Brand Awareness คือการทำให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ รู้จัก และจดจำแบรนด์ได้จากสิ่งที่แบรนด์สื่อสารออกไป เช่น โลโก้ สี สโลแกน Tagline จุดเด่นของสินค้า หรือภาพจำของแบรนด์
การสร้าง Brand Awareness ไม่ได้จบที่การทำให้คนเห็นแบรนด์ แต่ต้องวัดได้ว่าคนรับรู้อะไรเกี่ยวกับแบรนด์ และสิ่งที่คนเข้าใจตรงกับ Key Message ที่แบรนด์ต้องการสื่อหรือไม่
บทความนี้ Wisesight Research จะพาไปดูว่า Brand Awareness คืออะไร มีกี่ระดับ สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร ใช้กลยุทธ์อะไรสร้างการรับรู้ได้บ้าง และควรวัดผลผ่าน Social Data อย่างไรให้แบรนด์นำไปพัฒนาการสื่อสารต่อได้จริง
Key Takeaways
- Social Listening และ Campaign Analysis Report ช่วยวัดได้ว่าแบรนด์ถูกพูดถึงอย่างไร มี Sentiment แบบไหน และ Key Message ถูกจดจำมากน้อยแค่ไหน
- Brand Awareness คือการทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จัก จดจำ และเชื่อมโยงแบรนด์กับภาพจำบางอย่างได้
- Brand Awareness แบ่งได้หลายระดับ ตั้งแต่ Unawareness, Brand Recognition, Brand Recall ไปจนถึง Top of Mind
- การสร้าง Awareness ช่วยให้แบรนด์สร้างภาพจำ ความน่าเชื่อถือ ความภักดี และความได้เปรียบทางการตลาด
- กลยุทธ์ที่ใช้สร้าง Brand Awareness ได้ เช่น Content Marketing, Influencer Marketing, Paid Advertising และ Event & Activity
- การวัดผล Brand Awareness ควรดูทั้ง Owned Media, Earned Media และ Paid Media เพื่อเข้าใจภาพรวมการรับรู้ของตลาด
Brand Awareness คืออะไร
Brand Awareness คือ การทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้ถึงการมีอยู่ของแบรนด์ รู้จัก หรือมีภาพจำอะไรบางอย่างที่ทำให้นึกถึงแบรนด์ของเราได้ ไม่ว่าจะเป็น โลโก้ (Logo), สโลแกน (Slogan), สีของแบรนด์ หรือ Tagline ที่สะท้อนว่าผู้ใช้งานเห็นและจำได้ว่าเราคือใคร หรือสามารถรู้ว่าตำแหน่ง (Brand Positioning) ของแบรนด์อยู่ตรงไหน ซึ่งถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์เพื่อกระจายการรับรู้ให้คนรู้จักเป็นวงกว้าง ดังนั้น Brand Awareness จึงถือเป็นรากฐานสำคัญในการทำการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์
Brand Awareness สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร?
Brand Awareness สำคัญเพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักแบรนด์ เกิดความคุ้นเคย เชื่อถือ และมีโอกาสพิจารณาซื้อสินค้าในขั้นต่อไป
ถ้าลูกค้ายังไม่รู้จักแบรนด์ โอกาสที่จะเกิด Consideration หรือ Purchase จะต่ำลง เพราะแบรนด์ยังไม่อยู่ในตัวเลือกของผู้บริโภค ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผู้บริโภคกำลังมองหาสกินแคร์ และนึกถึงแบรนด์หนึ่งเป็นอันดับแรก แบรนด์นั้นมีความได้เปรียบในช่วงการตัดสินใจมากกว่าแบรนด์ที่ผู้บริโภคไม่คุ้นเคย เป็นต้น
H2: Brand Awareness มีกี่ระดับ?
Brand Awareness แบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ ได้แก่ Unawareness, Brand Recognition, Brand Recall และ Top of Mind
| ระดับ | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| Unawareness | กลุ่มเป้าหมายยังไม่รู้จักแบรนด์ | ไม่เคยเห็น ไม่เคยได้ยินชื่อแบรนด์ |
| Brand Recognition | เห็นแล้วเริ่มจำแบรนด์ได้ | เห็นโลโก้ สี หรือแพ็กเกจแล้วคุ้น |
| Brand Recall | นึกถึงแบรนด์ได้โดยไม่ต้องมีตัวช่วย | เมื่อนึกถึงหมวดสินค้าแล้วพูดชื่อแบรนด์ได้ |
| Top of Mind | แบรนด์ถูกนึกถึงเป็นอันดับแรก | เมื่อพูดถึงหมวดสินค้า ลูกค้านึกถึงแบรนด์นี้ก่อน |

https://www.appinio.com/
ประโยชน์ของ Brand Awareness มีอะไรบ้าง?
ในการที่แบรนด์ทำการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ออกไปนั้น นอกเหนือจากการที่ผู้คนได้มองเห็น รู้จัก หรือได้ยินเกี่ยวกับแบรนด์ คือการต่อยอดไปยังโอกาสต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ได้แก่
การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับภาพลักษณ์และการสื่อสารของแบรนด์ไปยังกลุ่มลูกค้า
Brand Awareness เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์สามารถสื่อสารตัวตน คุณค่า และภาพลักษณ์ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าเดิมหรือลูกค้าใหม่ การสร้างการรับรู้ที่ดีจะช่วยให้ผู้บริโภคมองเห็นและจดจำแบรนด์ได้ง่ายขึ้น
Brand Awareness ช่วยด้านใดบ้าง
- สร้างการมองเห็นแบรนด์ (Brand Visibility): ทำให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้การมีอยู่ของแบรนด์
- สนับสนุนแบรนด์ใหม่: ช่วยให้แบรนด์ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดสร้างการจดจำได้เร็วขึ้น
- สื่อสารสินค้าและบริการใหม่: ช่วยให้การเปิดตัวสินค้า บริการ หรือ Product Line ใหม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง
- รองรับการรีแบรนด์ (Rebranding): ทำให้ลูกค้ารับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงด้านภาพลักษณ์หรือทิศทางของแบรนด์
- เพิ่มโอกาสในการพิจารณาแบรนด์ (Brand Consideration): กระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์
การสร้างให้เกิดความภักดี โน้มน้าวให้เกิดการกลับมาใช้ซ้ำ และการบอกต่อ
เมื่อผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้ดี ความคุ้นเคยจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ รวมถึงความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างลูกค้ากับแบรนด์
Brand Awareness ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างไร
- สร้างการจดจำแบรนด์ (Brand Recognition): ช่วยให้ผู้บริโภคนึกถึงแบรนด์ได้เมื่อต้องการซื้อสินค้าหรือบริการ
- เพิ่มความน่าเชื่อถือ (Trust Building): ความคุ้นเคยช่วยลดความลังเลในการตัดสินใจซื้อ
- สร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty): ลูกค้ามีแนวโน้มเลือกใช้แบรนด์เดิมมากกว่าคู่แข่ง
- กระตุ้นการซื้อซ้ำ (Re-Purchase): เพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาใช้สินค้าหรือบริการอีกครั้ง
- ส่งเสริมการบอกต่อ (Word-of-Mouth): ลูกค้าที่มีประสบการณ์ที่ดีมีแนวโน้มแนะนำแบรนด์ให้กับผู้อื่น
การสร้างความได้เปรียบเทียบทางการตลาด เพื่อส่งเสริมการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียในอนาคต
เมื่อแบรนด์เป็นที่รู้จักในตลาดแล้ว การทำการตลาดในอนาคตจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะผู้บริโภคมีพื้นฐานการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์อยู่แล้ว ทำให้การสื่อสารใหม่ ๆ สามารถเข้าถึงและสร้างผลลัพธ์ได้ง่ายกว่าเดิม
Brand Awareness ช่วยสร้างความได้เปรียบทางการตลาดอย่างไร
- สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง (Competitive Advantage): เพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคนึกถึงแบรนด์ก่อนทางเลือกอื่น
- เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร (Content Amplification): ช่วยให้คอนเทนต์หรือแคมเปญใหม่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น
- เพิ่มการมีส่วนร่วม (Engagement): ผู้ที่รู้จักแบรนด์อยู่แล้วมีแนวโน้มโต้ตอบกับคอนเทนต์มากกว่า
- สนับสนุนการสร้างคอมมูนิตี้ (Community Building): ช่วยขยายฐานผู้ติดตามและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว
- เพิ่มประสิทธิภาพการตลาด (Marketing Efficiency): ทำให้กิจกรรมการตลาดในอนาคตสามารถสร้างผลลัพธ์ได้คุ้มค่ามากขึ้น
H2: กลยุทธ์สร้าง Brand Awareness บนโซเชียลมีเดียทำอย่างไร?
การสร้าง Brand Awareness บนโซเชียลมีเดียสามารถทำได้ผ่าน Content Marketing, Influencer Marketing, Paid Advertising และ Event & Activity โดยควรเลือกกลยุทธ์ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายและเป้าหมายทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มการรับรู้และการจดจำแบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพ
| กลยุทธ์ | ใช้ทำอะไร | KPI ที่ควรวัด |
| Content Marketing | เล่าเรื่องแบรนด์และส่งมอบคุณค่าให้กลุ่มเป้าหมาย | Reach, Engagement, Share, Save, Comment |
| Influencer Marketing | ใช้ความน่าเชื่อถือของ Influencer ขยายการรับรู้ | Engagement, Mention, Sentiment, Intention |
| Paid Advertising | เพิ่มการมองเห็นให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเร็วขึ้น | Impression, Reach, CPM, CTR, Ad Recall |
| Event & Activity | สร้างประสบการณ์และการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ | Participation, UGC, Mention, Engagement |
วัดผล Brand Awareness ด้วย Social Data อย่างไร?
การวัดผล Brand Awareness ด้วย Social Data ช่วยให้แบรนด์รู้ว่าผู้บริโภคมองเห็น พูดถึง และจดจำแบรนด์อย่างไร โดยวัดได้จาก Brand Mention, Sentiment, Engagement และ Key Message ที่เกิดขึ้นบนโซเชียลมีเดีย
จากข้อมูล Digital 2026: Thailand ของ DataReportal ประเทศไทยมี social media user identities อายุ 18 ปีขึ้นไป 56.6 ล้านบัญชี หรือ 96.3% ของประชากรอายุ 18 ปีขึ้นไป ทำให้ Social Media เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการวัดผล Brand Awareness ของแบรนด์
การวัดผลจาก KPI ที่แบรนด์ตั้งไว้ผ่าน Social Data
การวัดผล Brand Awareness ด้วย Social Data คือการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย เพื่อดูว่าแบรนด์ถูกมองเห็น ถูกพูดถึง และถูกจดจำในบริบทใด
ซึ่งการสื่อสารผ่าน Social Media ในปัจจุบัน แบรนด์จะสามารถวัดผลได้จาก 3 ช่องทางเป็นหลัก ได้แก่ ช่องทางของตัวเอง (Owned Media), ช่องทางที่คนอื่นพูดถึงแบรนด์ (Earned Media) และช่องทางของสื่อหรือการตลาดใด ๆ ที่แบรนด์ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อ (Paid Media)
โดยการวัดผลไม่ควรดูแค่จำนวนการมองเห็น แต่ควรดูว่าผู้บริโภคพูดถึงแบรนด์อย่างไร มี Sentiment แบบไหน พูดถึง Key Message หรือ Benefit ที่แบรนด์ต้องการสื่อหรือไม่ และเกิดขึ้นบนช่องทางใด
ดังนั้น Social Listening อย่าง Zocial Eye จึงเป็นเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยให้แบรนด์เข้าถึงข้อมูลที่เกิดขึ้นบน โซเชียลมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง Zocial Eye นั้นสามารถเก็บข้อมูลได้อย่างครอบคลุม (Data Coverage)
รวมไปถึงด้านการถูกกล่าวถึง (Consumer Voice) ที่สามารถจำแนกประเภทการพูดถึงออกมาเป็นอารมณ์ตามบริบทของการสื่อสาร (Sentiment) ทั้งการถูกกล่าวถึงเชิงบวก (Positive) เชิงกลาง (Neutral) และเชิงลบต่อแบรนด์ (Negative) เพื่อให้แบรนด์สามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับแบรนด์จะมีความครบถ้วนและวัดผลการสื่อสารของแบรนด์ออกมาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่าง Metrics ที่ใช้วัดจาก Social Data เช่น
- Reach
- Impression
- Engagement
- Mention
- Share of Voice
- Sentiment
- Top Keywords / Key Message
- Top Content
- Top Channel
- Influencer Performance
- Intention

ดังนั้น ในการสื่อสารเพื่อสร้าง Awareness แบรนด์จึงควรมีการวางแผนการสื่อสาร (Communication Plan) และรูปแบบการวัดผลของการสื่อสาร เพื่อสะท้อนว่าสิ่งที่แบรนด์กำลังสื่อสาร ถูกกระจายไปยังกลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์ตั้งไว้หรือไม่
นอกจากนี้ ในการวัดผล Brand Awareness แบรนด์สามารถทำได้ทั้งแบบการมอนิเตอร์แบรนด์ (ฺBrand Monitoring) คือการดูหรือวัดผลเป็นประจำ และดูเป็นรายครั้งไป ซึ่ง Campaign Analysis Report ของ Wisesight Research เราจะทำการมอนิเตอร์ (Monitor) การพูดถึงแบรนด์ทั้งตัวเองและคู่แข่งบนโซเชียลมีเดียว่า แบรนด์ถูกพูดถึงเป็นอย่างไร มีคนจำแบรนด์ได้มากน้อยแค่ไหน หรือมี Key Message ที่แบรนด์ต้องการจะสื่อปรากฏขึ้นมากน้อยเพียงใด เกิดขึ้นในช่องทางไหนบ้าง ซึ่งจะช่วยเป็นแนวทางที่ทำให้รู้ว่าแบรนด์สามารถเพิ่มการพูดถึง หรือทำแคมเปญเพิ่มเติมบนช่องทางไหน และจะวางกลยุทธ์การสื่อสารต่อไปได้อย่างไรในอนาคต

Owned Media, Earned Media และ Paid Media ใช้วัด Brand Awareness ต่างกันอย่างไร?
Owned Media จะใช้วัดผลจากช่องทางที่แบรนด์ควบคุมเอง Earned Media ใช้วัดเสียงที่ผู้บริโภคพูดถึงแบรนด์ และ Paid Media ใช้วัดผลจากสื่อหรือพื้นที่ที่แบรนด์จ่ายเงินเพื่อโปรโมต
| Media Type | คืออะไร | วัดอะไรได้ | ตัวอย่างข้อมูล |
| Owned Media | ช่องทางที่แบรนด์เป็นเจ้าของ | Performance ของคอนเทนต์และช่องทางหลัก | Reach, Engagement, Top Content, P90 Index |
| Earned Media | การพูดถึงจากผู้บริโภค สื่อ หรือชุมชนออนไลน์ | Consumer Voice และภาพจำที่ตลาดมีต่อแบรนด์ | Mention, Sentiment, Share of Voice, Keyword |
| Paid Media | สื่อที่แบรนด์จ่ายเงินเพื่อกระจายการรับรู้ | ประสิทธิภาพของโฆษณาและ Influencer | Impression, Engagement, Average Engagement, Intention |
1. การวัดผลการรับรู้บนช่องทาง Owned Media
ภายใน Campaign Analysis Report ช่วยให้แบรนด์สามารถวัดผล Awareness จากการสื่อสารได้ทั้งช่องทาง Owned Media ที่เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารในแต่ละช่องทาง ผ่านการแสดงผลสัดส่วนการมีส่วนร่วม (Engagement) และคอนเทนต์ที่ทำ Performance ได้น่าสนใจ แต่การแสดงผลคอนเทนต์ต่าง ๆ เหล่านั้น แบรนด์จะรู้ได้อย่างไรว่าคอนเทนต์ที่ทำ Engagement ได้สูงนั้นเรียกว่าทำได้ดีแล้ว หรือคอนเทนต์แบบไหนถึงเรียกว่าทำได้ดี
ดังนั้น นอกเหนือจากการเก็บเพียง Performance มาใช้ในการแสดงผล จึงต้องบอกได้ว่าประสิทธิภาพของคอนเทนต์ที่สื่อสารออกมานั้นดีพอหรือยัง เราจึงใช้ ดัชนี P90 (P90 Index) ซึ่งเป็นเมตริก (Metric) ที่ทีม Wisesight Research ออกแบบมาเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อคัดแยกคอนเทนต์ที่ทำ Performance ได้โดดเด่นออกมา และสามารถบอกได้ว่าจากข้อมูลทั้งหมด คอนเทนต์ไหนที่เรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพ หรือเป็นคอนเทนต์ที่ทำได้ดี
(ทั้งนี้ในแต่ละอุตสาหกรรมมีค่า P90 ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของการแข่งขัน)

ภายใน Campaign Analysis Report
นอกจากนี้ เรายังมีการนำคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่ทำได้ดีหรือสร้างการมีส่วนร่วมได้สูงเหล่านั้นมาทำการวิเคราะห์หาข้อมูลเชิงลึก (Insight) ต่อว่า ปัจจัยความสำเร็จ (Key Success Factor) ของคอนเทนต์คืออะไร ทำไมถึงทำได้ดี แล้วมีกลยุทธ์ (Tactic and Mechanic) อะไรที่เป็นจุดเรียนรู้ (Learning) ให้กับแบรนด์ได้บ้าง
จากตรงนี้เองจะช่วยให้แบรนด์เห็นภาพได้มากขึ้นว่าการสื่อสารของแบรนด์ได้รับความสนใจมากน้อยเพียงใด คอนเทนต์ไหนที่น่าสนใจ และบนแพลตฟอร์มใดที่ทำได้ดี เพื่อให้แบรนด์สามารถวัดผลการรับรู้และประสิทธิภาพของคอนเทนต์ในการนำไปปรับปรุง พัฒนา หรือหาโอกาสใหม่ ๆ ในการสื่อสารต่อไปได้

2. การวัดผลการรับรู้บนช่องทาง Earned Media และ Paid Media
อย่างที่ได้กล่าวไปในตอนต้น การวัดประสิทธิภาพของคอนเทนต์ที่แบรนด์สื่อสารออกไปว่า สามารถสร้างการรับรู้ได้มากน้อยเพียงใด แค่ข้อมูลจากช่องทาง Owned Media นั้นอาจไม่เพียงพอ หากต้องการวัดผลการสื่อสาร แบรนด์ควรเก็บข้อมูลจากช่องทาง Earned Media เพื่อดู Performance ในการถูกกล่าวถึงหรือกระทั่ง Paid Media ที่แบรนด์ใช้พื้นที่สื่ออื่น ๆ ในการสื่อสาร รวมไปถึงการใช้ Influencer ว่ามีประสิทธิภาพต่อแบรนด์มากน้อยแค่ไหน ซึ่ง Campaign Analysis Report ของเราสามารถวัดผลได้ทุกช่องทางตามที่กล่าวมาข้างต้น
โดยเฉพาะช่องทาง Paid Media ที่เราก็สามารถเก็บข้อมูลเข้ามาใช้วัดผลได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งมีการวัดผลโฟกัส อินฟลูเอนเซอร์ที่ทำการโปรโมตให้กับแบรนด์เพื่อดูประสิทธิภาพการสื่อสารและเปรียบเทียบ Performance ว่าใครที่ทำการสื่อสารให้กับแบรนด์ได้ดีที่สุด
เช่น การวัด Engagement ของอินฟลูเอนเซอร์ภายในแคมเปญ เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ย (Average Engagement) ของอินฟลูเอนเซอร์คนนั้น ๆ เพื่อให้แบรนด์สามารถตัดสินใจได้ว่าใครที่สร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ได้ดี และแบรนด์ยังควรใช้งานต่อหรือไม่ รวมถึงเรายังมีการวิเคราะห์หาอินไซต์จากรูปแบบคอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์ที่ทำได้ดีด้วยเช่นกัน ว่ารูปแบบคอนเทนต์ที่ผู้คนสนใจหรือสามารถสร้าง Awareness ให้กับแบรนด์ได้ดีมีรูปแบบอย่างไร เพื่อนำไปต่อยอดการสื่อสารให้กับแบรนด์ต่อไป


นอกเหนือจากที่กล่าวไปข้างต้น ในการวัดผล Brand Awareness ผ่านอินฟลูเอนเซอร์บนช่องทาง Paid Media เรายังสามารถวัดผลด้านความสนใจของผู้ใช้งานที่มีต่อแบรนด์ได้อีกด้วย โดยเรียกว่าค่าการแสดงความสนใจ (Intention) เพื่อวัดผลว่าอินฟลูเอนเซอร์คนไหนที่สามารถทำให้กลุ่มผู้ใช้งานแสดงความสนใจต่อสินค้า บริการหรือแบรนด์ได้ ถือเป็นแนวโน้มที่จะทำให้กลุ่มคนเหล่านั้นผันตัวมาเป็นลูกค้าของแบรนด์ในอนาคต ซึ่งเป็นโอกาสที่แบรนด์จะวางแผนการสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มผู้ใช้งานเหล่านี้ต่อไป เช่น การตัดสินใจเลือกใช้หรือทำงานร่วมกัน (Collaborate) กับอินฟลูเอนเซอร์ เหล่านี้ในการสื่อสารเพื่อสร้างความสนใจ หรือยอดขาย (Sales) ให้กับแบรนด์ในอนาคต

Campaign Analysis Report ช่วยวัด Brand Awareness อย่างไร?
จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผ่านการวัดผลใน Campaign Analysis Report นั้น สามารถสะท้อน Performance และ Consumer Voice ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการสื่อสารของแบรนด์ว่ามีผลลัพธ์ตรงไปตามเป้าหมายที่แบรนด์ตั้งเอาไว้หรือไม่ โดยนอกเหนือจากการแสดงผลเหล่านั้น ทีม Wisesight Research ของเราจะเป็นผู้นำข้อมูลที่เกิดขึ้นมาทำหน้าที่ในการสรุปผลและวิเคราะห์หาอินไซต์ เพื่อนำเสนอหาแนวทาง (Recommendation) ในการพัฒนาให้กับแบรนด์ต่อไป
| สิ่งที่ Report วิเคราะห์ | ใช้ตอบคำถามอะไร |
| Campaign Performance | แคมเปญสร้างการรับรู้ได้มากแค่ไหน |
| Sentiment | ผู้บริโภครู้สึกอย่างไรกับแบรนด์หรือแคมเปญ |
| Key Message | คนจำสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อได้หรือไม่ |
| P90 Index | คอนเทนต์ทำได้ดีเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมหรือไม่ |
| Influencer Performance | Influencer คนไหนช่วยสร้าง Awareness ได้ดีที่สุด |
| Intention | คอนเทนต์หรือ Influencer กระตุ้นความสนใจต่อแบรนด์ได้แค่ไหน |
| Recommendation | แบรนด์ควรปรับแผนการสื่อสารต่ออย่างไร |
ในฝั่ง Owned Media รายงานจะช่วยดูว่า Content Performance ดีพอหรือไม่ โดยใช้ P90 Index เพื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานของอุตสาหกรรม
ในฝั่ง Earned และ Paid Media รายงานจะช่วยดูการพูดถึงจากผู้บริโภค สื่อ หรือ Influencer รวมถึงวัด Engagement, Average Engagement และ Intention เพื่อดูว่าการสื่อสารสร้างความสนใจต่อแบรนด์ได้มากน้อยแค่ไหน
นำผลลัพธ์ Brand Awareness ไปพัฒนากลยุทธ์ต่ออย่างไร?
ข้อมูลจาก Campaign Analysis Report ควรถูกนำไปใช้ปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้ตรงกับสิ่งที่ตลาดรับรู้จริง
- ถ้าการพูดถึงไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ แบรนด์ควรวิเคราะห์ว่าควรเพิ่มการสื่อสารช่องทางไหน หรือควรปรับรูปแบบคอนเทนต์อย่างไร
- ถ้าแบรนด์ถูกพูดถึงเยอะ แต่ผู้บริโภคจำ Benefit ไม่ได้ แบรนด์ควรปรับ Key Message ให้ชัดขึ้นและสื่อสารซ้ำในคอนเทนต์ที่เหมาะสม
- ถ้าคอนเทนต์บางประเภททำ Performance ได้ดี แบรนด์ควรนำ Key Success Factor, Tactic และ Mechanic จากคอนเทนต์นั้นไปต่อยอดในแคมเปญถัดไป
- ถ้า Influencer บางคนสร้าง Intention สูง แบรนด์สามารถใช้ข้อมูลนี้ประกอบการตัดสินใจว่าจะ Collaborate ต่อหรือเลือก Influencer กลุ่มใดในอนาคต
ดังนั้น Campaign Analysis Report ของ Wisesight Research จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำให้แบรนด์สามารถวัดผลการสร้าง Awareness บนช่องทาง Social Media ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการวัดผลบน Owned, Earned, Paid Media หรือกระทั่งการวัดผล Infleucner และสื่อต่าง ๆ ที่สื่อสารให้กับแบรนด์ แบรนด์ก็สามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับการสื่อสารและการพูดถึงแบรนด์นั้นจะถูกเก็บรวบรวมมานำเสนออย่างครบถ้วน
ซึ่งจากข้อมูลที่เกิดขึ้นเหล่านั้น เรานำมาทำการวิเคราะห์หา Insight ผ่าน Tools, Metric และทีมนักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำเสนอและให้คำแนะนำกับแบรนด์ โดยจากทั้งหมดนี้ ผลลัพธ์ (Outcome) ที่เราวัดผล คือเพื่อให้แบรนด์สามารถหาโอกาส, แนวทาง (Solution) หรือวางกลยุทธ์ (Strategy) ในการพัฒนาการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการต่อไป เพื่อไปให้ถึงตามเป้าหมายที่แบรนด์กำหนดไว้ได้

คำถามที่พบบ่อย
Brand Awareness คืออะไร?
Brand Awareness คือการทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จัก จดจำ และรับรู้ถึงการมีอยู่ของแบรนด์ผ่านการสื่อสารหรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์
Brand Awareness สำคัญอย่างไร?
Brand Awareness สำคัญเพราะช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภค เพิ่มความคุ้นเคย ความน่าเชื่อถือ และโอกาสในการพิจารณาซื้อ
Brand Awareness มีกี่ระดับ?
Brand Awareness แบ่งได้ 4 ระดับ ได้แก่ Unawareness, Brand Recognition, Brand Recall และ Top of Mind
วัดผล Brand Awareness ได้จากอะไร?
วัดได้จาก Reach, Impression, Engagement, Mention, Share of Voice, Sentiment, Key Message, Top Content, Influencer Performance และ Intention
Social Listening ช่วยวัด Brand Awareness อย่างไร?
Social Listening ช่วยเก็บและวิเคราะห์การพูดถึงแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย ทำให้เห็นว่าคนพูดถึงแบรนด์อย่างไร มี Sentiment แบบไหน และรับรู้ Key Message ของแบรนด์หรือไม่
Brand Awareness ต่างจาก Engagement อย่างไร?
Brand Awareness วัดว่าคนรู้จักและจดจำแบรนด์ได้แค่ไหน ส่วน Engagement วัดว่าคนมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์หรือแบรนด์มากแค่ไหน




