เทรนด์สุขภาพ เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์หนึ่งที่มั่นคงมาระยะเวลาหนึ่งแล้วและยังไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลง แต่ถึงอย่างนั้นกระแสของการรักสุขภาพก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจนต้องเฝ้าจับตาดูอย่างระมัดระวังว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป 

ทำให้แบรนด์สุขภาพอย่างพวก Wellness ความงาม โรงพยาบาล คลินิก แม้แต่ประกับกับ HealthTech ต้องคอยจับตาดู Trend หรือกระแสว่าจะวิ่งไปทางไหน, เสียงบนโซเชียลมีเดีย (Social Voice) ว่าคนพูดถึงอะไรในด้านบวกหรือลบอย่างไร ทั้งยังต้องดูกิจกรรมของแต่ละแบรนด์ว่าเป็นอย่างไรด้วย ซึ่งในบทความนี้จะช่วยให้เข้าใจการติดตามเทรนด์สุขภาพว่าติดตามอย่างไรจะได้ผลดีที่สุด

เทรนด์สุขภาพ 2026

Key Takeaways

  • เทรนด์สุขภาพ 2026 คนเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ผ่อนคลายและเหมาะกับการดูแลตัวเองในระยะยาวมากขึ้น ทำให้สินค้าหรือบริการที่ช่วยให้ผู้บริโภคใช้หรือติดตามสุขภาพในชีวิตประจำวันได้จะได้รับความสนใจมากขึ้น
  • คนบนโซเชียลเริ่มพูดถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่เน้นการใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันมากขึ้น
  • แบรนด์สามารถใช้ Social Listening ในการจับ Consumer Voice ด้วยการติดตาม Keyword เพื่อเก็บข้อมูลคำบ่นหรือ Pain Points ที่ผู้บริโภคมี สินค้าหรือทางออกที่ผู้บริโภคใช้แก้ปัญหาและคำที่เกี่ยวกับแบรนด์หรือคู่แข่งเพื่อดูแนวทางพัฒนา
  • แบรนด์สามารถใช้ Message Center ในการแจ้งเตือนกระแสใหม่หรือเทรนด์ใหม่จากการตาม Keyword ที่มีการพูดถึงเพิ่มมากขึ้นหรือเกิด Negative Sentiment ที่ผิดปกติทำให้ได้รู้ปัญหาที่อาจเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ต่อไปได้ 

Table of Contents

เทรนด์สุขภาพ 2026 ทำไมแบรนด์ต้องเริ่มจาก Social Voice

ทำไมแบรนด์ต้องเริ่มจาก Social Voice

“สุขภาพ” กลายเป็นคำที่มีการพูดถึงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเรื่องสุขภาพนั้นครอบคลุมในทุกด้านตั้งแต่การกิน การนอน การออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพ น้ำหนัก ฮอร์โมน การใช้แอปสุขภาพ ไปจนถึงการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ซึ่งเทรนด์เหล่านี้เริ่มจากการพูดถึงของผู้บริโภค เช่น อยากนอนได้ดีขึ้น, อยากมีการพักผ่อนที่มีคุณภาพ, มีปัญหาเหนื่อยง่าย, อยากลดหวานลง, สมาร์ทวอชแม่นไหม, ปรึกษาหมอออนไลน์เชื่อถือได้ไหม เป็นต้น จะเห็นได้ว่าการพูดถึงเหล่านี้นับเป็น Social Voice ที่ทำให้นักการตลาดสามารถหาเทรนด์และอัปเดตเทรนด์แบบเรียลไทม์ได้


6 เทรนด์สุขภาพที่น่าจับตามองในปี 2026

เทรนด์สุขภาพเป็นเทรนด์ที่มีการพูดถึงมาได้พักใหญ่แล้วทำให้มีเทรนด์ที่น่าจับตามองในแต่ละปีต่างกันไป โดยในปี 2026 จะมีด้วยกัน 6 เทรนด์ ดังนี้

1. Longevity & Healthy Aging: สุขภาพระยะยาวกลายเป็นการลงทุน

longevity trend
เทรนด์สุขภาพระยะยาว
ข้อมูลจาก Zocial Eye บนหน้า Campaign View วันที่ 1 Jan 2025 – 26 May 2026 แสดงข้อความที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ Longevity มีจำนวนเยอะขึ้น มีผู้คนเริ่มพูดถึงมากขึ้นตั้งแต่มกราคมปี 2026 เป็นต้นมา

เมื่อมีความสนใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ทำให้คนเริ่มมองว่าสุขภาพนั้นคือการลงทุนระยะยาวที่ต้องเริ่มจากวันนี้สะสมเหมือนดอกเบี้ยทบต้นต่อไปให้งอกเงยในวันข้างหน้า 

ดังนั้นการหันมาใส่ใจสุขภาพจึงไม่ใช่การรักษาตัวเมื่อป่วยเป็นครั้งคราวอีกต่อไป ทำให้การพูดถึงสุขภาพกลายเป็นเรื่องระยะยาวด้วยเช่นกัน แบรนด์จึงควรมองหา Social Listening Tool อย่าง Zocial Eye มาคอยจับตาดูว่าการพูดถึง “Longevity, ชะลอวัย, Healthy Aging” เกิดขึ้นในมุมไหนบ้าง เช่น 

  • อยากดูอ่อนกว่าวัย
  • กลัวป่วยตอนแก่
  • อยากมีแรงทำงานได้นานขึ้น
  • สนใจตรวจสุขภาพเชิงลึก
  • สนใจอาหารเสริมและโปรแกรมสุขภาพ
  • กังวลเรื่องราคาและความน่าเชื่อถือ

2. Preventive Health & Personalized Nutrition: คนเริ่มดูแลก่อนป่วย

ดูแลตัวเองก่อนป่วย
ข้อความการลงทุนเรื่องสุขภาพในระยะยาว
ข้อมูลจาก Zocial Eye บนหน้า Campaign View วันที่ 1 Jan 2025 – 26 May 2026 แสดงตัวอย่าง Massage ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเรื่องสุขภาพในระยะยาว 

ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าการป่วยไข้นั้นไม่ใช่เรื่องที่มีความสุข คนจึงเริ่มหันมาสนใจการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและทำความเข้าใจกับร่างกายของตัวเองมากขึ้น เช่น ตรวจสุขภาพ ตรวจฮอร์โมน ตรวจภูมิแพ้ เป็นต้น 

จากนั้นก็เริ่มมีการวางแผนโภชนาการเฉพาะบุคคลหรือโปรแกรมสุขภาพเฉพาะบุคคล ซึ่งการทำ Social Listening ในจุดนี้แบรนด์ควรดู Customer Pain ที่เกิดขึ้นว่าก่อนการซื้อหรือใช้บริการ เช่น อยากตรวจสุขภาพแต่ไม่รู้ว่าควรจะตรวจอะไรบ้าง กังวลเรื่องความคุ้มค่า หรือตรวจแล้วไม่เข้าใจผลที่ได้รับ อยากได้คำแนะนำที่เหมาะกับตัวเอง เป็นต้น

3. AI Health & Telemedicine: เทคโนโลยีสุขภาพเข้าใกล้ชีวิตประจำวัน

เทคโนโลยีสุขภาพในชีวิตประจำวัน
ข้อมูลจาก Zocial Eye บนหน้า Campaign View วันที่ 1 Jan 2025 – 26 May 2026 แสดงตัวอย่าง Massage เทคโนโลยี Smartwatch ที่สามารถเช็กสุขภาพได้เองง่าย ๆ
ตัวอย่างข้อความเทรนด์สุขภาพบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับต้องการเทคโนโลยีสุขภาพที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้สะดวกขึ้น
ตัวอย่างข้อความเทรนด์สุขภภาพ
ข้อมูลจาก Zocial Eye บนหน้า Campaign View วันที่ 1 Jan 2025 – 26 May 2026 แสดงตัวอย่าง Massage ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการเทคโนโลยีสุขภาพที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้สะดวกขึ้น 

เมื่อเกิดเทรนด์สุขภาพขึ้นมาแต่ผู้คนต่างก็มีเงื่อนไขและข้อจำกัดในการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญทำให้เกิดเทคโนโลยีสุขภาพที่ทำให้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายอย่างพวก AI Health, Telemedicine, Health App , Smartwatch และ Remote Monitoring ที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายในชีวิตประจำวัน 

ดังนั้นแบรนด์จึงควรดู Customer Voice อย่างเช่น สะดวกเพราะไม่ต้องเดินทาง, ไม่มั่นใจเพราะกลัววินิจฉัยผิด, แพงเพราะไม่รู้ว่าคุ้มไหม, กลัวข้อมูลส่วนตัวเพราะเกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพ, อยากได้คำแนะนำที่เข้าใจง่ายเพราะข้อมูลสุขภาพซับซ้อน เป็นต้น

4. Wearable Health: ข้อมูลสุขภาพถูกเช็กทุกวัน

เช็กข้อมูลสุขภาพทุกวัน
ข้อมูลจาก Zocial Eye บนหน้า Trend View วันที่ 1 Jan 2025 – 26 May 2026 แสดงเทรนด์การอัปเดตสุขภาพหลังออกกำลังกาย ผลลัพธ์การลดน้ำหนัก

เมื่อคนต้องการทราบข้อมูลสุขภาพของตัวเองในชีวิตประจำวัน Wearable Health จึงเป็นทางออกที่น่าสนใจเพราะไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์นับก้าวเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่สามารถติดตามสุขภาพประจำวันที่จะช่วยดูว่า การนอนเป็นอย่างไร อัตราการเต้นของหัวใจ ความเครียด การติดตามแคลอรี่ หรือ Cycle Tracking ต่างๆ เป็นต้น 

ดังนั้นแบรนด์ควรจะดูว่าเป้าหมายของการใช้งาน Wearable Health คืออะไร เช่น ต้องการนอนให้ดีขึ้น อยากลดน้ำหนัก อยากวัดรอบเดือน อยากติดตามการออกกำลังกาย อยากดูว่าอุปกรณ์มีความแม่นยำมากแค่ไหน เป็นต้น 

5. Mental Wellness & Sleep Quality: สุขภาพจิตและการนอนกลายเป็น Routine

สุขภาพจิตและคุณภาพการนอน
ข้อมูลจาก Zocial Eye บน Word clouds วันที่ 1 Jan 2025 – 26 May 2026 แสดง Message ที่เกี่ยวกับความเครียด สุขภาพจิต คุณภาพการนอน การรักษาระดับฮอร์โมน

ในช่วงที่เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรงนี้ผู้คนเริ่มรับรู้แล้วว่าสุขภาพจิตและคุณภาพการนอนส่งผลต่อร่างกายอย่างมากจึงกลายเป็นหัวข้อหลักที่ผู้คนให้ความสนใจโดยเฉพาะกับความเครียด อาการ Burnout การวิตกกังวล การทำ Digital Detox หรือการติดตามคุณภาพการนอน เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้พักผ่อนอย่างจริงจัง 

ดังนั้นแบรนด์จึงควรดูว่าจะสรุปเทรนด์แบบไหนได้บ้าง เช่น ความเครียดจากการทำงาน การนอนไม่หลับ การหลับไม่ลึกหรือการตื่นมาไม่สดชื่น การใช้มือถือก่อนนอน หรือการพบแพทย์เพื่อตรวจระดับฮอร์โมนให้อยู่ในสภาวะปกติ เป็นต้น

6. Health Activity & Behavior Change: คนมองกิจกรรมสุขภาพเป็นเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง

กิจกรรมเพื่อสุขภาพในทุกวัน
ข้อมูลจาก Zocial Eye วันที่ 1 Jan 2025 – 26 May 2026 แสดงถึง Vioce บน Social Media ที่เริ่มพูดถึง Health Activity มากขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2026

อีกหนึ่งเทรนด์สุขภาพที่กำลังเป็นที่สนใจคือการเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อเพิ่มกิจกรรมสุขภาพ เช่น เพิ่มการเดิน การวิ่ง การออกกำลังกายอย่างโยคะ ฟิตเนส มีการเลือกอาหารเพื่อสุขภาพ ลดพุง Diet การนับแคล ลดน้ำตาล เข้ามาเพิ่ม 

ดังนั้นแบรนด์จึงควรดูว่า Activity หรือกิจกรรมแบบไหนที่จะถูกพูดถึงในฐานะดูแลสุขภาพได้จริง เช่น การเดินให้ครบจำนวนก้าว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การพักผ่อนให้เพียงพอ การเลือกอาหารที่เป็นประโยชน์ หรือการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ เป็นต้น

กิจกรรมเพื่อสุขภาพในทุกวัน
ข้อมูลจาก Zocial Eye บน Hashtag clounds วันที่ 1 Jan 2025 – 26 May 2026

เทคนิคการวาง Structure Keyword บน Zocial Eye สำหรับจับเทรนด์สุขภาพ

สำหรับการวาง Structure Keyword บน Zocial Eye เพื่อจับเทรนด์สุขภาพให้ครอบคลุมรอบด้านเพื่อทำ Social Media Marketing ที่ตรงกระแส โดยเราสามารถแบ่งการจับตามองคีย์เวิร์ดออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ดังนี้

  • Health Trend Cluster 

เป็นการใช้ Keyword อย่างคำว่า สุขภาพ, health, ดูแลสุขภาพ, ชะลอวัย 

มาดูภาพกว้างว่าตอนนี้นิยามของคำว่า ‘สุขภาพดี’ บนโซเชียลเป็นอย่างไรเพื่อดูเทรนด์ใหม่ ๆ ที่กำลังมาถือเป็นการมองภาพรวมก่อนจะแยกย่อยเป็นหมวดหมู่อื่น

  • Activity Cluster 

สำหรับการดูกลุ่มกิจกรรมเป็นการดูว่าการดูแลสุขภาพในเวลานี้จะสื่อถึงกิจกรรมใดบ้าง เช่น ออกกำลังกาย เข้ายิม เวทเทรนนิ่ง ปรุงอาหารเอง นอนครบ 8 ชั่วโมง เป็นต้น ซึ่งการดูกลุ่มนี้จะช่วยให้แบรนด์เข้าใจไลฟ์สไตล์และหาจังหวะในการเข้าหาผู้บริโภคได้ถูกเวลา

  • Concern Cluster 

เป็นการดูจุดกังวลหรือ Pain Point ของผู้บริโภคว่ามีความกลัวหรืออุปสรรคอะไรเกี่ยวกับสุขภาพบ้างเพื่อสร้างคอนเทนต์หรือพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ได้มากขึ้น เช่น พุงหมาน้อย ท้องผูก อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ เป็นต้น 

โดยสามารถให้ฟีเจอร์ Sentiment Analysis ของ Zocial Eye ช่วยวิเคราะห์ความรู้สึกออกมาว่าคีย์เวิร์ดไหนเป็นตัวที่มีปริมาณสูง มีความกังวลมาก ก็นำคีย์เวิร์ดนั้นมาต่อยอดให้เป็นโอกาสทางธุรกิจต่อไปได้

  • Product หรือ Service Cluster 

เป็นการส่องดูว่าผู้บริโภคมีการจับคู่ปัญหาที่ Concern กับสินค้าหรือบริการอะไรมาแก้ปัญหา เช่น คีย์เวริ์ด ‘โพรไบโอติกส์’ เพื่อแก้ปัญหาท้องผูก คีย์เวิร์ด ‘โปรตีนพืช’ เพื่อแก้ปัญหาการสร้างกล้ามเนื้อ เป็นต้น 

  • Competitor หรือ Brand Cluster 

เป็นการส่องคู่แข่งในอุตสาหกรรมสุขภาพโดยใช้ Share of Voice (SOV) ของ Zocial Eye มาเปรียบเทียบดูว่ามีการพูดถึงเป็นอย่างไร มีมากแค่ไหน ถ้าสูงกว่าแบรนด์ของเราแล้วบทสนทนาเหล่านั้นมาจากช่องทางไหนบ้าง

หลักการใช้คำที่ช่วยให้การจับ Keyword ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามต้องการบน Zocial Eye

แบรนด์จะจับสัญญาณก่อนกลายเป็นกระแสใหญ่ได้อย่างไร?

เมื่อเราจับตามอง Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์สุขภาพแล้ว แน่นอนว่าจะต้องได้เห็นทิศทางการเติบโตของเทรนด์สุขภาพ ได้อย่างชัดเจน แต่จะมีสัญญาณแบบไหนที่บอกได้ว่านี่คือโอกาสสำคัญหรือจุดเปลี่ยนที่จะพลาดไม่ได้ โดยจุดที่ควรสนใจจะมีด้วยกัน 3 แบบ ดังนี้

  • การแจ้ง Alert เมื่อ Keyword เริ่มโตผิดปกติ เช่น คีย์เวิร์ด “Telemedicine” ถูกพูดถึงเพิ่มมากขึ้นอย่างผิดปกติเมื่อเกิดข่าวด้านสุขภาพ, คีย์เวิร์ด “Sleep Score” ถูกพูดถึงมากขึ้นเมื่อมี Creator รีวิวอุปกรณ์ เป็นต้น
  • การแจ้ง Alert เมื่อ Negative Sentiment เพิ่มขึ้น เช่น มีการพูดถึง “โปรตีนพืช” ว่าไม่น่าเชื่อถือและราคาแพงสูงขึ้น แบรนด์สามารถแก้ไขปัญหาและใช้เสียงบ่นนี้ให้เป็นโอกาสทางธุรกิจได้
  • การแจ้ง Alert เมื่อเกิดโอกาสสำหรับ Real-time Content เป็นการแจ้งเตือนเมื่อมี Keyword ใหม่หรือพฤติกรรมใหม่ด้านสุขภาพเกิดขึ้นโดยที่ปริมาณคำนี้อาจจะยังถูกพูดถึงไม่เยอะ แต่ถือเป็นสัญญาณได้ว่าสิ่งนี้กำลังจะมาช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าร่วมการสนทนาได้เป็นคนแรกๆ และส่งผลให้แบรนด์ดูทันสมัยเข้าใจผู้บริโภคได้มากขึ้น

โดยการแจ้ง Alert ทั้งสามความผิดปกตินี้สามารถใช้ฟีเจอร์ Message Center ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นห้องควบคุมส่วนกลางคอยจับพฤติกรรมของข้อมูลและแจ้งเตือนเมื่อมีความผิดปกติหรือเกิดสถานการณ์ตามเงื่อนไขที่ถูกแจ้งไว้โดยไม่จำเป็นต้องเฝ้าระวังหรือนั่งคัดกรอง Data ด้วยตนเอง ช่วยให้ข้อมูลบนโซเชียลกลายเป็นอาวุธทางการตลาดที่พร้อมใช้งานได้ทันทีเลย


เทรนด์สุขภาพ 2026 ต้องดูทั้งกระแส คนพูด และสัญญาณที่ต้องรีบลงมือ

การพูดถึงสุขภาพยังคงไม่จางหายไปในเร็ววันและเทรนด์สุขภาพ 2026 ก็ยังเป็นที่น่าจับตาโดยหากอยากรู้ว่าแทรนด์สุขภาพใดกำลังมาแรงบนโซเชียล และมีประเด็นไหนบ้างที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ของคุณแบบไม่พลาดทุกรายละเอียดลองให้ Zocial Eye ช่วยส่องวิธีการหาพฤติกรรมผู้บริโภคบนโซเชียลมีเดีย ติดตามทุกข้อมูล Social Voice พร้อมวิเคราะห์ Sentiment ว่าการพูดถึงนี้กำลังกล่าวถึงด้วยความรู้สึกแบบใดและตรวจจับสัญญาณจาก Top Posts, Top Hashtags และ Top Users รวมถึงอินไซต์จากแคมเปญได้ในที่เดียว ทั้งยังมีฟีเจอร์ Message Center ที่ช่วยแจ้งเตือนสัญญาณสำคัญให้ทีมไม่พลาดจังหวะที่ควร Action อีกด้วย


FAQ คำถามที่พบบ่อย

1. เทรนด์สุขภาพ 2026 มีอะไรน่าจับตามอง?

เทรนด์สุขภาพ 2026 ที่น่าจับตามองในตอนนี้มี 6 เทรนด์ด้วยกันได้แก่

  • Longevity & Healthy Aging: การลงทุนเพื่อสุขภาพระยะยาวแบบยั่งยืน
  • Preventive Health & Personalized Nutrition: คนเริ่มดูแลตัวเองก่อนป่วย
  • AI Health & Telemedicine: การติดตามสุขภาพในชีวิตประจำวันด้วยเทคโนโลยี
  • Wearable Health: การเช็กข้อมูลสุขภาพด้วยอุปกรณ์ที่สามารถอ่านข้อมูลได้ทุกวัน
  • Mental Wellness & Sleep Quality: การใส่ใจในคุณภาพการนอนและสุขภาพจิตเพื่อสุขภาพดีที่แท้จริง
  • Health Activity & Behavior Change: การปรับหรือเพิ่มพฤติกรรมเล็ก ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าในทุก ๆ วัน

2. Social Listening ช่วยจับเทรนด์สุขภาพได้อย่างไร?

> การใช้เครื่องมือ Social Listening เข้ามาช่วยจับตามองความเคลื่อนไหวของโซเชียลมีเดีย จะไม่ใช่การดูแค่ยอดไลก์หรือการเข้าถึง แต่จะเป็นเหมือนการใช้เครื่องตรวจจับพฤติกรรมมนุษย์แบบ Real-time ที่ช่วยดูพฤติกรรมซ่อนเร้นและแปลงออกมาเป็นตัวเลขที่วัดผลได้ คอยจับจุดเปลี่ยนหรือกระแสเล็ก ๆ ที่อาจกลายเป็นกระแสหลัก 

พร้อมคัดแยกความรู้สึกด้วย Sensiment Analysis เพื่อแยกว่าสิ่งที่พูดถึงหรือกระแสนั้นเป็นกระแสที่เป็นด้านบวกหรือด้านลบ รวมถึงการแยกประเภทของกลุ่มผู้บริโภคที่อาจมีความต้องการต่างกันแม้จะเป็นเรื่องสุขภาพเหมือนกันก็ตาม


3. เทรนด์สุขภาพบนโซเชียลมีเดียดูจากอะไรได้บ้าง?

> เทรนด์สุขภาพบนโซเชียลมีเดียสามารถดูได้จาก 4 มิติสำคัญ คือ พฤติกรรมการแชร์ซึ่งเป็นการดู Intent Actions  การเติบโตของบทสนทนาเฉพาะกลุ่มหรือการดู Volume และ Spikes ความต้องการของฝั่งผู้บริโภคหรือการดู Search Intent & Visual Trends และ Sentiment กับการโต้แย้ง 


4. Social Listening ต่างจากการดู Google Trends อย่างไร?

> ความแตกต่างระหว่าง Social Listening กับ Google Trend นั้นอย่างแรกคือช่องทางในการเก็บข้อมูลต่างกัน เพราะ Social Listening คือการรับฟังและเก็บข้อมูลบนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม ขณะที่ Google Trends จะเก็บข้อมูลการค้นหาจาก Google และ Youtube เท่านั้น ทำให้ประเภทข้อมูลที่ได้ต่างกัน โดย Social Listening จะได้พฤติกรรมการแสดงความคิดเห็น การรีวิว การบ่น ไลฟ์สไตล์ ส่วน Google Trends จะได้ความสนใจ การค้นหาเพื่อต้องการคำตอบ เรียกว่าต่างกันมากเลยทีเดียว


5. แบรนด์จะรู้ได้อย่างไรว่าเทรนด์สุขภาพไหนเป็นกระแสจริง?

> อย่างแรกเลยคือการดูที่ Volume กับ Spike เพราะหากมีการพุ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ พร้อมกับมีการขยายวงเพิ่งประเภทผู้พูดออกไปหลายกลุ่ม พร้อมกับมียอดการซื้อที่เพิ่มขึ้นก็ถือว่ากระแสที่ได้มาเป็นกระแสจริงได้แล้ว