Marketing Funnel คือ Funnel แบ่งเป็น 3 ขั้นหลัก ได้แก่ Awareness, Consideration และ Decision หรือที่มักเรียกว่า TOFU, MOFU และ BOFU ซึ่งการทำ Marketing Funnel ให้ได้ผลในปี 2026 ควรใช้ Insight และ Social Data เพื่อเข้าใจว่าลูกค้าแต่ละช่วงกำลังสนใจอะไร มีคำถามอะไร และอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจซื้อ

Key Takeaways

  • Marketing Funnel คือโมเดลที่อธิบาย Customer Journey ตั้งแต่ Awareness, Consideration จนถึง Decision
  • Funnel ช่วยให้แบรนด์วางคอนเทนต์ ข้อความ (Key Message) ช่องทาง และ CTA ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละช่วง
  • Insight คือสิ่งที่ทำให้ Funnel ใช้งานได้จริง เพราะช่วยบอกว่าลูกค้าคิดอะไร กังวลอะไร และต้องการข้อมูลแบบไหน
  • Social Data ช่วยให้แบรนด์เห็นความสนใจ Pain Point Sentiment และเสียงจริงของผู้บริโภคบนโซเชียล
  • Social Listening อย่าง Zocial Eye ช่วยวิเคราะห์เทรนด์ คีย์เวิร์ด Top Posts Top Users และ Sentiment เพื่อนำไปปรับ Funnel ได้แม่นขึ้น

Table of Contents

Marketing Funnel คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญในยุคดิจิทัล

Digital Marketing Funnel คือโมเดลที่จำลองการเดินทางของกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ยังไม่รู้จักแบรนด์ (อยู่ปากกรวย) ค่อย ๆ ผ่านกระบวนการทางการตลาดต่าง ๆ จนเกิดความสนใจ (Awareness) พิจารณา (Consideration) และตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ (Decision) ในที่สุด (ก้นกรวย)

ในยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมายและสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างง่ายดายผ่านช่องทาง Online Marketing การทำความเข้าใจหลักการของ Marketing Funnel จะช่วยวางแผนการสื่อสารและสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เหมาะสมกับผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างเป็นระบบ ทำให้การทำการตลาดมีทิศทางที่ชัดเจนและวัดผลได้

Marketing Funnel มีกี่ขั้นตอน?

Marketing Funnel แบ่งได้เป็น 3 ขั้นหลัก คือ TOFU, MOFU และ BOFU 

1. TOFU (Top of Funnel) – Awareness

TOFU หรือ Top of Funnel คือขั้นสร้างการรับรู้ ทำให้คนรู้จักแบรนด์ สินค้า หรือปัญหาที่แบรนด์ช่วยแก้ได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ในวงกว้าง 

  • คอนเทนต์ที่เหมาะ: How-to, Trend Content, Educational Content, Short Video, Infographic, Influencer Awareness
  • Insight ที่ควรหา: เทรนด์ที่คนสนใจ คำที่คนใช้พูดถึงปัญหา ช่องทางที่คนใช้เสพคอนเทนต์ และ Cultural Context ของกลุ่มเป้าหมาย

2. MOFU (Middle of Funnel) – Consideration

MOFU หรือ Middle of Funnel คือขั้นพิจารณา ลูกค้าเริ่มสนใจ เปรียบเทียบ หาข้อมูล และตั้งคำถามก่อนตัดสินใจ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นความสนใจและสร้างความเชื่อมั่นในตัวแบรนด์

  • คอนเทนต์ที่เหมาะ: Comparison, Review, FAQ, Case Study, Webinar, Expert Content, Influencer Review
  • Insight ที่ควรหา: Pain Point, คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย, เหตุผลที่ลังเล, จุดเปรียบเทียบกับคู่แข่ง และปัจจัยที่ทำให้เชื่อถือแบรนด์

3. BOFU (Bottom of Funnel) – Decision

BOFU หรือ Bottom of Funnel คือขั้นตัดสินใจซื้อ ลูกค้าต้องการเหตุผลสุดท้าย เช่น ราคา โปรโมชัน รีวิว ความน่าเชื่อถือ หรือ Proof จากผู้ใช้จริง Insight 

  • Insight ที่ควรหา: ปัจจัยปิดการขาย ความกังวลเรื่องราคา ความน่าเชื่อถือ รีวิวจริง โปรโมชัน และ Sentiment หลังใช้งาน
  • คอนเทนต์ที่เหมาะ: Testimonial, Promotion, Demo, Free Trial, Case Study, Social Proof, Retargeting Message

Wisesight แนะนำ ให้นักการตลาดสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ผ่านเครื่องมือสำคัญอย่าง Social Listening คือ Zocial Eye


Marketing Funnel วัดผลจากอะไรได้บ้าง?

การวัดผล Marketing Funnel ควรเลือก Metric ให้ตรงกับเป้าหมายของแต่ละขั้น เพราะแต่ละช่วงของลูกค้ามีหน้าที่ไม่เหมือนกัน

ขั้น Funnelเป้าหมายหลักMetric ที่ใช้วัดผล
TOFU: Top of Funnelวัดการเข้าถึงและการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมายใหม่Reach ImpressionVideo ViewBrand MentionShare of VoiceTraffic จากกลุ่มเป้าหมายใหม่
MOFU: Middle of Funnelวัดความสนใจ การมีส่วนร่วม และการพิจารณาก่อนตัดสินใจEngagementClickCTRTime on PageContent DownloadWebinar RegistrationMessage Inquiryคำถามที่ลูกค้าส่งเข้ามา
BOFU: Bottom of Funnelวัดการตัดสินใจซื้อ การสร้าง Lead และยอดขายLeadConversion RateCost per LeadDemo RequestSales Qualified LeadPurchaseRevenueRepeat Purchase

Marketing Funnel ต่างจาก Customer Journey อย่างไร?

Marketing Funnel คือกรอบที่แบรนด์ใช้มองลูกค้าตามขั้นตอนทางการตลาด เช่น Awareness, Consideration และ Decision ส่วน Customer Journey คือเส้นทางจริงที่ลูกค้าเดินผ่านในแต่ละ Touchpoint เช่น เห็นโฆษณา อ่านรีวิว ทักแชท เปรียบเทียบราคา ไปหน้าร้าน แล้วกลับมาซื้อผ่านเว็บไซต์

สรุปคือ Marketing Funnel ช่วยให้แบรนด์วางกลยุทธ์ตามแต่ละช่วงของการตัดสินใจ ส่วน Customer Journey ช่วยให้แบรนด์เห็นว่าลูกค้าเจอแบรนด์ที่จุดไหน และประสบการณ์ในแต่ละจุดเป็นอย่างไร

Social Data ช่วยให้ Marketing Funnel แม่นขึ้นอย่างไร?

Social Data คือข้อมูลมหาศาลที่ผู้คนสร้างขึ้นบน Social Media ซึ่งเป็นแหล่ง Insight ชั้นดีที่สำคัญต่อ Funnel ทุกขั้น เพราะ Social Data คือข้อมูลจากบทสนทนา คอมเมนต์ รีวิว แฮชแท็ก และคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคสร้างขึ้นบนโซเชียลมีเดีย

ข้อมูลนี้ช่วยให้แบรนด์เข้าใจว่าในแต่ละช่วงของ Funnel ลูกค้ากำลังสนใจอะไร กังวลเรื่องไหน ใช้คำแบบใดพูดถึงปัญหา และมีความรู้สึกต่อแบรนด์หรือคู่แข่งอย่างไร เมื่อนำ Social Data มาวิเคราะห์ร่วมกับ Funnel แบรนด์จะเลือก Topic, Message, Channel, Influencer และ CTA ได้ตรงกับพฤติกรรมของลูกค้ามากขึ้น

พาเจาะ Insight จาก Social Data ด้วยเครื่องมือ Zocial Eye ที่นักการตลาดไม่ควรมองข้าม 

หา Insight จาก Social Data ด้วยเครื่องมือ Zocial Eye
ตัวอย่าง การใช้ Trend View, Word Cloud และ Top Hashtags บนเครื่องมือ Zocial Eye

การรู้ว่า Zocial Eye คืออะไร และ Zocial Eye ใช้ยังไง จะช่วยให้นักการตลาดสามารถนำข้อมูลมาปรับใช้กับ Marketing Funnel ได้ในทุกขั้นตอน 

TOFU: หาเทรนด์และประเด็นที่คนกำลังสนใจ

ใช้ Trend View, Word Cloud และ Top Hashtags เพื่อดูว่ากลุ่มเป้าหมายกำลังพูดถึงอะไร และใช้คำแบบไหนในการพูดถึงประเด็นนั้น วิเคราะห์กระแสที่กำลังเกิดขึ้นและสามารถวางแผนการตลาด (Marketing Plan) เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจของผู้คน

หาเทรนด์สำหรับทำ Marketing Funnel - ขั้น Tofu
ตัวอย่าง ฟีเจอร์ Trend View
  • ฟีเจอร์ Trend View สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและปริมาณของข้อความที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ ในช่วงเวลาที่กำหนด ทำให้เห็นว่าเทรนด์ไหนกำลังเป็นที่นิยมหรือเริ่มเป็นที่พูดถึง
ดู Word Cloud เพื่อวางแผนทำคอนเทนต์ตาม Marketing Funnel - ขั้น Tofu
ตัวอย่าง ฟีเจอร์ Word Cloud
  • ฟีเจอร์ Word Cloud ซึ่งจะแสดงผลของคำต่าง ๆ ที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้ง ทำให้เราเข้าใจบริบทและคำศัพท์ที่กลุ่มเป้าหมายใช้เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

MOFU: เข้าใจ Pain Point และคำถามก่อนตัดสินใจ

ใช้ Keyword, Top Posts, Top Users และข้อความจากโซเชียล เพื่อดูว่าลูกค้าสงสัยอะไร ลังเลตรงไหน และใครมีอิทธิพลต่อบทสนทนา เพื่อที่เราจะได้สร้างการสื่อสารออกไปคลี่คลายความไม่มั่นใจเหล่านั้นได้อย่างตรงจุด

วาง Main Keyword เพื่อทำ Marketing Funnel - ขั้น Mofu
ตัวอย่าง ฟีเจอร์ Keyword Suggestion
  • ฟีเจอร์ Keyword Suggestion ช่วยหาคำค้นหาที่เกี่ยวข้องและต่อยอดจากคีย์เวิร์ดหลัก ทำให้การค้นหา Insight ของผู้บริโภคมีความแม่นยำและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
หา Influencer เพื่อทำ Marketing Funnel - ขั้น Mofu
ตัวอย่าง ฟีเจอร์ Top User
  • ฟีเจอร์ Top User เพื่อดูได้ว่าใครคือผู้ใช้งานที่พูดถึงเรื่องนั้นมากที่สุด ทำให้แบรนด์สามารถระบุตัวตนของ Key Opinion Leader (KOL) และวางแผนการสื่อสารร่วมกับพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

BOFU: อ่าน Sentiment และเสียงหลังการใช้จริง

ใช้ Sentiment, Review, Top Messages และ Engagement เพื่อดูว่าลูกค้ารู้สึกอย่างไรกับแบรนด์ สินค้า โปรโมชัน หรือประสบการณ์หลังซื้อมาวิเคราะห์เพื่อปรับกลยุทธ์ในขั้นตอนนี้ต่อได้ ดังนี้

  • สร้างความน่าเชื่อถือจากรีวิวจริง : เมื่อพบว่าลูกค้าแสดงความคิดเห็นในเชิงบวก เช่น การรีวิวว่า “ซื้อมาใช้แล้วเห็นผลดีมาก” แบรนด์สามารถนำความคิดเห็นเหล่านั้นมาสร้างเป็นคอนเทนต์เพื่อยืนยันคุณภาพและเพิ่มความน่าเชื่อถือ เพราะเป็นเสียงตอบรับจากผู้ใช้งานจริง
  • เปลี่ยนเสียงติชมเป็นโอกาส : หากเจอความคิดเห็นในเชิงลบ แบรนด์สามารถนำ Pain Point ที่ลูกค้าพบเจอไปปรับปรุงแก้ไขสินค้าหรือบริการให้ดีขึ้นได้อย่างตรงจุด
  • สร้างกลยุทธ์การซื้อซ้ำ : อาจนำข้อมูลมาต่อยอดเป็นกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น จัดแคมเปญให้ลูกค้าถ่ายรูปรีวิวสินค้าเพื่อรับส่วนลดในการซื้อครั้งถัดไป ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการกลับมาซื้อซ้ำได้

ตัวอย่างการทำ Marketing Funnel

เพื่อให้เห็นภาพการทำ Marketing Funnel ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองดูวิธีการทำ Marketing Funnel ตามตัวอย่างที่เราอยากแนะนำ ดังนี้

1. ธุรกิจประเภทประกันสุขภาพ 

  • Awareness : ยิงโฆษณา Facebook แนวทำไมค่ารักษามันแพงกว่าที่คิด, วิดีโอแนว Emotional อย่างคนเจ็บป่วยแต่ไม่มีเงินรักษา
  • Consideration : ให้ลองคำนวณเบี้ยประกันผ่านเว็บไซต์ เช่น คุณเหมาะกับประกันสุขภาพแบบไหน?, จัดทำ Live Webinar อธิบายแผนประกันที่เหมาะกับวัยทำงาน, Retarget Ads สำหรับคนที่เข้าเว็บไซต์แต่ยังไม่ซื้อ
  • Decision : ทำแคมเปญโปรโมชันสมัครภายในสิ้นเดือน รับฟรีตรวจสุขภาพ 1 ครั้ง, โค้ดส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ได้รับจาก LINE Official 

2. ธุรกิจประเภทอสังหาริมทรัพย์ (บ้าน-คอนโด)

  • Awareness : ทำคอนเทนต์ TikTok รวมคอนโดติดรถไฟฟ้าในงบไม่เกิน 3 ล้านของแบรนด์ที่ต้องการเป็นกลุ่มเป้าหมาย, ใช้ Micro Influencer Review พื้นที่จริง
  • Consideration : สร้างหน้า Landing Page ให้โหลด E-Brochure หรือ Floor Plan, ทำการนัดเยี่ยมชมโครงการ ตามด้วยการส่งข้อมูลให้ใน Email หรือ LINE CRM 
  • Decision : ทำโปรโมชันจองวันนี้ รับส่วนลด 200,000 บาท ฟรีค่าโอน, ใช้ Sale ปิดด้วย Data เช่น Inventory ใกล้หมด หรือถ้าหมดช่วงนี้ไปแล้วราคาจะขึ้น เป็นต้น

3. ธุรกิจประเภทร้านอาหารที่มีหลายสาขา

  • Awareness : โฆษณา Facebook, TikTok Ads, YouTube เพื่อรีวิวอาหารหรือเมนูใหม่, ใช้ KOL หรือ Food Blogger รีวิว และสร้างแคมเปญอาหารที่เป็นไวรัลของร้าน เช่น ชาบูชีส หรือหม้อไฟยักษ์ 
  • Consideration : ทำโปรเมนูใหม่เฉพาะสาขาหรือเฉพาะช่วงเวลา, ใช้ Line OA ส่งรูปเมนูและโปรโมชันประจำเดือน, ทำหน้า Landing Page ให้จองคิวออนไลน์ และดูรีวิวลูกค้า
  • Decision : ทำโปรโมชัน ซื้อ 1 แถม 1 หรือ มา 4 จ่าย 3 เฉพาะวันธรรมดา, ส่ง E-Voucher ผ่าน Line OA หรือทำระบบสะสมแต้มสำหรับสมาชิก

เชื่อมต่อทุกจุดของ Marketing Funnel ด้วย Insight ได้อย่างไร?

การจะขับเคลื่อน Marketing Funnel ให้สำเร็จในยุคนี้จำเป็นต้องพึ่งพา Martech ที่ทำงานร่วมกันเชื่อมต่อข้อมูลหลายประเภท ทั้งเสียงของผู้บริโภค บทสนทนาแบบ Real-time และข้อมูลของคนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ

  • Zocial Eye : ช่วยวิเคราะห์ Social Data เพื่อดูเทรนด์ ความสนใจ Pain Point, Sentiment และเสียงของผู้บริโภคในแต่ละช่วงของ Funnel
  • Influencer Directory : ช่วยคัดเลือก Influencer หรือ Creator ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อใช้ในขั้น Awareness และ Consideration ได้แม่นขึ้น
  • Message Center : ช่วยติดตามบทสนทนาและข้อความที่เกี่ยวกับแบรนด์แบบ Real-time เพื่อให้ทีมตอบสนองลูกค้าได้เร็วขึ้นในช่วง Consideration และ Decision

Wisesight ขอแนะนำ Essential Package แล้ว สำหรับธุรกิจที่อยากได้ Insight ที่ลึกและโฟกัสเป็นพิเศษ Wisesight ยังมีบริการ Wisesight Research ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเจาะลึกในประเด็นที่แบรนด์ต้องการจะโฟกัสโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการทำวิจัยที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจที่ซับซ้อนโดยทีมนักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญ 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Zocial Eye และ Essential Package จาก Wisesight ได้ที่นี่


FAQ

1. Marketing Funnel ยังใช้ได้ไหมในยุคที่ลูกค้าไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง?

Marketing Funnel ยังใช้ได้ แต่ไม่ควรมองเป็นเส้นทางตายตัว Funnel ควรถูกใช้เป็น Framework สำหรับวางกลยุทธ์ ไม่ใช่แผนที่ที่ลูกค้าทุกคนต้องเดินเหมือนกัน สิ่งที่แบรนด์ควรทำคือใช้ข้อมูลจริงจากหลายช่องทางเพื่อดูว่าลูกค้าอยู่ในช่วงไหน กำลังมีคำถามอะไร และควรได้รับคอนเทนต์หรือข้อเสนอแบบใดต่อไป

เช่น ลูกค้าในปัจจุบันอาจเห็นคอนเทนต์จาก TikTok ก่อน ไปค้นหาใน Google อ่านรีวิวใน Facebook Group เปรียบเทียบราคาใน Marketplace แล้วกลับมาทัก LINE OA เพื่อถามข้อมูลเพิ่ม เป็นต้น


2. ธุรกิจ B2B ใช้ Marketing Funnel ได้ไหม?

ใช้ได้ โดย B2B Funnel มักมีขั้นตอนยาวกว่าและมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย จึงควรใช้คอนเทนต์อย่าง Case Study, Webinar, Whitepaper, Demo และ Sales Consultation เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจ


3. Marketing Funnel ใช้กับธุรกิจ B2C อย่างไร?

B2C ใช้ Funnel เพื่อวางคอนเทนต์ตั้งแต่การสร้าง Awareness ผ่านโฆษณาหรือ Influencer ไปจนถึงโปรโมชัน รีวิว และ Retargeting เพื่อกระตุ้นการซื้อ


4. Social Data ใช้กับ Funnel ขั้นไหนได้บ้าง?

ใช้ได้ทุกขั้น โดย TOFU ใช้ดูเทรนด์และความสนใจ, MOFU ใช้ดูคำถามและ Pain Point, BOFU ใช้ดู Sentiment รีวิว และปัจจัยที่ช่วยปิดการขาย


5. Marketing Funnel ยังใช้ได้ไหมถ้าลูกค้าไม่ได้ซื้อทันที?

ใช้ได้ เพราะ Funnel ช่วยให้แบรนด์เข้าใจว่าลูกค้าอยู่ในช่วงไหน และควรสื่อสารอะไรต่อ แม้ลูกค้าจะค้นหา เปรียบเทียบ หรือกลับมาตัดสินใจภายหลัง


6. ทำ Marketing Funnel แล้วต้องมี Retargeting ไหม?

ควรมี โดยเฉพาะช่วง MOFU และ BOFU เพราะ Retargeting ช่วยติดตามคนที่เคยสนใจแบรนด์ และส่งข้อความหรือข้อเสนอที่เหมาะกับขั้นการตัดสินใจ


7. Marketing Funnel ควรเริ่มจากอะไร?

ควรเริ่มจากการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและเป้าหมายธุรกิจก่อน จากนั้นค่อยวางว่าแต่ละขั้นของ Funnel ต้องใช้คอนเทนต์ ช่องทาง และตัวชี้วัดอะไร