ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไทยกำลังเติบโต แต่ความดังไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริงสำหรับธุรกิจ การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย เข้าใจพฤติกรรมผู้ติดตาม และสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจได้ จึงเป็นหัวใจของการวางกลยุทธ์ Influencer Marketing ให้คุ้มค่าและสร้าง Impact ต่อยอดขายและภาพลักษณ์แบรนด์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเทรนด์กำลังก้าวสู่ Influencer Marketing Trends 2026 ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความสอดคล้องเชิงกลยุทธ์มากกว่าความสำเร็จเพียงชั่วคราว
Influencer Marketing คือ การทำงานร่วมกับ Influencer หรือ ‘ผู้มีอิทธิพล’ ที่มีฐานผู้ติดตามจำนวนมากบนโลกออนไลน์ โดยมุ่งหวังให้แรงสนับสนุนจากผู้ติดตามเหล่านั้นเป็นขุมพลังสำคัญในการโปรโมตสินค้าและบริการ
Key Takeaways
- Influencer Marketing Trends 2026 เน้นคุณภาพมากกว่าความดัง แบรนด์ให้ความสำคัญกับความสอดคล้องของผู้ติดตามและคุณภาพคอนเทนต์มากกว่าแค่จำนวนยอดฟอลโลว์
- Micro / Nano และ Content Creator โตต่อเนื่อง ผู้บริโภคเชื่ออินฟลูเจาะกลุ่มเฉพาะมากขึ้น ขณะเดียวกัน Gen Z ก็อยากเป็นครีเอเตอร์เอง ทำให้ Affiliate Influencer Marketing เติบโตแรง
- คอนเทนต์ความรู้มาแรง โดยเฉพาะสายการเงิน (Finfluencers) เนื้อหาแบบอธิบายง่ายบน TikTok/YouTube ช่วยเข้าถึง Gen Z ได้ดีและให้ Engagement สูง
- เลือกอินฟลูด้วยข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก Audience Insight, Engagement Quality และ Content Fit กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการคัดอินฟลูที่เหมาะจริงกับแบรนด์และแคมเปญ
ภาพรวมการเติบโตของอินฟลูเอนเซอร์ในปี 2025
ปี 2025 เป็นปีที่ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไทยเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริโภคเปิดรับครีเอเตอร์ในทุกเจเนอเรชัน โดยเฉพาะบน TikTok ที่กลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับครีเอเตอร์หน้าใหม่ ด้วย Engagement เฉลี่ยสูงกว่า Facebook ถึง 15 เท่า แสดงให้เห็นว่าการสร้างผลลัพธ์และการเข้าถึงผู้ชมบน TikTok มีประสิทธิภาพสูง
เทรนด์หลักในการเติบโตของปี 2025
แพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Instagram Reels และ Live Commerce กลายเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยให้ Micro & Nano Influencers รวมถึงผู้มีชื่อเสียง และ KOL โดดเด่นขึ้น
ขณะเดียวกัน Short – Form Video ก็ได้รับความนิยมสูงสุดบน TikTok และ Facebook Reels ผู้บริโภคใช้เวลาดูนานแม้คลิปสั้น ทำให้แบรนด์ต้องออกแบบคอนเทนต์ให้ดึงดูดตั้งแต่ไม่กี่วินาทีแรก นอกจากนี้ครีเอเตอร์ไทยยังใช้ Cross Platform ปรับคอนเทนต์ให้เหมาะกับแต่ละช่องทางเพื่อเข้าถึงผู้ชมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
Engagement คือ การมีส่วนร่วมของผู้บริโภคกับแบรนด์ผ่านการกดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ คลิก หรือการโต้ตอบรูปแบบอื่น ๆ
ขนาดกลุ่มของอินฟลูที่น่าจับตามองในปี 2026

ในปี 2026 การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่เรื่องของความดังหรือผู้ติดตามเยอะที่สุด แต่เป็นการเลือกคนที่เหมาะที่สุดกับสินค้าและเป้าหมายของแบรนด์ การเข้าใจขนาดกลุ่มและบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์แต่ละประเภทจะช่วยให้การวางกลยุทธ์อินฟลูเอนเซอร์ (influencer) มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจากการวิเคราะห์ของ Wisesight Research พบว่า
กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง Elite Influencer (จำนวนผู้ติดตาม 5M+) เหมาะกับการเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ระดับพรีเมียม เช่น แบรนด์หรูหรือสินค้าระดับบน แคมเปญที่ใช้กลุ่มนี้ควรเน้น Branding มากกว่าขายตรง ส่วน Mega (จำนวนผู้ติดตาม 1M – 5M) เป็นกลุ่มที่สร้าง Reach สูง เหมาะกับแคมเปญใหญ่ ต้องการการรับรู้เร็ว แต่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายสูงและการสื่อสารที่อาจไม่ส่วนตัวเท่ากลุ่มเล็ก
สำหรับการโปรโมตต่อเนื่อง Macro (จำนวนผู้ติดตาม 500K – 1M) ช่วยเข้าถึงผู้ชมจำนวนมากอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ Mid – tier (จำนวนผู้ติดตาม100K – 500K) ให้ความรู้สึกจริงและน่าเชื่อถือ เหมาะกับสินค้าที่ต้องการสร้าง Trust สูง เช่น สินค้าสุขภาพหรือบริการทางการเงิน กลุ่มนี้มักสร้าง Engagement ดีกว่ากลุ่ม Mega เพราะมีความใกล้ชิดกับผู้ติดตามมากกว่า
กลุ่มที่มาแรงและแบรนด์ไทยนิยมใช้มากขึ้นคือ Micro (จำนวนผู้ติดตาม 10K – 100K) และ Nano (จำนวนผู้ติดตาม 1K – 10K) เพราะสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะทาง สร้าง Brand Loyalty และ Engagement ได้สูง Micro & Nano Influencers เหมาะกับแคมเปญที่ต้องการผลลัพธ์เฉพาะกลุ่ม เช่น การโปรโมตสินค้าสำหรับไลฟ์สไตล์เฉพาะ หรือการทดลองตลาดสินค้าใหม่
สำหรับนักการตลาด การผสมผสานอินฟลูเอนเซอร์ในไทยหลายประเภทถือเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลดีที่สุด แบรนด์สามารถใช้ Elite และ Mega สร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ ขณะที่ Micro และ Nano ช่วยสร้าง Engagement และความน่าเชื่อถือ ทำให้แคมเปญครอบคลุมตั้งแต่ Awareness จนถึง Conversion ได้
รูปแบบคอนเทนต์ของกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ไทยและแนวโน้มปี 2026
ในปี 2026 ภายใต้ภาพรวมของ Social Media Trend ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ไทยใช้รูปแบบคอนเทนต์หลากหลายตามขนาดกลุ่มและเป้าหมายของผู้ติดตาม โดยแบ่งออกเป็นประเภทหลัก ได้แก่
- ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) – แชร์การใช้ชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว การแต่งตัว หรือไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม เหมาะกับแบรนด์แฟชั่น ท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์
- รีวิว (Review) – รีวิวสินค้า บริการ ร้านอาหาร หรือประสบการณ์ตรง เน้นสร้างความน่าเชื่อถือและช่วยผู้บริโภคตัดสินใจ
- เกม (Gaming) – แคสต์เกม เล่นเกม และคอนเทนต์เกมอื่น ๆ เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย Gen Z และผู้สนใจเกมโดยเฉพาะ
- ให้ความรู้ (Knowledge Sharing) – ถ่ายทอดความรู้เฉพาะทาง การสอน หรือเทคนิคต่าง ๆ เพิ่มมูลค่าให้ผู้ติดตามและสร้าง Trust สูง
- บันเทิง (Entertainment) – คลิปตลก วิดีโอสร้างสรรค์ หรือโชว์ความสามารถพิเศษ สร้าง Engagement สูงและเข้าถึงผู้ชมจำนวนมาก
นอกจากนี้ จากภาพรวมการใช้งานโซเชียลมีเดียในไทยไตรมาสที่ 1 – 3/2025 โดย Wisesight Research ยังพบว่า GL (Gay Lifestyle) และ BL (Boys’ Love) เป็นกลุ่มคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมและมี Engagement สูง แบรนด์ที่จับกลุ่มตลาดเฉพาะหรือมีสินค้าที่เข้ากับแนวคิดเหล่านี้สามารถใช้กลยุทธ์ influencer marketing เจาะตลาดเฉพาะได้ตรงจุด
กลยุทธ์การใช้งานอินฟลูเอนเซอร์ไทยตามอุตสาหกรรม
แต่ละอุตสาหกรรมในปี 2026 มีแนวทางการใช้ อินฟลูเอนเซอร์ไทยที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการตลาดและประเภทของผู้บริโภคเช่น
Cosmetic & Skincare (เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว)

แบรนด์เน้นกลยุทธ์ ‘Authenticity’ หรือความแท้จริง ใช้ Mid – tier, Micro และ Nano Influencers เป็นหลักในการสร้างปริมาณคอนเทนต์และขยายการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย รูปแบบคอนเทนต์มักเป็นวิดีโอสอนการใช้จริง (tutorial) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ ตัวอย่างเช่น แบรนด์ La Glace ที่ได้รับผลตอบรับเชิงบวกอย่างท่วมท้นจากการให้ความสำคัญกับ Micro Influencers
Automotive (ยานยนต์)

กลยุทธ์ ‘Know-How Leads’ ใช้ Influencer ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการนำเสนอประสบการณ์ขับขี่และเปรียบเทียบสินค้า แม้ Mid-tier และ Micro Influencers จะถูกใช้มากที่สุด (51%) แต่ Mega Influencers หรือดาราพรีเซนเตอร์ยังคงมีบทบาทสำคัญในแคมเปญใหญ่และการสร้างภาพลักษณ์ด้วยเช่นกัน
Mobile & Consumer Electronics (โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์)

กลยุทธ์ ‘Proof of Use’ จะเป็นการพิสูจน์การใช้งานผ่าน Influencer หลากหลายประเภท เช่น Gamers, Photographers และ Gadget Reviewers เพื่อแสดงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์จากหลายมุมมอง
Shopping Center & Department Store (ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า)

ใช้ ‘Dual Strategy’ ผสมผสาน Mid – tier และ Micro Influencers เพื่อกระจายเนื้อหาผ่านรีวิวไวรัลและอีเวนต์ โดยเน้นในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพราะ “food is the mall’s first draw” ขณะเดียวกัน Mega Influencers ถูกใช้เพื่อสร้าง Engagement สูงสุดจากการปรากฏตัวของคนดัง
บทบาทของอินฟลูเอนเซอร์ไทยในการขับเคลื่อนกระแสและเทรนด์

อินฟลูเอนเซอร์ไทยเป็นตัวขับเคลื่อนเทรนด์บนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่กว่า 60% ติดตามและมีส่วนร่วมกับกระแส ปรากฏการณ์ ‘เออ-ออ’ (Euh-Or) อธิบายถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค: ‘เออ’ (Euh) คือการเห็นเทรนด์หรือสินค้าแล้วตัดสินใจว่า “น่าลอง” ส่วน ‘ออ’ (Or) คือผลลัพธ์ที่ตามมา เช่น การไปรอต่อคิวหรือซื้อสินค้าที่กำลังเป็นไวรัล เทรนด์อาหาร เช่น หมูเด้งและ Popmart สร้างเอนเกจเมนต์รวมกว่า 952 ล้านครั้ง และผลักดันการใช้จ่าย

กลุ่ม Finfluencers หรือ Influencer ด้านการเงิน เป็นอีกตัวอย่างของ Influencer Marketing ที่เข้าถึง Gen Z อย่างตรงจุด โดยเนื้อหาแบบสั้นบน TikTok และ YouTube ช่วยเพิ่ม Engagement สูง หัวข้อยอดนิยม ได้แก่ การลงทุนทองคำและการวางแผนเกษียณเร็ว
โลก Creator Economy ทำให้ Gen Z ไม่เพียงติดตามอินฟลูเอนเซอร์ไทย แต่ยังต้องการเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ของตัวเอง (Content Creator) 18% ของผู้ใช้โซเชียลมีเดียในไทย โดยเฉพาะในความงามและแฟชั่น แบรนด์สามารถใช้ Affiliate Influencer Marketing ผสมครีเอเตอร์หลายขนาด ตั้งแต่ Mega, Micro ไปจนถึง Nano เพื่อสร้าง Awareness และ Engagement พร้อมผลลัพธ์เชิงธุรกิจ
การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ใช่เลือกแค่คนดัง แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับแบรนด์

การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ไม่ควรวัดแค่ความดังหรือจำนวนผู้ติดตาม แต่ต้องพิจารณาว่าใครเหมาะกับสินค้าและเป้าหมายของแบรนด์ที่สุด การเข้าใจ KPI เช่น Engagement, Mentions และ Follower Quality จะช่วยให้การเลือกมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เครื่องมืออย่าง Influencer Directory ช่วยให้แบรนด์วิเคราะห์และเปรียบเทียบอินฟลูเอนเซอร์ไทยได้อย่างแม่นยำ ผ่านฟีเจอร์หลักดังนี้
| Influencer Score | คะแนนประสิทธิภาพของอินฟลูเอนเซอร์เทียบกับกลุ่มเดียวกัน คำนวณจาก Engagement, Follower และ Activity | ช่วยเปรียบเทียบและเลือกอินฟลูที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่แค่คนดัง |
| Engagement | การมีส่วนร่วมของผู้ติดตาม เช่น ไลก์ คอมเมนต์ แชร์ | วัดว่าผู้ติดตามสนใจจริงหรือไม่ ช่วยคาดการณ์ ROI และป้องกันการลงทุนในอินฟลูที่ไม่สร้างผลลัพธ์ |
| Followers | จำนวนผู้ติดตามและการเติบโต | ช่วยประเมินขนาดกลุ่มเป้าหมายและเลือกอินฟลูที่ตรงกับตลาดที่ต้องการเข้าถึง |
| Content Discovery | ค้นหาอินฟลูตามคำ, แฮชแท็ก หรือชื่อแคมเปญ | วิเคราะห์ว่าคอนเทนต์ใดมี Engagement ดี เหมาะกับแบรนด์ และตรงกับแคมเปญ |
| Content Insights | วิเคราะห์คำที่ใช้บ่อย, Word Cloud, และภาพจากคอนเทนต์ | เข้าใจสไตล์และแนวทางคอนเทนต์ของอินฟลู เพื่อปรับคอนเทนต์ให้เข้ากับแบรนด์ |
| Audience Insights | ข้อมูลผู้ติดตาม เช่น ความสนใจและพฤติกรรมบน Facebook / Instagram | เลือกอินฟลูตรงกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มความแม่นยำของการเข้าถึง |
| Relation / Network | ดูความสัมพันธ์กับบัญชีอื่น, การถูกเมนชั่นจากแบรนด์, อินฟลูที่คล้ายกัน | หาอินฟลูที่มีอิทธิพลในกลุ่มเฉพาะ และประเมินโอกาสสร้าง Engagement ร่วมกับแบรนด์อื่น |
| Campaign Comparison | เปรียบเทียบ Performance ของหลายอินฟลูในแคมเปญเดียว | ช่วยตัดสินใจเลือกอินฟลูที่เหมาะสมที่สุด สร้างผลลัพธ์สูงสุดทั้ง Awareness และ Conversion |
เครื่องมือ AI สำหรับเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่ใช่
เครื่องมือ Influencer Directory เป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับนักการตลาดในการค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ไทย ที่เหมาะกับแบรนด์ ไม่ใช่แค่เลือกคนดังแต่เป็นคนที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง โดยระบบใช้ AI วิเคราะห์ Engagement, Followers, Mentions และคอนเทนต์ ของอินฟลูแต่ละคน ทำให้สามารถเลือกผู้ที่ตรงกับแคมเปญ ไม่ว่าจะเน้น Awareness, Engagement หรือ Conversion ได้อย่างแม่นยำ
สนใจค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ไทย ที่เหมาะกับแบรนด์คุณ พร้อมวัดผลและวิเคราะห์ด้วย AI ลองใช้ Influencer Directory วันนี้ ติดต่อทีมของเราเพื่อเริ่มแคมเปญที่ตรงใจและได้ผลจริงที่นี่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอินฟลูเอนเซอร์ไทย
Nano & Micro ยังเหมาะกับทำ Affiliate Marketing ไหม?
ยังคงเหมาะอยู่เพราะ Engagement สูง เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะทาง สร้างความน่าเชื่อถือ และค่าตัวไม่แพง เหมาะกับการสร้างคอมมูนิตี้เพื่อโปรโมทสินค้าอย่างต่อเนื่อง
อินฟลูเอนเซอร์ต่างจาก TikToker ยังไง?
อินฟลูเอนเซอร์คือผู้มีอิทธิพลบนโซเชียลมีเดีย ส่วน TikToker คืออินฟลูเอนเซอร์ที่เน้นวิดีโอสั้นบน TikTok เจาะกลุ่มวัยรุ่น และคอนเทนต์สนุกเป็นธรรมชาติ ขณะที่อินฟลูเอนเซอร์ทั่วไปอยู่หลายแพลตฟอร์มและเข้าถึงทุกวัย
KOL ต่างจากอินฟลูเอนเซอร์ยังไง?
KOL Marketing คือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้ข้อมูลเชิงลึก ส่วน Influencer คือผู้มีอิทธิพลบนโซเชียลที่สร้างกระแสและเข้าถึงผู้คนจำนวนมากด้วยไลฟ์สไตล์และความบันเทิง
Virtual Influencer สามารถทำ Affiliate Influencer ได้ไหม?
Virtual Influencer สามารถทำ Affiliate Influencer ได้เหมือน Influencer ทั่วไป เพราะหัวใจหลักคือการมีผู้ติดตามที่สนใจเนื้อหาและเชื่อมั่นในตัวตน ซึ่งแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Instagram หรือแม้แต่ Amazon ก็เปิดรับแนวทางนี้อยู่แล้ว




