Online Marketing หรือการตลาดออนไลน์ในปัจจุบัน คือ อีกช่องทางที่ไม่ว่าแบรนด์ไหน ๆ ก็ต้องทำ เพราะไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่ถือเป็น “ช่องทางหลัก” ที่ผู้คนใช้ค้นหาและรับทราบข้อมูลข่าวสาร สินค้า หรือบริการ หากแบรนด์ไหนที่ไม่มีตัวตนบนโลกออนไลน์ก็ยากที่จะเข้าถึงลูกค้า

ถ้าแบรนด์ของคุณเองไม่อยากพลาดโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และอยากตั้งต้นทำการตลาดออนไลน์​ให้ถูกทิศถูกทาง ในบทความนี้ Wisesight จะช่วยแนะนำความรู้เกี่ยวกับ Online Marketing คืออะไร มีช่องทาง และกลยุทธ์อย่างไรบ้างให้คุณ

Online Marketing หรือการตลาดออนไลน์ในปัจจุบัน คือ อีกช่องทางที่ไม่ว่าแบรนด์ไหน ๆ ก็ต้องทำ เพราะไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่ถือเป็น “ช่องทางหลัก” ที่ผู้คนใช้ค้นหาและรับทราบข้อมูลข่าวสาร สินค้า หรือบริการ หากแบรนด์ไหนที่ไม่มีตัวตนบนโลกออนไลน์ก็ยากที่จะเข้าถึงลูกค้า

ถ้าแบรนด์ของคุณเองไม่อยากพลาดโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และอยากตั้งต้นทำการตลาดออนไลน์​ให้ถูกทิศถูกทาง ในบทความนี้ Wisesight จะช่วยแนะนำความรู้เกี่ยวกับ Online Marketing คืออะไร มีช่องทาง และกลยุทธ์อย่างไรบ้างให้คุณ

Key Takeaways

  • Online Marketing ≠ Digital Marketing : แม้ใช้แทนกันได้ในบางบริบท แต่ Online Marketing คือการทำการตลาดออนไลน์ เช่น โซเชียลมีเดีย, อีเมล, คอนเทนต์, Search Engine ฯลฯ 
  • ข้อดีของการทำการตลาดแบบออนไลน์ ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้เร็ว ประหยัดต้นทุน แข่งขันได้แม้เป็นแบรนด์เล็ก และที่สำคัญวัดผลได้
  • 3 ประเภทของการทำการตลาดออนไลน์ คือ 1) Owned Media เป็นช่องทางที่แบรนด์ควบคุมได้ เช่น เว็บไซต์, 2) Paid Media เป็นโฆษณาที่จ่ายเงินเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และ 3) Earned Media เป็นการพูดถึงแบรนด์จากลูกค้าหรือ Influencer โดยไม่ต้องจ่าย

Table of Contents

การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) คืออะไร?

Online Marketing หรือ การตลาดออนไลน์ คือ การทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Social Media แพลตฟอร์มต่างๆ อย่าง Facebook, Instagram, X, TikTok, LINE ฯลฯ การตลาดด้วยอีเมล (Email Marketing) การตลาดบนเครื่องมือสืบค้น (Search Engine Marketing) ฯลฯ เพื่อนำเสนอแบรนด์ สินค้า หรือบริการ และมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น การโพสต์สินค้า การตั้งสเตตัส การตอบคอมเมนต์ การทำคอนเทนต์ หรือการยิงแอดต่าง ๆ ก็ถือเป็นการทำการตลาดออนไลน์หรือ Online Marketing ทั้งสิ้น

การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) คืออะไร?
ที่มาภาพ: https://www.activecampaign.com/

Online Marketing กับ Digital Marketing แตกต่างกันอย่างไร?

การทำการตลาดออนไลน์ Online Marketing ไม่ได้มีความหมายเดียวกับการทำการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) แต่สองคำนี้ ก็มักจะถูกเรียกใช้สลับกันในความหมายที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและไม่สับสนในบางบริบท จะขออธิบายข้อแตกต่างเล็กน้อย

การทำการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) หมายถึง การทำการตลาดบนแพลตฟอร์มหรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะออนไลน์หรือไม่ออนไลน์ เช่น การขึ้นโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดดิจิทัล การขึ้นโฆษณาบนจอดิจิทัลบนรถไฟฟ้า เป็นต้น แตกต่างกับการทำการตลาดออนไลน์ ที่ทำผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น Social Media, Search Engine, หรือ Email ฯลฯ

ประโยชน์และข้อดีของการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) ที่แบรนด์ยุคใหม่ ไม่ควรพลาด!

การทำการตลาดออนไลน์ไม่ได้มีดีแค่ “การยิงแอด” แต่ยังมีประโยชน์ที่ช่วยให้แบรนด์เติบโตในระยะยาว มาดูข้อดีของการตลาดออนไลน์ว่า ช่วยแบรนด์ได้อย่างไรบ้าง

ข้อดีของการตลาดออนไลน์ (Online Marketing)

1. ใช้วัดผลและวิเคราะห์ข้อมูลได้

การตลาดออนไลน์ช่วยให้ธุรกิจวัดผลได้แบบเรียลไทม์ เช่น ถ้าโพสต์วิดีโอลง Facebook ก็สามารถดูได้ทันทีว่ามีคนดูถึงกี่วินาที กดแชร์หรือคอมเมนต์อย่างไร หรือถ้าลงโฆษณาผ่าน Google Ads ก็สามารถเห็นชัดเจนว่าแต่ละคำค้น (Keyword) ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นหรือไม่

2. ใช้วางแผนการตลาดออนไลน์

Online Marketing ไม่ใช่แค่การโพสต์คอนเทนต์หรือยิงแอดสุ่ม ๆ แต่คือการ “วางแผนการตลาดออนไลน์” (Marketing Plan) ตั้งแต่การกำหนดเป้าหมายทางธุรกิจ เช่น อยากได้การรับรู้แบรนด์ (Awareness) หรือยอดขาย ไปจนถึงการเลือกช่องทางการตลาดออนไลน์ที่เหมาะสม เช่น TikTok สำหรับวัยรุ่น, Facebook สำหรับคนวัยทำงาน, หรือ Email สำหรับลูกค้าองค์กร

3. ช่วยวิเคราะห์และปรับปรุงธุรกิจ

สมมติว่า แบรนด์ของคุณขายสกินแคร์แล้วพบว่าแคมเปญลดราคาไม่ได้ผลเท่าโพสต์รีวิวจากลูกค้า คุณก็สามารถปรับกลยุทธ์ได้ทันที เช่น ลดงบยิงแอด แล้วไปโฟกัสที่การสร้าง UGC (User-Generated Content) แทน

4. บริหารคอนเทนต์และแคมเปญโฆษณา

Online Marketing ช่วยให้คุณบริหาร Content ได้แบบมีแผน ไม่ใช่แค่โพสต์ไปวัน ๆ เช่น หากคุณรู้ว่าคนสนใจ “สูตรลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน” มากกว่า “เมนูสุขภาพ” คุณสามารถผลิตบทความ วิดีโอ หรือ Reels ที่เจาะลึกเรื่องนี้ต่อได้ และส่งต่อผ่านหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน

สำหรับโฆษณา (Ads) คุณสามารถทำ A/B Testing เพื่อดูว่าภาพแบบไหน หรือคำโปรยแบบไหน ทำให้คนคลิกมากกว่า และนำข้อมูลมาปรับเพื่อให้ได้ CTR สูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องเดาอีกต่อไป

5. เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุด

แทนที่จะทุ่มงบโฆษณาแบบกระจาย ด้วยการทำการตลาดออนไลน์ด้วยข้อมูล (Data-Driven Marketing ) ช่วยให้คุณ “ยิงตรง” ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มเป็นลูกค้าจริงได้ เช่น ถ้าคุณขายเครื่องสำอางวัยรุ่น ก็สามารถตั้ง Target เป็นผู้หญิงอายุ 18-25 ปี ที่สนใจเรื่องบิวตี้และติดตามเพจเครื่องสำอางบน Facebook หรือ TikTok

นอกจากนี้ยังสามารถทำ Retargeting เช่น คนที่เคยเข้าเว็บไซต์แต่ยังไม่ซื้อ ก็สามารถยิงแอดไปย้ำให้กลับมาซื้อได้อีก ทำให้ไม่เสียกลุ่มเป้าหมายที่กำลังสนใจเรา (Lead) ไปเปล่า ๆ

ช่องทางในการทำ Online Marketing มีอะไรบ้าง?

ช่องทางการตลาดออนไลน์

เราสามารถแบ่งช่องทางในการทำ Online Marketing ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ซึ่งช่องทางการตลาดออนไลน์ในแต่ละกลุ่มจะมีจุดเด่น-ข้อจำกัดที่ต่างกันไป แต่หากวางแผนใช้ร่วมกันอย่างมีกลุยทธ์ ก็จะช่วยเชื่อมประสบการณ์ของลูกค้าบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่นและตอบโจทย์

Owned Media ช่องทางอย่างเป็นทางการของแบรนด์ ควบคุมได้ 100%

Owned Media คือช่องทางการสื่อสารที่แบรนด์เป็น “เจ้าของเองโดยสมบูรณ์” ทั้งในแง่เนื้อหา รูปแบบ และจังหวะการเผยแพร่ แบรนด์สามารถวางกลยุทธ์ เลือกสื่อสารในแบบที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ได้เต็มที่ โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบอัลกอริธึม (Algorithm) การใช้ Martech เข้ามาช่วย หรือการแข่งขันแย่งความสนใจกับคู่แข่งในหน้าฟีด

ตัวอย่าง Owned Media ที่นิยมใช้:

  • เว็บไซต์ (Website): ฐานหลักของแบรนด์สำหรับแสดงสินค้า บริการ ข้อมูลเชิงลึก หรือระบบ E-commerce รองรับการขาย
  • โซเชียลมีเดียของแบรนด์: เช่น Facebook Page, Instagram, TikTok, YouTube Channel (ทั้งนี้ ช่องทางเหล่านี้ สามารถเป็น Paid Media หรือ Earned Media ได้เช่นกัน)
  • LINE Official Account (LINE OA): ช่องทางสำคัญสำหรับ CRM (Customer Relationship Management) และการสื่อสารแบบ 1:1 กับลูกค้า
  • อีเมล (Email Newsletter): ใช้ส่งข่าวสาร โปรโมชั่น หรือข้อมูลเฉพาะบุคคลให้กับลูกค้าที่เคยสมัครไว้

Paid Media ใช้งบยิงแอด เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทันที

Paid Media คือช่องทางที่แบรนด์ใช้ “งบประมาณ” เพื่อแลกกับการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเหมาะสำหรับการกระตุ้นยอดขายในระยะสั้นหรือสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ทำให้แบรนด์สามารถ “เลือกเข้าหา” คนที่ต้องการได้ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่อยู่ในระยะการตัดสินใจ หรือ Marketing Funnel แบบไหน จึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักของการทำ Online Marketing Strategy โดยช่องทางโฆษณาที่ได้รับความนิยมและสร้างผลลัพธ์ได้ดีมีหลัก ๆ 4 ประเภท ได้แก่

  • Search Ads เช่น Google Search Ads แสดงผลเมื่อมีคนค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์หรือสินค้าของคุณ เช่น “สกินแคร์สำหรับผิวแพ้ง่าย” เหมาะกับคนที่มีความต้องการชัดเจนอยู่แล้ว และช่วยให้แบรนด์ขึ้นหน้าแรกของ Google ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลจาก SEO
  • Social Media Ads เช่น Facebook Ads, Instagram Ads, TikTok Ads, YouTube Ads เป็นโฆษณาที่แทรกในฟีด สตอรี่ หรือหน้าวิดีโอของผู้ใช้ จุดเด่น คือ แบรนด์หรือนักการตลาดออนไลน์สามารถตั้งกลุ่มเป้าหมายหรือ Target ได้ละเอียด เช่น อายุ ความสนใจ อาชีพ พื้นที่ และเวลาในการใช้งาน
  • Display Ads และ Video Ads เช่น แบนเนอร์บนเว็บไซต์ข่าว หรือโฆษณาวิดีโอบน YouTube – เหมาะกับการสร้างการรับรู้ในวงกว้าง พร้อมช่วยย้ำแบรนด์ให้คนจดจำได้ผ่านการเห็นซ้ำ
  • LINE Ads และ Broadcast Message LINE ถือเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมของคนไทย แบรนด์สามารถใช้ LINE Ads หรือ Broadcast ผ่าน LINE Official Account (LINE OA) เพื่อส่งข้อความถึงผู้ติดตามจำนวนมากในคราวเดียว เช่น โปรโมชั่น รายการใหม่ หรือกิจกรรมเฉพาะช่วงเวลา

Earned Media พื้นที่สื่อที่มีคนกล่าวถึงแบรนด์

Earned Media คือการที่แบรนด์ “ได้รับพื้นที่สื่อสาร” จากลูกค้า ผู้ติดตาม หรือสื่อโดยที่ไม่ต้องซื้อโฆษณา เป็นผลลัพธ์ของประสบการณ์ที่ดีต่อสินค้า บริการ หรือภาพลักษณ์แบรนด์ คนกลุ่มนี้อาจพูดถึงแบรนด์ผ่านรีวิว แชร์โพสต์บนโซเชียล คอมเมนต์แนะนำในกลุ่มสนทนา หรือแม้แต่การบอกต่อกันแบบปากต่อปาก ซึ่งเป็นพลังที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคคนอื่นอย่างมาก

การทำ Earned Media ที่พบได้บ่อยในตลาดไทย เช่น

  • รีวิวจากลูกค้าบน Facebook, X, Pantip, Wongnai, TikTok หรือ Google Maps
  • คอมเมนต์ในโพสต์ที่มีคนแท็กแบรนด์หรือแนะนำต่อ
  • การถูกพูดถึงโดย Influencer หรือเพจต่าง ๆ โดยไม่ได้จ่ายเงินจ้าง
  • สื่อมวลชนนำเสนอข่าวหรือบทสัมภาษณ์แบรนด์จากความน่าสนใจในตัวสินค้า/บริการ

เริ่มต้นทําการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) อย่างไรให้ได้ผลตั้งแต่แรก?

จะทำการตลาดออนไลน์ให้ได้ผลแต่ตั้งกลัดกระดุมเม็ดแรก แบรนด์จะต้องเริ่มจากการ ต่อด้วยการทำความเข้าใจลูกค้า การเลือกช่องทาง การทำคอนเทนต์ ไปจนถึงการวัดผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง แล้ว Online Marketing ทําอะไรบ้าง?

  1. ทำ Market Research ให้เข้าใจลูกค้าจริง ๆ 

ทำ Market Research คือการเจาะลึกถึงพฤติกรรม ความสนใจ ไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่เสียงสะท้อนที่กลุ่มเป้าหมายเคยพูดถึงแบรนด์หรือหมวดหมู่สินค้านั้น ๆ บนโลกโซเชียล ด้วยการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อจับเทรนด์ รู้ว่าใครพูดอะไร กับใคร ที่ไหน และเมื่อไร 

  1. ทำ Content Marketing ให้ตรงจุด เลือกช่องทางให้เหมาะ 

เมื่อรู้แล้วว่าลูกค้าเป็นใครและสนใจอะไร ขั้นตอนต่อมาคือการผลิต “คอนเทนต์ที่ใช่” และปล่อยผ่าน “ช่องทางที่เหมาะ” Content Marketing ในวันจึงเป็นการส่งมอบข้อมูลและคุณค่าในแบบที่ผู้บริโภคต้องการ ณ เวลานั้น ๆ ซึ่งในปัจจุบันนี้ การเลือกช่องทางคอนเทนต์ให้เหมาะกับแบรนด์ไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่มีข้อมูลสนับสนุน การทำคอนเทนต์อาจกลายเป็นเพียงการหว่านทำแบบไม่หวังผลได้เช่นกัน

  1. หมั่นวัดผลและเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอ 

โลกของ Online Marketing ไม่ได้หยุดนิ่ง การ “ฟัง” และ “จับตา” สิ่งที่ผู้คนพูดถึงแคมเปญของคุณจึงเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการทำการตลาดแบบ Performance Marketing ซึ่งเน้นการวัดผลแบบชัดเจนในแต่ละขั้นตอน จะช่วยให้ทีมการตลาดสามารถปรับแผนได้เร็ว ลดความเสี่ยง และเพิ่มผลลัพธ์ให้แคมเปญได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. จะทำทุกอย่างได้ดี ต้องรู้จักเครื่องมือที่เหมาะกับงาน

การเลือกเครื่องมือการตลาด หรือแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ทีมทำงานได้เร็วขึ้น วัดผลได้แม่นขึ้น และเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น คือสิ่งที่ช่วยให้แผนการตลาดออนไลน์เกิดผลจริง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือวิเคราะห์เทรนด์ Social Monitoring, ระบบดู VOC (Voice of Customer) หรือแพลตฟอร์มจัดการคอนเทนต์

ยิ่งในองค์กรที่มีหลายทีม เช่น Marketing, PR, Customer Experience เครื่องมือที่เชื่อมข้อมูลร่วมกันได้ จะยิ่งช่วยให้ทุกฝ่ายเดินไปในทิศทางเดียวกัน และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้อย่างราบรื่น

Online Marketing ทำการตลาดออนไลน์ให้ได้ผล ต้องไม่ลืมใช้ “ข้อมูล”

ไม่ว่าคุณจะวางแผนการตลาดออนไลน์ไว้ดีแค่ไหน แต่ถ้าขาด “ข้อมูลจริงจากลูกค้า” การตลาดก็อาจกลายเป็นการสื่อสารที่ไม่ตรงเป้า แบรนด์จึงต้องขยับจากการตลาดแบบเดาสุ่ม ไปสู่การทำการตลาดด้วยข้อมูล หรือ Data-Driven Marketing ที่ใช้ข้อมูลจริงมาช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การฟังลูกค้า การวางแผน ไปจนถึงการวัดผลและปรับปรุง

หากแบรนด์ไม่มีเครื่องมือที่ช่วยดึงข้อมูลเหล่านี้ขึ้นมาใช้อย่างเป็นระบบ โอกาสที่ควรคว้า หรือวิกฤตที่ควรระวัง ก็อาจหลุดรอดไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้ Wisesight ก็มีเครื่องมือและบริการที่ออกแบบมาสำหรับช่วยคุณขับเคลื่อนการทำการตลาดออนไลน์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Essential Package ที่ประกอบไปด้วย Zocial Eye, Influencer Directory และ Messahe Center เครื่องมือ Social Listening & Monitoring  และ Wisesight Research ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล