เทรนด์เปลี่ยนเร็วและเปลี่ยนอยู่ตลอด ยิ่งเป็นเทรนด์บนโลกโซเชียลฯ ปี 2026 แล้ว อาจเปลี่ยนเร็ววันต่อวัน
แบรนด์หรือธุรกิจที่อยากจะเกาะเทรนด์ไป อาจต้องวุ่นกับการตามเทรนด์ เพราะเทรนด์ (Trend) คือ สิ่งที่ผู้คนกำลังให้ความสนใจ หากแบรนด์สามารถ “เสิร์ฟ” คอนเทนต์ ข้อความที่ตรงจังหวะ ผลลัพธ์ที่ได้อาจดีกว่าช่วงปกติหลายเท่าตัว เพียงแต่การตามเทรนด์ให้ทันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น และหาก “เดา” เทรนด์ผิด ผลลัพธ์ที่หวังว่าจะดี ก็อาจไม่เป็นอย่างคาด
ข่าวดีสำหรับคนอ่านบทความนี้ คือ Zocial Eye สามารถช่วยคุณตามเทรนด์ได้ทัน พร้อมแอปพลิเคชัน Message Center ที่ช่วยให้แบรนด์ตามเทรนด์ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ มารายงานให้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในบทความนี้จะยกเคสการตามเทรนด์โดยละเอียด พร้อมตัวอย่างการแปลงเทรนด์เป็นกลยุทธ์คอนเทนต์ ให้ธุรกิจสื่อสารแบรนด์ได้แบบไม่ตกเทรนด์!
Key takeaway
- การตามเทรนด์ หมายถึง การที่ธุรกิจหรือแบรนด์เข้าไป ‘มีส่วนร่วม’ กับกระแสที่เกิดขึ้น ทั้งความสนใจ ความนิยม รวมไปถึงความต้องการและความกังวล (Pain point) ผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การทำคอนเทนต์ การสื่อสาร หรือการนำเสนอสินค้าและโปรโมชัน ฯลฯ
- Social Listening คือ การตามเทรนด์โดยลงไปดูถึงระดับข้อมูลเชิงลึก (Insight) วิเคราะห์ว่า ผู้คนกำลังต้องการอะไร กังวลอะไร และมีข้อคิดเห็นต่อประเด็นต่าง ๆ อย่างไร
- ธุรกิจสามารถใช้ Zocial Eye ในการทำความเข้าใจเทรนด์ ผ่านกระบวนการ Extract > Analyze > Present ได้ แล้วเปลี่ยนข้อมูลเป็นกลยุทธ์คอนเทนต์ เนื้อหา หรือหัวข้อที่ตอบโจทย์กระแสสังคม
- ยกระดับการตามเทรนด์ ด้วย Message Center แอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับแคมเปญบน Zocial Eye ให้ธุรกิจเสมือนมีผู้ช่วยคอยอัปเดตเทรนด์ต่าง ๆ ที่ตั้งหัวข้อไว้ ตลอด 24 ชั่วโมงจะเทรนด์ไหน ก็ไม่มีพลาด
ตามเทรนด์ คืออะไร และทำไมดูคอนเทนต์ไวรัลแค่ผ่านตาอาจยังไม่พอ
การตามเทรนด์ คือ การติดตามความสนใจ บทสนทนา แฮชแท็ก ประเด็นต่าง ๆ ฯลฯ ที่ผู้คนกำลังพูดถึงหรือให้ความสนใจ แล้วแบรนด์เข้าไป “มีส่วนร่วม” กับเทรนด์นั้น ๆ ผ่านหลากหลายวิธี เช่น การปรับเนื้อหาคอนเทนต์ การสื่อสาร นำเสนอข้อเสนอและโปรโมชัน ฯลฯ ที่ตอบรับกับเทรนด์หรือ Seasonal Content ในช่วงนั้น ๆ ซึ่งช่วยทำให้แบรนด์เป็นที่สนใจ และเพิ่มการมีส่วนร่วม ทำให้คนรู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์มากขึ้น

ตัวอย่างการทำคอนเทนต์และการตลาดตามเทรนด์ “หมูเด้ง” ของ Sephora
นอกจากนี้ การตามเทรนด์ยังหมายถึง การ ‘ฟัง’ ความต้องการหรือดูแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภค แล้วนำเสนอสิ่งที่เขากำลังต้องการ เช่น หลังจากช่วงโควิด-19 เทรนด์ดูแลสุขภาพพุ่งสูงขึ้น คนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น หรืออย่างช่วงหลังแผ่นดินไหว (มี.ค. 2568) เทรนด์ความต้องการบ้านเดี่ยวสูงขึ้น เนื่องจากคนกลัวแผ่นดินไหว
การรู้เทรนด์ก่อน ตามเทรนด์ทัน ทำให้แบรนด์ได้ประโยชน์
แต่การจะตามเทรนด์เพื่อนำไปตัดสินใจทางธุรกิจหรือการตลาด เพียงการติดตามเทรนด์ผ่านหน้าฟีดโซเชียลมีเดียอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะเทรนด์ที่เห็นอาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง หรือสิ่งที่ถูกอัลกอริธึม (Algorithm) ของแพลตฟอร์มฟีดมาสำหรับเราเท่านั้น
ถ้าต้องการรู้เทรนด์ในระบบข้อมูลเชิงลึก (Insight) รู้ว่า ผู้คนกำลังมองหาอะไร กังวลอะไรอยู่ วิธีที่จะใช้หาเทรนด์ได้ละเอียด คือ การทำ Social Listening
จะตามเทรนด์ได้อย่างไร? มีวิธีไหนใช้ในการตามเทรนด์บ้าง
เราสามารถตามเทรนด์ที่เกิดขึ้น ได้ด้วยการทำ Social Listening คือ การฟังว่า ผู้คนบนโลกโซเชียลมีเดียกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ บทความนี้ ขอแนะนำการฟังเสียงโซเชียลฯ ใน 2 ระดับ
วิธีติดตามเทรนด์บนโซเชียลฯ ที่ทำได้ง่าย ๆ
ติดตามเทรนด์ได้ง่าย ๆ ผ่านการเล่นโซเชียลมีเดีย ซึ่งไม่ใช่แค่การไถ่ฟีดเพื่อดูคอนเทนต์ไปเรื่อย ๆ เท่านั้น โดยแพลตฟอร์มที่แนะนำสำหรับการติดตามเทรนด์ในปี 2026 นี้ ได้แก่ X และ TikTok
1. ติดตามเทรนด์จากแฮชแท็กบน X

ดูที่แท็บ “มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง” บนเด็สก์ท็อปหรือ “กำลังได้รับความนิยม” ผ่านแฮชแท็กยอดฮิตวันนี้ โดยเราสามารถเลือกแท็บหมวดต่าง ๆ เช่น ข่าวสาร กีฬา ความบันเทิง ฯลฯ ได้ จากนั้น เข้าไปอ่านความคิดเห็นของผู้คนที่กำลังพูดถึงประเด็นนั้น ๆ เพื่อดูว่าคนกำลังคิดเห็นอย่างไร รู้สึกอย่างไร นอกจากนี้ ยังอาจติดตามการกล่าวถึง (Mention) หรือแฮชแท็กของแบรนด์ เพื่อดูความคิดเห็นที่ผู้คนมีต่อแบรนด์โดยตรงได้
2. ติดตามเทรนด์ด้วย TikTok Creative Center

เข้าไปที่ TikTok Creative Center จากนั้น Log in เข้าบัญชีธุรกิจ ก็สามารถติดตามเทรนด์วันนี้ หรือเทรนด์ในช่วงเวลาเร็ว ๆ นี้ ได้ ไม่ว่าจะเป็น
- แฮชแท็ก TikTok
- เพลงหรือแผ่นเสียงยอดฮิต
- ครีเอเตอร์ หรือเทรนด์อินฟลูเอนเซอร์ไทยที่กำลังมา
- วิดีโอที่กำลังฮิต
เท่านี้ แบรนด์ก็จะเห็นเทรนด์ที่คนกำลังให้ความสนใจอยู่ จะทยอยเข้าไปดูความคิดเห็นของผู้คนในแต่ละคอนเทนต์ก็สามารถทำได้
วิธีติดตามเทรนด์บนโซเชียลฯ แบบเจาะลึกสำหรับแบรนด์
ติดตามเทรนด์ด้วย Zocial Eye เครื่องมือ Social Listening สำหรับแบรนด์ ช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคจากโซเชียลมีเดีย มานำเสนอผ่านแดชบอร์ดในหลากหลายมุมมอง
ใช้ติดตาม Social Media Trend และ Content Marketing Trend ในแพลตฟอร์มยอดฮิตอย่าง TikTok, Facebook, Instagram, YouTube ได้ อีกทั้ง สามารถเลือกเจาะจงประเด็นหรืออุตสาหกรรมก็ทำได้เช่นกัน

- ติดตามเทรนด์ผ่านคำหลัก (Keywords) ที่เกี่ยวข้อง ดูเทรนด์ได้ว่าคนกำลังพูดถึงประเด็นนั้น ๆ มากแค่ไหน มีประเด็นย่อยอะไรบ้างที่คนสนใจ
- เจาะลึกได้ถึงระดับความรู้สึกหรือ Sentiment ดูทิศทางความรู้สึกของผู้คนต่อเทรนด์นั้น ๆ
- เลือกดู Top message by engagement ได้ เพื่อดูว่า ข้อความไหนในเทรนด์ที่คนให้ความสนใจเป็นพิเศษ
- ดู Word Cloud หรือ Hashtag Cloud ดูคำที่แวดล้อมเกี่ยวกับคีย์เวิร์ดหรือเทรนด์นั้น ๆ ได้
- ใช้ฟีเจอร์ Account Label เพื่อแยกข้อความว่า มาจากบัญชีประเภทไหน เช่น มาจากบุคคลทั่วไป หรือมาจากอินฟลูเอนเซอร์ในเทียร์ต่าง ๆ
และยังมีอีกหลายฟีเจอร์ที่ช่วยให้แบรนด์ตามเทรนด์ได้ทัน แม่นยำ พร้อมได้อินไซต์ (Insight) พร้อมใช้งาน ไม่ต้องเสียเวลารวบรวม สรุป หรือวิเคราะห์เอง นอกจากนี้ เมื่อผนวกเข้ากับแอปพลิเคชัน Message Center ของ Wisesight ที่คอยช่วยแจ้งเตือนเทรนด์ต่าง ๆ ที่แบรนด์อยากรู้ไว้แบบเรียลไทม์ จะกระแสไหน ก็ไม่มีตกเทรนด์แน่นอน
บทความแนะนำ: Digital Marketing Trend 2026 มีอะไรที่แบรนด์และธุรกิจต้องปรับตัวบ้าง?
ตัวอย่างการตามเทรนด์บนโซเชียลมีเดียด้วยเครื่องมือจาก Wisesight

ต่อไปนี้ จะแสดงตัวอย่างกระบวนการติดตามเทรนด์ ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ผ่าน 3 กระบวนการที่ผู้เชี่ยวชาญของ Wisesight ใช้ ได้แก่
- Extract – การดึงข้อมูลย้อนหลังเพื่อดูเทรนด์ที่ผ่านมา
- Analyze – จัดกลุ่มคีย์เวิร์ดและความรู้สึก (Sentiment) พร้อมตรวจสอบบริบท
- Present – แปลงข้อมูลมาเป็นความต้องการหรือความกังวลของผู้คน พร้อมประยุกต์เป็นกลยุทธ์คอนเทนต์และกลยุทธ์การตลาด
โดยยกตัวอย่างเคสอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ จากการที่ช่วงปี 2025 – 2026 ยอดโอนกรรมสิทธิ์ของอสังหาริมทรัพย์ทรงตัวจากปัญหาเรื่องการขอสินเชื่อเป็นหนึ่งในแรงกดดันของตลาด
เราจะลองใช้ Zocial Eye ในการเจาะลึกหาปัญหาหรือ Pain Point ที่แท้จริงของผู้บริโภคกันดู

Step 1: ตั้งแคมเปญใน Zocial Eye ตามเทรนด์ (Extract)
Zocial Eye เป็นเครื่องมือ Social Listening ที่เราสามารถตามเทรนด์และเจาะประเด็นที่ต้องการรู้ได้ ด้วยการสร้างแคมเปญในระบบ (Campaign) พร้อมระบุคีย์เวิร์ด (Keyword) หรือคำที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่เราต้องการรู้ รวมไปถึงการกำหนดคีย์เวิร์ดที่อาจจะเป็นเสียงรบกวนหรือ “Noise” ได้ด้วย ผ่านการคิดและกำหนดคีย์เวิร์ดด้วย “Keywords Architecture” (ดูต่อในรูป)

เริ่มจากกำหนดแคมเปญและวัตถุประสงค์ ว่าต้องการเจาะลึกเทรนด์หรือประเด็นอะไร เพื่อหาอะไร ในเคสนี้ คือ ต้องการหาสาเหตุหรือ Pain Point ต่อการซื้อที่พักอาศัย จากนั้นจึงระบุคีย์เวิร์ดตามประเภท ยกตัวอย่างเช่น
- Main keyword: บ้าน คอนโด โครงการ
- Sub keyword: จัดกลุ่มตาม Pain Point เช่น Price (ราคา: ฟรี, ดอกเบี้ย, เครดิตบูโร, ผ่อน, คุ้ม, แพง), Convenience (ความสะดวกสบาย: เดินทางสะดวก, ใกล้ที่ทำงาน, หาของกินง่าย), Decision (การตัดสินใจ: รีวิว, ดีไหม, แนะนำ, เลือกอะไรดี, Pantip, ข้อดี-ข้อเสีย)
- Exclude keyword: ตัดบริบทที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น “การบ้าน”, “คอนโดแมว”, “ชื่อร้านอาหาร” เพื่อไม่ให้ข้อมูลหลุดประเด็น
Step 2: ตามเทรนด์จากข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย (Analyze)

ดูข้อมูลในช่วง 7 กุมภาพันธ์ – 7 มีนาคม 2569 ที่ทำแคมเปญเพื่อดูเทรนด์ตลาดบ้านและคอนโด พบว่า
- “บ้าน” ได้ Highest Engagement และทั้งแคมเปญมี Total Engagement 6.9M จาก 13,910 Messages
- “ราคา” คือ ปัจจัยหลักในการตัดสินใจ (Most Impactful Factor)
- “หาซื้อบ้าน” และ “ตัดสินใจซื้อบ้าน” คือ ข้อความที่คนและคีย์เวิร์ดที่ได้เอ็นเกจเมนต์พุ่งขึ้นมา (Engagement Spike) และเป็นคำที่สะท้อนความต้องการซื้อ (High Intent Search)
- พบคีย์เวิร์ด “บ้านหรือคอนโด” ที่สะท้อนความลังเลของผู้ที่ต้องการซื้อ
Step 3: เปลี่ยนการตามเทรนด์กลายเป็นคอนเทนต์ และสื่อสารกับลูกค้าอย่างตรงจุด
บน Zocial Eye สามารถแยกความรู้สึกหรือ Sentiment ของตลาดออกมาเป็น Neutral (กลาง ๆ), Positive (เชิงบวก) และ Negative (เชิงลบ) ตามหัวข้อหลักหรือ “Pillar” ทั้งเรื่องราคา การตัดสินใจ และความสะดวกสบายได้
และจากข้อมูลพบว่า มีข้อคิดเห็นในเชิงลบ 18.3% จากข้อความทั้งหมด โดยความคิดเห็นเชิงลบนั้น สัดส่วนที่เยอะมากที่สุด คือ เรื่องราคา (Price)

เมื่อเราทราบข้อกังวลหรือ Pain Point แล้ว จึงอาจหยิบประเด็นหรือเทรนด์ที่พบเหล่านั้นมาทำคอนเทนต์สื่อสารกับผู้คน
- ตอบข้อกังวลเรื่อง “เงิน ๆ ทอง ๆ” ที่กระตุ้นความสนใจได้ดี
- หยิบยกเรื่อง “ราคา” ขึ้นมาพูด ในมุมว่า คุ้มค่ากว่าอย่างไร
- ทำเนื้อหาให้ข้อมูลวิธีการ “หาซื้อบ้าน” หรือ “ตัดสินใจซื้อบ้าน”
- เปรียบเทียบ “บ้าน vs คอนโด” ในช่วงที่คนกำลังตัดสินใจ
ผู้คน ‘อยากฟังในสิ่งที่เขาอยากฟัง’ ไม่ใช่สิ่งที่แบรนด์อยากพูด เมื่อแบรนด์ ‘ฟัง’ มากพอ ก็จะรู้ว่า ควรสื่อสารอะไรและสื่อสารอย่างไร นี่คือ การตามเทรนด์ที่ได้ใจคน
ยกระดับการทำงานด้วย Message Center: มอนิเตอร์ไว ตอบโต้ทัน ทันทุกกระแส
ยกระดับการตามเทรนด์ไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเทรนด์ไหน เกิดอะไรขึ้น ก็มีระบบแจ้งเตือนบอกตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการเชื่อมต่อการทำงาน Zocial Eye เข้ากับ Message Center ที่เป็นแอปพลิเคชันสำหรับมอนิเตอร์ข้อความที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์หรือแคมเปญที่ตั้งไว้บน Zocial Eye

Zocial Eye จะทำหน้าที่หาภาพรวมและสกัดความหมายของข้อมูล ใช้ดูว่าคนพูดถึงแบรนด์หรือหัวข้อที่ตั้งไว้ว่าอะไรบ้าง พูดในอารมณ์ไหน หัวข้อไหนกำลังมา กระแสไหนเริ่มแรง และคู่แข่งหรือตลาดมีความเคลื่อนไหวอย่างไร
ผสานการทำงานด้วย Message Center ที่เชื่อมต่อกับแคมเปญบน Zocial Eye ช่วยจับประเด็นและแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ทุกครั้งที่มีคนพูดถึงแบรนด์หรือหัวข้อที่ตั้งค่าไว้ในแง่ลบ (Negative Sentiment) อีกทั้ง ยังช่วยจัดลำดับความสำคัญเพื่อให้ทีมที่เกี่ยวข้องรู้ว่า ต้องเข้าไปจัดการหรือไม่ และด่วนแค่ไหน
เปรียบ Zocial Eye คือ ฐานทัพนักวิจัยที่คอยสอดส่องความเคลื่อนไหวบนโลกโซเชียลฯ และมี Message Center ที่คอยเป็น “ม้าเร็ว” แจ้งข่าวให้เราทราบเรื่องในทันที
สรุป กลยุทธ์ตามเทรนด์ยังไงให้ไม่ตกขบวน
การตามเทรนด์ ในปี 2026 ไม่ใช่แค่การมองหาว่าอะไรกำลังไวรัลเท่านั้น แต่คือการสกัดข้อมูลในเชิงลึก เพื่อทำความเข้าใจผู้บริโภคและเปลี่ยนกระแสสังคมให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ
ยิ่งธุรกิจ “รู้ลึก” และ “รู้ไว” เท่าไหร่ ยิ่งมีแต้มต่อในการทำธุรกิจ
ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเดาใจผู้บริโภค แล้วเริ่ม “ตามเทรนด์” ด้วยข้อมูลจริงตั้งแต่วันนี้
หากคุณสนใจยกระดับการทำ Content Marketing หรือต้องการเครื่องมือ Social Listening ที่ทรงพลัง สามารถปรึกษาทีมงาน Wisesight เพื่อใช้งาน Zocial Eye และ Message Center ได้เลย

คำถามที่พบบ่อย
ติดตามเทรนด์ผ่านหน้าฟีดโซเชียลฯ ทุกวันอยู่แล้ว ทำไมยังต้องใช้เครื่องมือ Social Listening อีก?
การตามเทรนด์ผ่านฟีดโซเชียลฯ อาจไม่เพียงพอที่จะทำความเข้าใจเทรนด์ เพราะคอนเทนต์ที่เห็นอาจเป็นเพียงเนื้อหาที่นำเสนอเฉพาะคน ไม่ใช่กระแสสังคมในภาพรวม (Echo Chamber Effect) การใช้ Social Listening Tool ที่สามารถตรวจจับอารมณ์ แยกประเด็น และติดตามทุกข้อความที่เกี่ยวข้องทุกข้อความได้ จะทำให้ได้ข้อมูลที่ครบและแม่นยำกว่า ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจความต้องการและข้อกังวลจริง ๆ ของผู้บริโภค
จะวัดผลแคมเปญจากการตามเทรนด์บนโซเชียลมีเดียได้อย่างไร?
1. ตรวจสอบคุณภาพของการถูกกล่าวถึง เมื่อเราเกาะกระแส สิ่งสำคัญคือคนจดจำเราในภาพลักษณ์แบบไหน โดยวัดผลจาก
- Sentiment: กระแสที่เกิดขึ้นเป็นบวก (Positive) หรือลบ (Negative)
- Brand Association: คนพูดถึงแบรนด์ร่วมกับเทรนด์นั้นอย่างไร? เช่น ถ้าเล่นเทรนด์เรื่อง “บ้านประหยัดไฟ” คนเริ่มจำได้ไหมว่าแบรนด์เราโดดเด่นเรื่องนวัตกรรมรักษ์โลก
2. วัดความเร็วและความเป็นเจ้าของกระแส
- Share of Voice (SOV) ในเทรนด์นั้น: ในบรรดาแบรนด์ที่เล่นเทรนด์เดียวกัน แบรนด์เราถูกพูดถึงเป็นสัดส่วนเท่าไหร่
- Trend Velocity: ดูว่าเราเข้าสู่เทรนด์ได้เร็วแค่ไหน ซึ่งการวัดผลจาก Message Center จะบอกได้ว่าเราเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เริ่มสร้างบทสนทนาหรือเป็นกลุ่มสุดท้ายที่กระโดดลงไปตอนกระแสวายแล้ว




