ค้นหา Pain Point ของผู้บริโภคเพื่อสร้างสินค้าใหม่ที่แก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Customer Insight ตัวอย่างแหล่งข้อมูลและเครื่องมือ ได้แก่ การดาวน์โหลดตัวอย่างจาก Wisesight Research, การใช้ Social Listening (Zocial Eye) และการวิเคราะห์ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียเพื่อนำไปปรับใช้กับกลยุทธ์แบรนด์

Table of Contents

Customer Insight หรือ Consumer Insight คืออะไร?

Customer Insight หรือ Consumer Insight คืออะไร คือข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า
ขอบคุณรูปภาพจาก : Customer Insight là gì? 3 Ví dụ về Insight khách hàng thực tế 

Customer Insight คือ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย ที่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลพื้นฐาน เช่น เพศ อายุ ที่อยู่ หรือรายได้ แต่ยังครอบคลุมความสนใจ (Interest) พฤติกรรมการใช้ชีวิต (Behavior) ทัศนคติ ความเชื่อ และความพึงพอใจต่อสินค้าและบริการ (Preference) ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แบรนด์เข้าใจว่า ลูกค้าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ทำอะไร หรือคิดอย่างไร แม้ว่าพวกเขาอาจไม่ได้บอกออกมาโดยตรงก็ตาม

การวิเคราะห์ Customer Insight มีความสำคัญในการสร้าง ประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) ที่ตอบโจทย์ความต้องการจริง ช่วยปรับปรุงและพัฒนาสินค้า-บริการให้ตรงใจลูกค้า และเป็นฐานสำหรับวางแผนกลยุทธ์การตลาด

ความแตกต่างระหว่าง Insight กับ Data

หลายคนมักเข้าใจว่า Data และ Insight คือสิ่งเดียวกัน ทั้งที่จริงแล้วแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

Data คือ ข้อมูลดิบ เช่น ยอดขาย จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ หรือเพศและอายุของลูกค้า ส่วน Insight หรือที่เรียกว่า Insight Customer คือ การตีความข้อมูลเหล่านั้น เพื่อค้นหาความหมายเชิงลึก เช่น เหตุผลที่ลูกค้าซื้อซ้ำ หรือปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าเลิกใช้บริการ

สรุปง่าย ๆ คือ Data คือสิ่งที่เรามี ส่วน Insight คือสิ่งที่เรานำไปใช้เพื่อเข้าใจลูกค้า

เมื่อองค์กรสามารถเปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็น Insight ที่ใช้งานได้จริง ก็จะเข้าใจพฤติกรรมและแรงจูงใจของลูกค้าได้ลึกขึ้น เห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และสามารถพัฒนากลยุทธ์การตลาด รวมถึงวาง Key Message ที่สื่อสารได้ตรงใจในแต่ละกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น


ทำไม Customer Insight ถึงสำคัญต่อธุรกิจ?

Customer Insight มีความสำคัญอย่างไร

ที่มาภาพ: dynamics.microsoft.com

Customer Insight เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาสินค้าและบริการ เพราะช่วยให้ธุรกิจเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และสามารถนำข้อมูลเชิงลึกไปใช้ในการวาง Marketing Plan ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงช่วยในการทำ Marketing Funnel เพื่อระบุว่า ลูกค้าเป็นใคร ตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าอย่างไร และมีความคิดเห็นหรือพฤติกรรมเพิ่มเติมในแต่ละขั้นของ Marketing Funnel อย่างไร

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจความงามที่ทำวิจัยตลาดพบว่า ผู้หญิงวัย 40 ปีเริ่มย้อมผมลดลง เนื่องจากกลัวสารเคมีและหันไปใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากธรรมชาติมากขึ้น ธุรกิจจึงสามารถปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เช่น ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ปลอดภัยต่อร่างกาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้านี้ได้อย่างตรงจุด


Customer Insight มีองค์ประกอบอะไรบ้าง? 

เมื่อเข้าใจแล้วว่า Customer Insight คืออะไร และมีความสำคัญต่อกลยุทธ์ธุรกิจเพียงใด ขั้นต่อไปมาดูกันว่า องค์ประกอบของ Customer Insight มีอะไรบ้าง ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์ใช้ข้อมูลได้ลึกกว่าเดิม และต่อยอดสู่ Digital Transformation ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

Consumer Research

การวิจัยลูกค้า (Consumer Research) คือ กระบวนการศึกษาข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค เพื่อให้เข้าใจแรงจูงใจ พฤติกรรม และความคาดหวังที่ซ่อนอยู่หลังการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความเข้าใจว่า Customer Insight หมายถึง การมองให้ลึกกว่าข้อมูลทั่วไป และค้นหาว่าทำไมลูกค้าถึงคิดและตัดสินใจเช่นนั้น 

ดังนั้น การทำ Consumer Research ในระดับองค์กรขนาดใหญ่จึงไม่ใช่แค่การสำรวจแบบสอบถามทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานระหว่างการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และเชิงปริมาณ (Quantitative Research) เพื่อให้เข้าใจ เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมลูกค้าถึงเลือกแบรนด์หนึ่งเหนืออีกแบรนด์

Analytics Teams

Customer Insight Analyst คือ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่เปลี่ยนข้อมูลดิบ ให้กลายเป็น Customer Insight ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า Customer Insight Analysis คือ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อค้นหารูปแบบ พฤติกรรม และแนวโน้มที่ซ่อนอยู่ของลูกค้า

ซึ่งการทำ Customer Insight Analysis มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น CRM, Social Listening, Website Analytics และ Data Warehouse เข้าด้วยกัน พร้อมใช้เทคนิคทางสถิติขั้นสูง (Advanced Analytics) และเครื่องมือ AI เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าในทุกช่วงของเส้นทาง (Customer Journey) จากนั้นจึงแปลงข้อมูลเหล่านี้เป็น Insight ที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจหรือนำไปพัฒนา New Product Development ต่อไป

Data Quality

Data Quality คือรากฐานของการสร้าง Customer Insight ที่น่าเชื่อถือ สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ข้อมูลจะถูกเก็บมาจากหลายช่องทาง เช่น POS, Online Platform, Social Media และระบบสมาชิก ซึ่งหากไม่มีการจัดการคุณภาพข้อมูลที่ดี ข้อมูลเหล่านี้อาจซ้ำซ้อนหรือผิดพลาด ส่งผลต่อความแม่นยำของการวิเคราะห์ได้ 

ดังนั้น จึงควรเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกันแบบ Single Customer View เพื่อให้ทีม Research และ Analytics นำไปใช้ได้เต็มศักยภาพ รวมถึงลดการตัดสินใจผิดพลาดจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนได้อีกด้วย

Database Marketing

Database Marketing คือ การนำข้อมูลลูกค้าที่ผ่านการวิเคราะห์เชิงลึกมาใช้ในการวางกลยุทธ์การตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing) โดยอาศัย Customer Insight เป็นศูนย์กลาง เช่น การแบ่งกลุ่มลูกค้า (Segmentation) การออกแบบโปรโมชั่นเฉพาะกลุ่ม หรือการส่งข้อความที่ตรงใจลูกค้าในแต่ละช่วงของ Marketing Funnel ผ่านกระบวนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (Marketing Communication) เพื่อให้แบรนด์สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและสอดคล้องกับความต้องการจริง


Customer Insight มีประโยชน์อย่างไร?

ช่วยวางแผนการตลาดได้แม่นยำขึ้น

Consumer Insight ถูกใช้ในทุกขั้นตอนการสร้างแคมเปญ ตั้งแต่การคิดคอนเทนต์ เลือกภาพ สี ข้อความ กำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา (เช่น Google Ads, Facebook Ads) ไปจนถึงการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยเพิ่ม Engagement ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์

วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน เช่น ลูกค้าใช้แอปโอนเงินหรือวิธีจ่ายเงินแบบใด เพื่อนำข้อมูลไปต่อยอดและสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้น (Customer Experience)

คาดการณ์พฤติกรรมการซื้อในอนาคต

ใช้ข้อมูล Customer Preference เพื่อวิเคราะห์ว่า ลูกค้าชอบหรือไม่ชอบอะไร แล้วนำมาใช้พัฒนาสินค้าและเพิ่มยอดขายตามเป้าหมาย

ยกระดับการสื่อสารออนไลน์

เข้าใจความสนใจของลูกค้า (Customer Interest) และรูปแบบคอนเทนต์ที่พวกเขาชอบ เพื่อนำมาปรับปรุงการสื่อสารให้ตรงใจมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ต้องทำ Social Media Marketing ซึ่งแบรนด์ต้องแข่งขันกันสร้างเนื้อหาที่โดนใจและสื่อสารได้ในเวลาจำกัด

สร้างความภักดีต่อแบรนด์

เมื่อธุรกิจเข้าใจความต้องการและความรู้สึกของลูกค้าอย่างแท้จริง ก็สามารถสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจได้มากขึ้น สิ่งนี้ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์และเลือกใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

เพิ่มโอกาสในการขายซ้ำ

การใช้ Customer Insight ช่วยให้ธุรกิจคาดการณ์ความต้องการล่วงหน้า และนำเสนอสินค้า บริการ หรือโปรโมชั่นที่ตรงใจ ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำและสร้างรายได้ต่อเนื่อง


ขั้นตอนการหา Customer Insight ทำได้อย่างไรบ้าง?

วิธีทำ Customer Insight
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.aimtechnologies.co/2024/01/17/customer-insights-examples-the-power-of-data/

Wisesight แนะนำ 6 ขั้นตอนยอดนิยมในการหา Customer Insight ดังนี้

1. กำหนดวัตถุประสงค์ (Define Objective)

ระบุเป้าหมายที่ต้องการเข้าใจ เช่น พฤติกรรมการซื้อ ปัญหาการใช้สินค้า หรือความคาดหวังต่อแบรนด์

2. เก็บข้อมูล (Data Collection)

รวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative) เช่น แบบประเมินความพึงพอใจ ข้อมูลการซื้อขาย พฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ และข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative) เช่น การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตกลุ่มตัวอย่าง หรือการเก็บข้อมูลบทสนทนาออนไลน์

3. รวมและจัดระเบียบข้อมูล (Data Integration & Organization)

นำข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น CRM, Social Media, Customer Feedback มารวมและจัดหมวดหมู่ หรือสร้าง Customer Journey Map เพื่อเห็นภาพประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร

4. วิเคราะห์เชิงลึก (Analysis)

วิเคราะห์ข้อมูลด้วย Segmentation เช่น RFM (ความใหม่, ความถี่, มูลค่าการซื้อ), การประเมิน Sentiment หรือใช้ AI Analytics เพื่อหาความเชื่อมโยงของพฤติกรรมการซื้อซ้ำ

5. สร้าง Insight Statement

จำแนกลูกค้าออกเป็นกลุ่มชัดเจน และสรุปเป็นประโยค เช่น “ลูกค้ากลุ่ม Gen Z เลือกซื้อผ่าน Live Commerce เพราะต้องการ Real-time Interaction มากกว่าความสะดวกในการส่งสินค้า”

6. นำไปใช้และทดสอบ

ปรับใช้ Customer Insight ที่ได้กับกลยุทธ์การตลาดและทดลองเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพ


เครื่องมือการหา Customer Insight มีอะไรบ้าง?

Social Listening 

Social Listening คือ การฟังเสียงโซเชียลมีเดียจากทุกแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมข้อความทุกประเภท เพื่อหาข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าใช้ทำวิจัยตลาด (Market Research) ยกตัวอย่างการหา Consumer Insight ผ่าน Zocial Eye เครื่องมือที่ช่วยรวบรวมเสียงของผู้บริโภคบนช่องทางออนไลน์ ก่อนนำมาวิเคราะห์ด้วยความสามารถของฟีเจอร์ต่าง ๆ จนได้เป็นอินไซต์ที่แสดงผ่านเดชบอร์ด ทำให้แบรนด์นำไปใช้งานได้อย่างสะดวก

Customer Survey

Customer Survey คือ วิธีการประเมินลูกค้า โดยส่วนใหญ่จะใช้ในการประเมินความพึงพอใจ หรือใช้ค้นหาว่าอะไรคือความต้องการ และความคาดหวังของลูกค้าต่อสินค้าหรือบริการของแบรนด์ เพื่อที่จะได้นำผลสรุปกลับมาปรับปรุงแผนงานด้านการบริการและการดูแลลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น อาจใช้วิธีการสัมภาษณ์ลูกค้า (Customer Interviews) หรือการสนทนากลุ่ม (Focus Group) เป็นต้น

Customer Journey Mapping

Customer Journey Mapping คือ การสร้างแผนที่การเดินทางของลูกค้าที่จะช่วยแสดงลำดับขั้นตอนของกลุ่มเป้าหมายว่า มีประสบการณ์กับแบรนด์อย่างไร ซึ่งจะทำออกมาแบบเห็นภาพ (Visualize) เพื่อให้วิเคราะห์หาปัญหาต่างๆ ในระหว่างทางที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าเป็นไปในแง่ลบ พร้อมกับออกแบบประสบการณ์ให้กับลูกค้าที่ดีกว่าเดิมได้อย่างตรงจุด ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้เกิดประสบการณ์ที่ดี (Customer Experience) และเกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้านั่นเอง

Research Analysis 

Research Analysis คือ การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ด้วยการทำวิจัย (Research) เพื่อนำมาสรุป ตีความ และหาความหมายเชิงลึกเป็นวิธีวิเคราะห์ข้อมูลด้วยความเชี่ยวชาญจนได้เป็นข้อมูลพร้อมใช้ (Insights) เช่น ผลสำรวจออกมาว่าลูกค้า 70% สนใจโปรโมชั่นวิเคราะห์ต่อว่า “โปรโมชันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อเฉพาะในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z มากกว่ากลุ่มอื่น” เป็นต้น

ดูการวิเคราะห์ Customer Insight ตัวอย่าง ฟรีจาก Wisesight Research เช่น

  • วิเคราะห์เสียงของชาวโซเชียลเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตและหน่วยงานราชการในประเทศไทย “คนไทยคิดอะไรอยู่? ถอดรหัสโซเชียลสู่นโยบายภาครัฐที่ตอบโจทย์” เก็บข้อมูล Consumer Insight บนโซเชียลมีเดียของผู้บริโภคเพื่อค้นหาปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ดาวน์โหลดรายงานได้ที่นี่ *ข้อมูลช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568

เคล็ดลับการนำ Customer Insight ไปปรับปรุงธุรกิจ

การนำ Customer Insight มาปรับใช้กับธุรกิจเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้แบรนด์เข้าใจลูกค้าได้ลึกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้า การปรับปรุงบริการ หรือการวางแผนกลยุทธ์การตลาดอย่างแม่นยำ ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด

ปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตรงใจลูกค้า

ใช้ Customer Insight เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายและสร้างความพึงพอใจสูงสุด เช่น การใช้ระบบ CRM อย่าง Warroom จัดการเคสร้องเรียนหรือปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ

พัฒนากลยุทธ์การตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลเชิงลึกช่วยให้เข้าใจพฤติกรรม ความต้องการ และความสนใจของผู้บริโภค ทำให้แคมเปญการตลาดตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

วิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดียด้วย Zocial Eye

  • Logo Detection: วิเคราะห์ภาพที่มีโลโก้เพื่อเก็บข้อมูลอินไซต์เพิ่มเติม
  • Campaign View: ติดตามแคมเปญและศึกษาความต้องการหรือรสนิยมผู้บริโภค
  • Competitor Analysis: เปรียบเทียบคู่แข่งและวิเคราะห์กลยุทธ์การตลาดของคู่แข่ง

สนับสนุนการตัดสินใจอย่างแม่นยำ

Customer Insight ช่วยลดความเสี่ยงและเวลาในการทดลอง ทำให้ธุรกิจเลือกทำหรือไม่ทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ

สร้างประสบการณ์ลูกค้าเฉพาะบุคคล (Personalized Customer Experience)

ใช้ Insight ในการทำ Personalized Marketing และ Omnichannel Marketing เช่น การเก็บ Customer Journey และ Segmentation เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าให้ตรงกับความต้องการ

คาดการณ์พฤติกรรมและออกแบบ Customer Journey

Customer Insight ช่วยทำนายการซื้อครั้งต่อไป ช่องทางที่ลูกค้าใช้ และโปรโมชันที่จะดึงดูด ทำให้การทำ Online Marketing มีความแม่นยำและตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น


Customer Insight กุญแจสำคัญสู่กลยุทธ์ที่ชนะใจลูกค้า 

สรุปโดยรวมแล้ว Customer Insight แปลว่า ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้าที่ช่วยให้ธุรกิจมองเห็นทั้งพฤติกรรม ความต้องการ และแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจซื้อ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการวางกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพในยุค Data-Driven Marketing

และสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการมองเห็นภาพรวมของข้อมูลในเชิงลึก Wisesight Research พร้อมทำหน้าที่เป็นทีม Social Data Analyst ที่ช่วยองค์กรตีความข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย เพื่อแปลงตัวเลขให้กลายเป็นอินไซต์เชิงกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ทางธุรกิจได้จริง 

เพราะในยุคนี้ แบรนด์ที่เข้าใจลูกค้าได้ลึกกว่า คือแบรนด์ที่ชนะใจตลาดก่อนใคร

หากคุณต้องการเข้าใจลูกค้าของแบรนด์ในมุมลึกกว่าที่ตัวเลขบอก ให้ทีม Wisesight Research วิเคราะห์ให้คุณ
>> ติดต่อ Wisesight Research เพื่อดูตัวอย่าง Insight Report จากแบรนด์ระดับประเทศ <<