ในตอนที่ไถฟีด TikTok, Shorts หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ หลายคนคงได้เจอกับ “ตัวละครอนิเมะ” หรือคาแรกเตอร์ตัวละครขึ้นมาไลฟ์บ้างหรือทำคอนเทนต์บ้าง ซึ่งตัวละครเหล่านั้น คือหนึ่งในประเภทของ “Virtual Influencer” ที่บูมขึ้นมา และเรียกกันว่า “VTuber”
สิ่งที่เหล่า VTuber ทำนั้น ไม่ต่างกับอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) คนหนึ่งทำ ทั้งไลฟ์สด ทำคอนเทนต์ รีวิว ทำ “ดูเอต” (Duet) กับครีเอเตอร์คนอื่น ฯลฯ รับงานได้จริงเหมือนกับครีเอเตอร์หรือ Influencer มนุษย์ แต่ VTuber ก็มีมุมที่นักการตลาดไม่ควรพลาดทำความรู้จักก็คือ VTuber สามารถเจาะคอมมูนิตี้ (Community) เข้าถึง Niche Audience ได้ตรง ในงบประมาณที่อาจน้อยกว่าได้อินฟลูฯ ปกติได้
Key Takeaways
- VTuber คือคาแรกเตอร์เสมือนที่มีคนจริงควบคุมและโต้ตอบกับผู้ชมแบบเรียลไทม์ ส่วน Virtual Influencer คือคาแรกเตอร์ดิจิทัลที่แบรนด์หรือทีมงานเป็นผู้ควบคุมทิศทางทั้งหมด
- Virtual Influencer ได้รับความนิยมเพราะแบรนด์ควบคุมภาพลักษณ์ได้เกือบ 100% และไม่มีความเสี่ยงเรื่องดราม่าส่วนตัว แต่ต้องใช้เวลาและงบประมาณสร้าง Community ตั้งแต่ศูนย์
- การจ้าง VTuber ที่มีฐานผู้ติดตามอยู่แล้ว ช่วยให้แบรนด์เข้าถึง Niche Community ได้เร็วกว่าและใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการสร้าง Virtual Influencer ขึ้นมาเอง
- แบรนด์ที่มีแผนระยะยาว และต้องการเป็นเจ้าของ Character IP เหมาะกับการสร้าง Virtual Influencer ส่วนแบรนด์ที่ต้องการผลลัพธ์เร็วเหมาะกับการร่วมงานกับ VTuber
- การเลือก VTuber หรือ Virtual Influencer ที่ใช่ ควรพิจารณาจาก Performance, Content, Audience และ Brand Relation ผ่านเครื่องมืออย่าง Influencer Directory
VTuber คืออะไร?
VTuber คือ คำที่ย่อมาจาก 2 คำ ได้แก่ “Virtual” + “YouTuber” หมายถึง ครีเอเตอร์ที่สวมคาแรกเตอร์ตัวละคร 2D หรือ 3D แทนตัวตนจริง บ้างเรียกว่า “Human Avatar” โดยมีคนแสดงจริงอยู่เบื้องหลัง คอยเคลื่อนไหว พากย์เสียง ทำคอนเทนต์ พูดคุยกับผู้ชม ผ่านเทคโนโลยี Motion Capture และ Face Tracking คล้ายกับการใส่ฟิลเตอร์หน้ากากบนแอปฯ TikTok หรือ LINE ตอนที่ Video Call

มียอด Subscriber 484K บัญชี บน YouTube ทำคอนเทนต์สตรีมเกมและไลฟ์พูดคุย
VTuber มีที่มาจากเหล่า “สตรีมเมอร์” บน YouTube ก่อน ผ่านการไลฟ์สตรีมเกม พูดคุยกับแฟน ๆ จากนั้น จึงเริ่มขยับมาทำคอนเทนต์ประเภทอื่น ไม่ว่าจะเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ จัดอันดับ การรีวิวเกมหรือสิ่งของที่ใช้
จุดแข็งของ VTuber นั้น แตกต่างจาก Virtual Influencer (หรือ AI Influencer ที่สร้างจากเทคโนโลยี CGI ไม่มีคนแสดง) และ Influencer คนจริง เพราะ VTuber สามารถเข้าถึงกลุ่มคอมมูนิตี้ที่เฉพาะเจาะจงได้ (Niche Audience) และสร้างความใกล้ชิด-ความผูกพันระหว่างแฟนและคาแรกเตอร์ได้จริง แต่ในมุมกลับกัน VTuber อาจมีข้อจำกัดตรงที่แบรนด์ควบคุมทิศทางคอนเทนต์ได้น้อยกว่า เพราะต้องเคารพสไตล์และบุคลิกที่ผู้ชมคุ้นเคยอยู่แล้ว หากคาแรกเตอร์เปลี่ยนไปมากเกินไป อาจเสี่ยงเสียความเชื่อมั่นของกลุ่มคอมมูนิตี้ไป
Virtual Influencer คืออะไร?
ส่วน Virtual Influencer คือ อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นคาแรกเตอร์ดิจิทัล ถูกออกแบบด้วยเทคโนโลยีอย่าง CGI, 3D Modeling หรือ AI มีความหมายที่กว้างกว่า “VTuber” อีกทั้ง ไม่ได้มีคนจริง ๆ ที่คอยสวมบทบาทแสดงอยู่เบื้องหลัง ทางเอเจนซีเป็นผู้สร้างและกำหนดบุคลิก เนื้อหา และทิศทางการสื่อสาร รูปที่ Virtual Influencer ลง แม้ว่าจะมีคนจริง ๆ เป็นคนโพสต์ แต่ “ความเป็นตัวตน” ของครีเอเตอร์จะน้อยกว่า VTuber

Virtual Influencer ที่โด่งดังระดับโลกอย่าง Lil Miquela เจ้าของผู้ติดตามกว่า 2.4 ล้านคนบน Instagram เคยร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่อย่าง Prada และ Calvin Klein หรือ Imma สาว Virtual Influencer จากญี่ปุ่นที่ร่วมงานกับ Coach ก็เป็นตัวอย่าง Influencer ดัง ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า Virtual Influencer สร้างมูลค่าทางการตลาดได้จริง ไม่ต่างจากอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นมนุษย์
จุดเด่นคือ แบรนด์ควบคุมภาพลักษณ์ พฤติกรรม และข้อความสื่อสารได้เกือบ 100% ไม่มีความเสี่ยงเรื่องดราม่าส่วนตัว อีกทั้งยัง “ปรากฏตัว” พร้อมกันได้ในหลายแคมเปญ หลายประเทศ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่
Virtual Influencer ต่างจาก VTuber อย่างไร?
แม้ VTuber และ Virtual Influencer จะเป็น “คาแรกเตอร์เสมือน” เหมือนกัน แต่เบื้องหลัง วิธีทำงาน และกลุ่มเป้าหมายที่เข้าถึงของอินฟูลฯ ทั้งสองประเภทนี้ ค่อนข้างต่างกันโดยสิ้นเชิง
| VTuber | Virtual Influencer | |
|---|---|---|
| ผู้อยู่เบื้องหลัง | มีคนจริงสวมบทบาท พากย์เสียง และเคลื่อนไหว (มีหรือไม่มีสังกัดก็ได้) | ทีมงานหรือเอเจนซีออกแบบและกำหนดทิศทาง |
| การโต้ตอบ | โต้ตอบผู้ชมแบบเรียลไทม์ผ่าน Livestream | สื่อสารทางเดียวผ่านโพสต์หรือวิดีโอที่ผลิตไว้ล่วงหน้า |
| คอนเทนต์หลัก | Livestream, พากย์เสียง, เล่นเกม, ร้องเพลง | ภาพถ่าย, วิดีโอสั้น, คอนเทนต์โฆษณา |
| กลุ่มเป้าหมาย | กลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม (Niche Audience) ส่วนใหญ่เจาะกลุ่มเป้าหมายที่ติดตามสตรีมมิ่ง | กลุ่มเป้าหมายกว้าง (Mass Audience) เน้นถึงคนหมู่มาก |
| การควบคุมของแบรนด์ | ควบคุมได้บางส่วน ต้องสอดคล้องกับบุคลิกเดิม | ควบคุมได้เกือบ 100% |
Virtual Influencer ได้รับความนิยมอย่างไร?

จากข้อมูล ตลาด Virtual Influencer เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตาม Influencer Marketing Trend ที่เติบโตขึ้นเช่นกัน ซึ่ง Market.us ก็คาดการณ์ไว้ว่า มีอัตราการเติบโตสูงถึง 39.5% ต่อปี และในปี 2034 มูลค่าในตลาดนี้ อาจมากถึง 170.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (รวมทั้ง Human Avatar และ Non-human) ซึ่งเหตุผลที่แบรนด์ (โดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่ ๆ) สนใจ Virtual Influencer Marketing มากขึ้น นั่นก็เพราะ ภาพลักษณ์ที่โดดเด่นนำสมัย ข้ามข้อจำกัดในการทำงานต่าง ๆ เช่น คิวงาน อุบัติเหตุ ดราม่า ฯลฯ รวมไปถึง ใช้เพื่อเจาะคอมมูนิตี้ที่เจาะจง
ตัวอย่างการใช้ Virtual Influencer ในต่างประเทศ

ที่มารูปภาพ: prnewswire.com
ในต่างประเทศ มีเคสร่วมงานระหว่างแบรนด์และ Virtual Influencer ดัง ๆ ระดับโลกมากมายอย่างต่อเนื่อง เช่น
- Lil Miquela เจ้าของผู้ติดตามกว่า 2.4 ล้านคนบน Instagram เคยร่วมงานกับ Prada, Calvin Klein และ LiquidIV
- Imma สาว Virtual Influencer จากญี่ปุ่น ที่ร่วมงานกับ Coach และศิลปินอย่าง Lil Nas X
- Janky เจ้าของผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน เคยร่วมแคมเปญกับ Gucci และเกม Fortnite
- Lu do Magalu จากบราซิล หนึ่งใน Virtual Influencer ที่มีฐานผู้ติดตามสูงที่สุดในโลก
ตัวอย่างเหล่านี้สะท้อนว่า Virtual Influencer Campaign สร้างการรับรู้ได้จริง โดยเฉพาะแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่ต้องการภาพลักษณ์ทันสมัย
สถานการณ์ Virtual Influencer ในประเทศไทยเป็นอย่างไร?
Brand Ambassador เพื่อดึงภาพลักษณ์และปัก Brand Positioning ที่ทันสมัย พร้อมกับรองรับโลกเสมือน “Metaverse”

ประเทศไทยเริ่มรู้จัก Virtual Influencer กันในวงกว้าง ในปี 2021จาก “ไอ-ไอรีน” (I-Irene) ที่ AIS ดึงตัวเข้ามาเป็น ากนี้ ยังมี Virtual Influencer อื่น ๆ ที่เป็นที่รู้จักกัน เช่น กะทิ (Katii) และ วันนี้ (Wunni)
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน Virtual Influencer ในรูปแบบ CGI ไม่ค่อยได้รับความนิยม สวนทางกับ Virtual Influencer ที่สวมบทบาทอย่าง VTuber เพราะสามารถปฏิสัมพันธ์กับแฟน ๆ ได้ใกล้ชิดกว่า ผ่านการไลฟ์สดหรือสตรีมมิ่ง

ตลาด VTuber ในไทย เติบโตขึ้นและค่อนข้างคึกคักในคอมมูนิตี้นักเล่นเกม วงการการ์ตูน และ Virtual Idol มีทั้ง VTuber อิสระและที่มีสังกัดหรือระบบค่าย (Agency) ดูแล ยกตัวอย่างเช่น ค่าย POLYGON Project POLYGON Project ผู้บุกเบิกวงไอดอล VTuber วงแรกของไทย เปิดตัว Generation 1 ด้วยสมาชิก 5 คน ได้แก่ ZONA, LAPINE, LUCENE, HOKU และ LUXIA

และอีกค่ายที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน คือ Algorythm Project (ARP) ก็มีสมาชิกอย่าง Karu & Poru ที่เพิ่งร่วมงานกับแบรนด์โยเกิร์ต Yoguruto ออกซิงเกิล “Everyday Yoguruto” (2026) เป็นการทำทั้ง Influencer Marketing และ Music Marketing ไปพร้อมกัน
นอกจาก Virtual Idol ที่มีสังกัดแล้ว ยังมีผลงานจากเหล่า VTuber อิสระ ทั้งผลงานคอนเทนต์ ไลฟ์สตรีมพูดคุยผ่านช่องทางไลฟ์และสตรีมมิ่งต่าง ๆ รวมไปถึง มีการจ้างงานรีวิวสินค้าที่เหล่า VTuber ได้ ไม่จำกัดแค่สินค้าที่เป็น Digital Product เท่านั้น
ความท้าทายของการสร้าง Virtual Influencer ในประเทศไทย
แม้ Virtual Influencer จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็มีเรื่องท้าทายไม่น้อย โดยเฉพาะการสร้างคาแรกเตอร์หนึ่งขึ้นมา ต้องคอยทำคอนเทนต์ สร้างและรักษาฐานแฟนในระยะยาว
1. สร้างฐานผู้ติดตามระยะยาวได้ยาก
การเปิดตัว Virtual Influencer อาจได้รับความสนใจในช่วงแรกจากความแปลกใหม่ แต่การรักษาความสนใจของผู้คนเป็นเรื่องยาก ค่ายหรือบริษัทที่ลงทุนสร้าง Virtual Influencer ต้องมีแผนทำคอนเทนต์และแผนรักษาความสัมพันธ์กับฐานผู้ติดตามอย่างสม่ำเสมอ
2. ต้องลงทุนผลิตคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง
การสร้างคาแรกเตอร์ Virtual Influencer ต้องอาศัยทีมงานเบื้องหลังจำนวนมาก ทั้งฝ่ายออกแบบ 3DหรือCGI คนคิดและเขียนคอนเทนต์ ทีมตัดต่อ ฯลฯ ต้องลงคอนเทนต์และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามเสมอ หากทิ้งช่วง อาจทำให้ผู้ติดตามเสื่อมความสนใจได้
3. บุคลิกของตัวละครต้องชัดและมีความเป็นธรรมชาติจนเป็นที่ยอมรับ
หัวใจสำคัญคือต้องมีบุคลิกที่ชัดเจน เป็นธรรมชาติ เข้าถึงง่าย และต้องคงคาแรกเตอร์เดิมไว้อย่างสม่ำเสมอ หากคาแรกเตอร์ดูฝืนหรือเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ก็ยากที่จะสร้างความผูกพันกับผู้คน
4. การสร้าง Community ต้องใช้เวลาและงบประมาณ
หากเป็น CGI หรือ AI Virtual Influencer การสร้างความผูกพันกับ Community เป็นเรื่องยาก จำเป็นต้องลงทุนด้านการผลิตคอนเทนต์ การคอลแลปฯ กับคนมีชื่อเสียง ในทางกลับกัน หากเป็นเหล่า VTuber อาจสร้าง Community ได้ง่ายกว่า ผ่านการไลฟ์สตรีมมิ่ง รวมไปถึง เพราะมี “คนจริง” สวมบทบาทอยู่เบื้องหลัง ทำให้ผู้คนสัมผัสตัวตน และสร้างความผูกพันได้ง่ายกว่า
5. ต้องแข่งขันกับ Influencer และ VTuber ที่มีฐานแฟนอยู่แล้ว
แม้ Virtual Influencer แบบ CGI หรือ AI จะมีข้อดีเรื่องการก้าวพ้นข้อจำกัดในการทำงานของมนุษย์และอาจเข้าถึงกลุ่มผู้ชมในระดับแมสได้ ก็ต้องแข่งกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นมนุษย์และ VTuber ที่มีคนอยู่เบื้องหลัง และสร้างความสัมพันธ์กับฐานแฟนได้ง่ายกว่า
การจะสร้าง Virtual Influencer ขึ้นมา จึงเหมาะกับแบรนด์ที่มีแผนลงทุนระยะยาวและต้องการเป็นเจ้าของ Character IP หวังใช้อินฟลูฯ Virtual เป็น Brand Ambassador หรือทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง มากกว่าแบรนด์ที่ต้องการจ้างงานอินฟลูฯ หรือ VTuber เป็นแคมเปญระยะสั้น เพราะสามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายหรือ Community ที่มีความเฉพาะกลุ่มได้ดีกว่าอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็น CGI
VTuber คือทางเลือกของแบรนด์ที่ต้องการใช้ Virtual Influencer หรือไม่?
จากความท้าทายข้างต้น จะเห็นได้ว่าการสร้าง Virtual Influencer ของแบรนด์เองต้องใช้ทั้งเวลา งบประมาณ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางไม่น้อย ดังนั้น VTuber จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับแบรนด์ที่ต้องการภาพลักษณ์แบบ Virtual Character ควบคู่ไปกับ Community ที่มีอยู่แล้ว
VTuber ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็วกว่า?
คำตอบคือ ใช่
- มี Audience และ Community อยู่แล้ว: ไม่ต้องเริ่มสร้างฐานผู้ติดตามใหม่ตั้งแต่ศูนย์เหมือนการสร้าง Virtual Influencer เอง
- มีบุคลิกและสไตล์คอนเทนต์ที่ผู้ชมรู้จัก: ผู้ชมคุ้นเคยกับตัวตนของ VTuber อยู่แล้ว ทำให้ Message ของแบรนด์ถูกรับฟังได้ง่ายขึ้น
- โต้ตอบกับผู้ชมได้แบบเรียลไทม์: สร้างความรู้สึกใกล้ชิดและมีส่วนร่วมได้ทันทีผ่าน Livestream
- เข้าถึง Niche Community ได้ตรงขึ้น: VTuber แต่ละคนมักมีกลุ่มผู้ชมที่ชัดเจน เช่น สายเกม สายอนิเมะ หรือสาย Tech ทำให้แบรนด์เจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้แม่นยำ
ถ้าต้องการสร้างคาแรกเตอร์หรือ Virtual Influencer ของแบรนด์ขึ้นใช้เอง อาจทดลองร่วมงานกับ VTuber เป็นบันไดขั้นแรกในการทดสอบตลาด ก่อนตัดสินใจลงทุนสร้างของตัวเองได้
VTuber vs Virtual Influencer vs Real Influencer เลือกแบบไหนดี?
VTuber, Virtual Influencer และ Real Influencer (อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นคนจริง) ต่างก็มีจุดแข็ง จุดอ่อน และความเหมาะสมที่ต่างกัน เมื่อแบรนด์ต้องการหา Influencer ที่ใช่ เลือกใช้ได้เหมาะ สามารถใช้ข้อมูลเปรียบเทียบนี้ในการพิจารณาได้
| หัวข้อ | Virtual Influencer | VTuber | Real Influencer |
| แบรนด์ต้องการเป็นเจ้าของ | เป็นเจ้าของได้ หรือร่วมงานได้ | ร่วมงานได้เท่านั้น | ร่วมงานได้เท่านั้น |
| การเข้าถึงผู้ชมและ Community | ไม่เจาะจง เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบวงกว้าง | เจาะจงกลุ่ม Gaming, Tech, Anime ฯลฯ | เข้าถึงได้ทั้งแบบวงกว้างและแบบเจาะจง ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล |
| การปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม(Interaction & Livestreaming) | ไม่เหมาะ | เหมาะมาก | เหมาะมาก |
| การควบคุมของแบรนด์ | สูง | ปานกลาง (แต่ต้องรักษาคาแรกเตอร์เดิมของ VTuber) | ต่ำ (ขึ้นอยู่กับบุคคล) |
| รีวิวประสบการณ์ใช้สินค้า/บริการ | ไม่เหมาะ | ปานกลาง (จำกัดสินค้าเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้อง เช่น สินค้า IT เป็นต้น) | สูง |
| แคมเปญระยะสั้น | ไม่เหมาะ | เหมาะสม | เหมาะสม |
| Brand IP ระยะยาว | เหมาะมาก | ต้องทำคอลแลปฯ (Collaboration) | ทำไม่ได้ |
อุตสาหกรรมใดเหมาะกับการใช้ VTuber Marketing?

ที่มารูปภาพ: LOGA Thailand
VTuber Marketing จะเหมาะกับอุตสาหกรรมที่ต้องการเข้าถึงกลุ่ม Community ในสายเกม อนิเมะ หรือสายคอนเทนต์สตรีมมิ่งเป็นพิเศษ โดยโอกาสที่เหมาะใช้ เช่น
- Game Launch: การเปิดตัวเกมใหม่ VTuber ไลฟ์เล่นเกมให้ผู้ชมดูแบบเรียลไทม์ สร้างความน่าเชื่อถือและกระตุ้นยอดดาวน์โหลดได้ดี
- Device Review: สินค้ากลุ่มอุปกรณ์ไอที เกมมิ่งเกียร์ หรือแก็ดเจ็ต ที่ต้องการรีวิวเจาะลึกและสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการใช้งานจริง เพิ่ม Share of Voice ให้กับสินค้าของแบรนด์
- Product Collabs: ออกสินค้าร่วมกัน หรือใช้รูปของ VTuber มาออกแบบสินค้าลิมิเต็ดอิดิชัน เจาะตลาดกลุ่ม Community
- Livestream: แบรนด์ที่ต้องการทำแคมเปญร่วมไลฟ์ เพื่อสร้าง Engagement เรียก Earn Media แบบเรียลไทม์
- Tutorial: คอนเทนต์สอนหรือให้ความรู้ ที่ VTuber อธิบายพร้อมโต้ตอบคำถามจากผู้ชมได้ทันที
- Tournament: การแข่งขัน E-Sports หรือทัวร์นาเมนต์ ที่ VTuber มักเป็นผู้ดำเนินรายการหรือแขกรับเชิญที่ดึงดูดผู้ชมได้มาก
- Community Event: อีเวนต์ที่ต้องการสร้างการมีส่วนร่วมกับแฟนคลับ เช่น งานเปิดตัวสินค้าหรือ Meet & Greet เสมือนจริง
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอย่างแฟชั่น ความงาม อาหารและเครื่องดื่ม หรือการเงิน ก็เริ่มทดลองใช้ VTuber Marketing มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องการเจาะกลุ่ม Gen Z ที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมอนิเมะและสตรีมมิง เพราะกลุ่มผู้ชมอนิเมะและผู้ชม VTuber มักเป็นฐานผู้บริโภคเดียวกัน
จะวาง VTuber Campaign อย่างไรให้ได้ผล?

เพื่อแลกซื้อสินค้าลิมิเต็ดจาก Orion
ที่มารูปภาพ: Grainey
1. เริ่มจาก Community ที่ต้องการเข้าถึง
กำหนดกลุ่มเป้าหมายหรือ Community ที่แบรนด์ต้องการเข้าถึง เช่น สายเกมมิ่ง, อนิมะ, เทคฯ หรือไลฟ์สไตล์ เพราะ VTuber แต่ละรายมีฐานผู้ชมที่ชัดเจนต่างกัน ช่วยเพิ่มโอกาสให้แคมเปญเข้าถึงกลุ่มคนที่อาจเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าได้
2. เลือกบทบาทของ VTuber
พิจารณาว่าต้องการให้ VTuber ทำหน้าที่อะไร เช่น ผู้รีวิวสินค้า พิธีกร แขกรับเชิญร่วมไลฟ์ ผู้ไลฟ์สดชวนระดมทุน (ทำ Crowdfunding ให้ของขวัญ ของที่ระลึก เช่น การ์ด พวงกุญแจ สินค้าลิมิตอิดิชัน) หรือเป็น Brand Ambassador ระยะยาว
3. เลือกรูปแบบคอนเทนต์ที่ใช้จุดแข็งของ VTuber
เลือกใช้จุดแข็งของ VTuber แต่ละคนให้เหมาะกับสินค้า เช่น สินค้าเกมหรืออุปกรณ์ไอที ควรเลือก VTuber สายเกมมิ่ง ส่วนคอนเทนต์ที่ต้องการเข้าถึงง่ายในวงกว้าง อาจเลือกคนที่ถนัดร้องเพลงหรือไลฟ์สดพูดคุยทั่วไป
4. ให้ Creator มีส่วนร่วมกับงานครีเอทีฟ
เปิดโอกาสให้ Creator เบื้องหลัง VTuber มีส่วนร่วมกับการออกแบบครีเอทีฟ เช่น รูปแบบและแนวทางคอนเทนต์ เพราะ VTuber จะเข้าใจฐานผู้ชมหรือ Community มากกว่า อีกทั้ง คอนเทนต์ที่ออกมาจะมีความเป็น VTuber คนนั้น ๆ ผู้รับชมหรือแฟนจะรู้สึกคุ้นเคย
5. วัดผลจากคุณภาพของ Community (ใช้ KPI ตามวัตถุประสงค์)
ไม่ควรดูแค่ Reach หรือยอดวิวเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูคุณภาพคอมเมนต์ ความต่อเนื่องของการพูดถึงแบรนด์หลังจบแคมเปญ หรือ Sentiment ของผู้ชม (Sentiment Analysis) โดยเลือก KPI ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เช่น Reach สำหรับทำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก (Brand Awareness) หรือ Conversion สำหรับยอดขาย (Sales)
เริ่มต้นค้นหาและเลือก VTuber ด้วย Influencer Directory

การเลือก VTuber มาร่วมงานไม่ควรตัดสินใจจากความสวยงามของ Character Design หรือจำนวน Follower เพียงเท่านั้น สิ่งที่แบรนด์ควรให้ความสำคัญเพิ่มเติมคือ ประสิทธิภาพและความ “เข้ากัน” ของแบรนด์และ VTuber
- Performance: ดูภาพรวมประสิทธิภาพของ VTuber เช่น Engagement Rate, ยอด View เฉลี่ยต่อคลิป และแนวโน้มการเติบโตของ Community
- Content: วิเคราะห์รูปแบบคอนเทนต์ที่ VTuber ถนัด เพื่อดูว่าสอดคล้องกับสินค้าหรือแคมเปญของแบรนด์หรือไม่
- Audience: ตรวจสอบลักษณะและอินไซต์ของผู้ติดตาม ว่าตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์มากน้อยแค่ไหน
- Brand Relation: ดูว่า VTuber คนนั้นเคยร่วมงานกับแบรนด์อื่นมาก่อนหรือไม่ และมีความเกี่ยวข้องหรือขัดแย้งกับ Branding ของเราหรือเปล่า
การดูข้อมูลเหล่านี้ทำได้ง่ายขึ้นผ่านเครื่องมืออย่าง Influencer Directory ของ Wisesight ที่รวบรวมข้อมูล Influencer และครีเอเตอร์จากหลายแพลตฟอร์มไว้ในที่เดียว ช่วยให้แบรนด์เปรียบเทียบและคัดเลือก VTuber ที่เหมาะสมที่สุดได้อย่างมีข้อมูลรองรับ อีกทั้ง ยังใช้งานง่าย สามารถกรองข้อมูลที่ต้องการดูและ “แชต” ถาม Intelligent Insight ได้ด้วยภาษาสนทนาทั่วไป

อ่าน: วิธีเลือกแบบละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คู่มือเลือกพรีเซนเตอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์ไทย
FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. Virtual Influencer กับ VTuber ต่างกันอย่างไร?
Virtual Influencer หมายถึง ตัวละครดิจิทัลที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี CGI หรือ AI ถูกสร้างขึ้นโดยแบรนด์หรือเอเจนซี และไม่มีคนแสดง/สวมบทบาทอยู่เบื้องหลัง ส่วน VTuber คือ ตัวละครที่มีมนุษย์จริงสวมบทบาทอยู่เบื้องหลัง (Human Avatar) สามารถโต้ตอบกับผู้ชมผ่าน Livestream ได้แบบเรียลไทม์
2. แบรนด์ควรสร้าง Virtual Influencer เองหรือจ้าง VTuber?
การสร้างเองเหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการเป็นเจ้าของ Character IP มีแผนใช้ Virtual Influencer ในระยะยาว ส่วนการจ้าง VTuber จะเหมาะกับแคมเปญระยะสั้น และต้องการเข้าถึง Community ที่เจาะจง
3. VTuber สามารถรีวิวสินค้าได้หรือไม่?
สามารถรีวิวได้ โดยผู้แสดงที่อยู่เบื้องหลังสามารถทดลองสินค้าและถ่ายทอดประสบการณ์ผ่าน Avatar
4. วัดผล VTuber Campaign อย่างไร?
วัดจาก Reach, Unique Viewers, Watch Time, Chat, Engagement, Brand Mention, Link Click, Promotion Code และ Conversion โดยเลือก KPI ให้สอดคล้องกับ Objective ของแคมเปญ
5. จะหา VTuber ที่เหมาะกับแบรนด์ได้อย่างไร?
เริ่มจากกำหนด Community และ Content Format จากนั้นเปรียบเทียบ Performance, Content, Audience และ Brand Relation ก่อนสร้าง Shortlist จากนั้นจึงติดต่อร่วมงาน โดยแบรนด์สามารถใช้เครื่องมืออย่าง Influencer Directory เพื่อค้นหาและเปรียบเทียบข้อมูลของ VTuber ได้




