โลกของการตลาดหมุนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนมาถึงจุดที่การสื่อสารทางการตลาดนั้นไม่ใช่เพียงแค่การโฆษณาอีกต่อไปแล้ว แต่การสื่อสารการตลาดหรือ Marketing Communication กลายเป็นหัวใจหลักในการสร้างแบรนด์ธุรกิจ สร้างแรงจูงใจให้เกิดความสนใจ และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ด้วย ซึ่งการสร้างอิมแพคจากการสื่อสารนั้นจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับองค์ประกอบของ Marketing Communication ว่ามีอะไรบ้าง สำคัญแค่ไหน และในบทความนี้ยังมีวิธีการเพิ่มยอดขายพร้อมบอกหัวใจหลักของกลยุทธ์การสื่อสารมาฝากกัน!
Key Takeaways
- Marketing Communication คือ การสื่อสารทางการตลาดที่นับเป็นหัวใจหลักของการสร้างแบรนด์ ดังนั้นในการสื่อสารจะต้องรู้ว่าควรสื่อสารด้วยภาษาอย่างไร เมื่อไหร่ ช่องทางหรือที่ไหน และใช้สื่อหรือมีเดียอะไร อย่างชัดเจน
- หัวใจหลักในการสร้างองค์ประกอบของการสื่อสารการตลาด คือ การมีข้อมูลเชิงลึกเพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดรายละเอียดของแต่ละองค์ประกอบ เพื่อสร้างการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
- Marketing Communication ตัวอย่างที่ดี ต้องมีการวัดผลที่แม่นยำ และตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนด เพื่อพัฒนาต่อยอดและแก้ไขข้อผิดพลาดในอนาคต
Marketing Communication คืออะไร?

Marketing Communication คือ การสื่อสารการตลาด หรือกระบวนการที่แบรนด์ใช้ส่งสารไปยังกลุ่มเป้าหมายและผู้บริโภคเพื่อสร้างการรับรู้ การจดจำ จนกระทั่งมีความสนใจและเกิดพฤติกรรมตามที่แบรนด์คาดหวัง อย่างเช่น การสั่งซื้อ การติดตามหรือการโต้ตอบด้วยการใช้ Martech ต่าง ๆ เข้ามาช่วย
ซึ่ง Marketing Communication หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า Marcom เป็นเรื่องของการที่แบรนด์จะต้องวางแผนว่า “จะบอกอะไร” และ “บอกอย่างไร” กับกลุ่มเป้าหมายจึงจะสร้างผลลัพธ์ตามต้องการ การทำ Marcom จึงถือเป็นส่วนสำคัญอย่างมากของการวางกลยุทธ์และการสร้าง Marketing Plan
องค์ประกอบของ Marketing Communication มีอะไรบ้าง?
หลายคนอาจจะสงสัยว่า Marketing Communication ทำอะไรบ้าง? ต้องมีองค์ประกอบอะไรที่ช่วยให้การทำ Marcom ประสบความสำเร็จ มาดูตัวแปรหลักที่เรารวบรวมมาให้ 6 ข้อด้วยกัน ดังนี้
- Brand การกำหนดภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ชัดเจน เป็นก้าวแรกสำหรับการเริ่มต้นกำหนดการสื่อสารการตลาดว่าจะเป็นไปในทิศทางใด และยิ่งเราทำให้ภาพของแบรนด์ชัดเจนมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้กลุ่มเป้าหมายของเราจดจำและนึกถึงเราได้ง่ายมากขึ้น
- Marketing Research เป็นปัจจัยที่จะช่วยกำหนดแผนการทุกอย่าง รวมถึงรูปแบบของการทำ Marketing Communication ด้วย เพราะการทำ Market Research เป็นการศึกษาวิจัยตลาดว่ากลุ่มเป้าหมายหรือผู้บริโภคมีความสนใจเกี่ยวกับอะไร มีพฤติกรรมในการรับรู้อย่างไร และตัดสินใจอย่างไร เป็นต้น
- Advertising หรือการโฆษณา เป็นวิธีการที่ทำให้ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายมองเห็นสินค้าหรือแบรนด์ของเราแล้วเริ่มเกิดการรับรู้ ทั้งยังสร้างความสนใจจนเกิดการตัดสินใจซื้อได้ ซึ่งการทำโฆษณาที่ให้ผลลัพธ์ที่ดี จำเป็นต้องเลือกวิธีการสื่อสารให้ตรงจุด และเลือกช่องทางในการทำโฆษณาให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง Offline หรือ Online Marketing ก็ตาม
- Blogs หรือWebsite นับเป็นช่องทางหลักของการสื่อสารทางการตลาดที่สามารถสร้างได้ทั้งความน่าเชื่อถือ และทำให้ลูกค้าค้นหาเราได้ง่ายมากขึ้นด้วยการทำ SEO ซึ่งจะช่วยเพิ่มการรับรู้และเป็นช่องทางที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายมองเห็นภาพลักษณ์และตัวตนของแบรนด์ชัดเจนมากขึ้น
- Online Media หากถามว่าการทำ Marketing Communication ในปัจจุบันจะขาดช่องทางใดไม่ได้ก็ต้องเป็นการมีตัวตนใน Social Media หรือ Online Media ต่าง ๆ หากแบรนด์เลือกช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายนิยมใช้งานยิ่งสร้างผลลัพธ์ตามที่คาดหวังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Sales Promotion แม้ว่ากลุ่มเป้าหมายจะเกิดการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ และต้องการทดลองใช้สินค้าหรือบริการ แต่แรงจูงใจให้ผลักดันซื้อยังไม่มากพอ แบรนด์ก็สามารถสร้างแคมเปญหรือโปรโมชั่นที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้ เช่น การทำส่วนลด การใช้สิทธิพิเศษต่าง ๆ เป็นต้น
หากแบรนด์สามารถทำสิ่งที่เรียกว่า Integrated Marketing Communication จากช่องทางเหล่านี้ได้อย่างครอบคลุมก็จะช่วยทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงแบรนด์ได้มากขึ้น รวมถึงมองภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Image) ในมุมมองเดียวกันกับที่แบรนด์ต้องการจะทำการสื่อสารการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
การทำ Marketing Communication เพื่อเพิ่มยอดขายสามารถทำได้อย่างไรบ้าง?

มาถึงตรงนี้คงพอเห็นภาพรวมของการสื่อสารการตลาดคืออะไรแล้วก็จะยิ่งรู้สึกได้เลยว่า Marketing Communication มีความสำคัญมากทีเดียว แต่เราจะใช้ Marcom นี้อย่างไรให้สามารถเพิ่มยอดขายได้จริง? ลองดูคำตอบด้านล่างนี้ได้เลย
1. วิเคราะห์และเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย
อย่างแรกของการเริ่มต้นทำ Marketing Communication เลยก็คือ การรับรู้ว่าลูกค้าของเราเป็นใคร และทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของเราว่าพวกเขามีพฤติกรรม ช่องทางในการรับรู้ มีวิธีการตัดสินใจเลือกซื้อ หรือเกิดความสนใจในสินค้าและบริการได้อย่างไร รวมไปถึงปัญหาที่พวกเขาต้องเจอจะมีอะไรบ้าง
ซึ่งในการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย จะช่วยให้แบรนด์มีข้อมูลมากพอให้วิเคราะห์อินไซต์ออกมาได้อย่างชัดเจนว่าบริบทชีวิตของพวกเขาเป็นอย่างไร ทำให้เพิ่มโอกาสในการขายได้อย่างตรงจุดมากขึ้นด้วย
2. กำหนดวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร
เมื่อเราได้ช่องทางของกลุ่มเป้าหมายและวิธีการสื่อสารที่เหมาะสมมาแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการสร้างเส้นทางการรับรู้ว่าในการสื่อสารการตลาดแต่ละครั้ง จะนำเสนออะไร และอยู่ในขั้นไหนของ Marketing Funnel เช่น การสื่อสารเพื่อกระตุ้นความสนใจด้วยการลงรีวิวสินค้า เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ จากนั้นค่อยนำเสนอโปรโมชั่น เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และนำไปสู่การปิดการขายในที่สุด เป็นต้น
3. สร้าง “Key Message” ที่สื่อสารได้ตรงใจ และจดจำได้จริง
การสื่อสารการตลาดนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่สามารถมีตัวแปรเข้ามากระทบได้มากมาย และทำให้ผู้รับสารหรือกลุ่มเป้าหมายของเราแต่ละคนรับสารได้แตกต่างกันไป
ดังนั้นการสื่อสารทางการตลาดในแต่ละครั้ง จึงควรยึด Key Message ที่ชัดเจนที่สุดเพียงหนึ่งเดียว เพราะ Key Message เป็นสารหลักที่แบรนด์ต้องการให้ลูกค้าจดจำ หากสื่อออกมาไม่ชัดเจนลูกค้าอาจไม่เข้าใจ ขณะเดียวกันหากสื่อออกมาไม่ตรงใจของลูกค้าก็เท่ากับว่าไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้ หรือถ้าสื่อสารได้ชัดแต่ไม่ต่างจากคู่แข่ง ก็อาจทำให้ลูกค้าลังเลไม่เลือกแบรนด์ของเราได้เช่นเดียวกัน
4. เลือกช่องทางการสื่อสารที่ลูกค้าเปิดรับมากที่สุด
การเลือกช่องทางทำ Marketing Communication ให้ได้ประสิทธิภาพ ส่วนสำคัญที่สุดคือการเก็บข้อมูลในช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าของเราชอบเข้าไปแบ่งปันหรือติดตามข่าวสาร (Paid Owned หรือ Earned) รวมถึงการรู้ว่ารูปแบบสื่อที่กลุ่มเป้าหมายของเราสนใจมากที่สุดเป็นแบบใด เพื่อที่จะวางแผนการทำ Marcom ในช่องทางที่ใช่ ไม่ต้องเสียงบประมาณในการสื่อสารไปแบบเปล่าประโยชน์
5. วัดผลการสื่อสาร และปรับให้แม่นยำยิ่งขึ้น
ในด้านการตลาดเราจะมี Marketing Funnel มากำหนดวัตถุประสงค์ของการสื่อสารการตลาด จึงต้องมีการวัดผลให้ชัดเจนว่าสิ่งที่สื่อออกไปนั้นสามารถทำให้เกิด Call-to-action ตามที่กำหนดได้หรือไม่ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่การดูยอด Engagement หรือมียอด Reach มากน้อยแค่ไหน แต่เป็นการดูว่าหลังจากการรับสารแล้ว กลุ่มเป้าหมายมีความเข้าใจตามที่เราต้องการจะบอกแล้วทำอะไรต่อไป เช่น เขาซื้อไหม เกิดความสนใจไหม ซึ่งการกระทำนั้นตรงกับวัตถุประสงค์ของเราหรือไม่จึงจะเป็นการวัดผลที่ทำให้เราพัฒนาต่อไปได้
มาถึงตรงนี้หลายคนคงพอมองเห็นตัวแปรบางอย่างที่สำคัญมากในการทำ Marketing Communication เพราะไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับใคร อย่างไร หรือที่ไหน ต่างก็เป็นข้อมูลที่ต้องตรงกับความเป็นจริง เพราะการทำความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าไม่ได้เกิดจากการตั้ง Persona เอาเอง หรือแม้แต่การเลือกช่องทางหรือรูปแบบการสื่อสารการตลาดนั้นก็ใช่ว่าตรงใจแบรนด์ ตรงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์แล้วจะเพียงพอ จึงควรมองหา Martech ตัวเข้ามาเป็นผู้ช่วยที่เข้ามาทำให้แบรนด์ได้อินไซต์มากพอที่จะมาวางแผน Marcom ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เปลี่ยนกลยุทธ์การสื่อสารให้แม่นยำขึ้น ด้วยพลังของ Wisesight Research
เมื่อการสื่อสารทางการตลาดต้องใช้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าเชื่อถือ Wisesight Research จึงเข้ามาเป็นคำตอบของแบรนด์ที่ตามหา Insight แบบเจาะลึก ให้แบรนด์ได้มีทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านการทำวิจัย ผ่านทั้ง Social Data และการวิจัยเชิงคุณภาพ ทำให้แบรนด์สามารถนำข้อมูลนี้ไปวางแผนการทำการตลาดต่อไปได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
Consulting Services
เมื่อ Marcom คือ หลักสำคัญทางด้านกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะต้องมีข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายมากำหนดกลยุทธ์ ต้องทำความเข้าใจว่าผู้รับสารเป็นใคร เขาต้องการอะไรและกำลังฟังอะไรอยู่ ซึ่ง Wisesight Research มีบริการที่จะช่วยให้แบรนด์รับรู้ข้อมูลเชิงลึกในทั้งแบรนด์ของตน กลุ่มเป้าหมายและลูกค้า นอกจากนี้ยังมีบริการ Communication Strategy Planning ที่จะให้คำแนะนำและช่วยวางแผนกลยุทธ์ด้านการสื่อสารให้ตรงจุด ตรงโจทย์ และตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นอีกด้วย
Market Research
อีกสิ่งสำคัญของการทำ Marketing Communication ก็คือการพัฒนาต่อยอดแต่จะพัฒนาได้อย่างไรหากเราไม่รู้ว่าผลของการทำการตลาดเกิดจากอะไร อะไรที่ได้ผล อะไรที่ไม่ได้ผลและมันได้ผลอย่างไร ซึ่ง Wisesight Research ก็มีบริการวัดผลอย่าง Campaign Analysis ที่จะช่วยประเมินประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาด ช่วยวิเคราะห์พลังของ KOLs และเข้าใจความรู้สึกของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง ให้เรามองเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของแบรนด์ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
Wiseisight ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ
หลักในการทำการสื่อสารการตลาดนั้นมีองค์ประกอบและแนวทางที่ชัดเจน แต่หากต้องการ Marketing Communication Plan ที่ใช้ได้จริงและมีประสิทธิภาพจะต้องมีข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริโภค คู่แข่ง และภาพรวมของการตลาดเข้ามาช่วยกำหนดกลยุทธ์ในการสื่อสาร ทั้งเรื่องช่องทาง จังหวะเวลา และ Key Message ที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงการคาดเดาหรือใช้ประสบการณ์อ้างอิง
และ Wisesight Research เองก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยเรื่องข้อมูลเชิงลึกที่จะแบ่งเบาให้ความสำเร็จขยับเข้าใกล้แบรนด์ได้เร็วมากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องของการรวบรวมข้อมูลแล้ว ยังสามารถเป็นที่ปรึกษาและผู้ให้บริการด้านการทำวิจัยตลาดด้วยข้อมูลโซเชียลมีเดีย พร้อมกับวิเคราะห์แผนและผลลัพธ์ให้การทำ Marketing Communication ทุกก้าวของแบรนด์แม่นยำมากขึ้นอีกด้วย





