ในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นช่องทางสำคัญที่ใช้ในการสื่อสารและการตลาด การเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคบนโลกออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่เคย การรู้ว่าลูกค้าของคุณสนใจอะไร พูดถึงอะไร หรือมองหาอะไร จะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับกลยุทธ์การสื่อสารและการตลาดให้ตรงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่คำถามคือ เราจะค้นพบพฤติกรรมเหล่านั้นได้อย่างไร? 

Zocial Eye คือ เครื่องมือที่จะช่วยเปิดประตูสู่ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถติดตาม วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลสำคัญจากโซเชียลมีเดีย มาเรียนรู้วิธีการหาพฤติกรรมของผู้บริโภคในแบบที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน พร้อมนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณได้ทันทีด้วย Zocial Eye กันดีกว่า

Table of Contents

พฤติกรรมผู้บริโภคหรือ Customer Behavior คืออะไร? 

พฤติกรรมผู้บริโภค (Customer Behavior) คือ การศึกษาและการทำความเข้าใจถึงรูปแบบ ความต้องการ แรงจูงใจ และการตัดสินใจของผู้บริโภคที่มีผลต่อการเลือกซื้อสินค้าและบริการ การเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคจึงมีความสำคัญอย่างมากในการทำการตลาด เพราะช่วยอธิบายได้ว่าผู้บริโภคตัดสินใจอย่างไรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จะซื้อ เมื่อไร และซื้อจากใคร

ดังนั้น นักการตลาดสามารถพัฒนากลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ จากการกำหนดเป้าหมายผู้บริโภคที่เหมาะสมด้วยข้อความที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสมได้โดยการทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะบนโลกโซเชียลมีเดียที่ในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่นักการตลาดสามารถใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำมากขึ้น 

นักการตลาดจึงควรที่จะศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคจากเสียงที่เป็น “Social Voice” มากขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้นักการตลาดมองเห็นความคิดที่แท้จริงจากพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของผู้บริโภค

ทำไมการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคถึงสำคัญกับการทำการตลาด

การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคที่สำคัญกับการทำการตลาด

การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค หรือการทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำการตลาดในหลายแง่มุม ดังต่อไปนี้

  1. ช่วยให้เข้าใจเส้นทางลูกค้า (Customer Journey)

การติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคช่วยให้เราเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ที่ลูกค้าผ่าน Customer Journey ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ตั้งแต่การรับรู้แบรนด์ การค้นหาข้อมูล การเปรียบเทียบ ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ และการกลับมาซื้อซ้ำ การเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคเหล่านี้จะช่วยทำให้แบรนด์สามารถปรับกลยุทธ์การตลาดให้ตอบโจทย์ในแต่ละขั้นตอนได้มากยิ่งขึ้น

  1. ใช้ในการแบ่งกลุ่มเป้าหมาย (Segmentation)

การรู้พฤติกรรมของผู้บริโภคจะช่วยแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็นประเภทต่าง ๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการทำการตลาดได้ตามความต้องการ ซึ่งการรู้ถึงแรงจูงใจและลักษณะเฉพาะของกลุ่มเป้าหมายที่มีพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกัน เช่น กลุ่มที่เน้นความคุ้มค่า กลุ่มที่สนใจแบรนด์หรู กลุ่มที่มุ่งเน้นคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม ฯลฯ จะช่วยให้การส่งข้อความทางการตลาดแม่นยำและตรงจุดยิ่งขึ้น

  1. สร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้า (Customer Relationship)

การติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภค ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เช่น การแนะนำสินค้าหรือบริการที่ตรงใจ การตอบคำถามหรือข้อสงสัยได้อย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

  1. รู้ทันเทรนด์ที่นำมาสร้างแผนการตลาดได้เร็วขึ้น (Trend Prediction)

ข้อมูลจากพฤติกรรมผู้บริโภคช่วยให้นักการตลาดคาดการณ์แนวโน้มของตลาดในอนาคต เช่น การเปลี่ยนแปลงของความต้องการหรือเทรนด์ใหม่ ๆ ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถวางแผนและปรับกลยุทธ์ได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น

แบรนด์จะได้อะไรจากการทำการตลาดให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้บริโภค

การทำการตลาดให้เหมาะกับพฤติดรรมของผู้บริโภคนั้นส่งผลดีต่อธุรกิจในหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น…

  • ช่วยในการเพิ่มยอดขาย: จากการที่แบรนด์สามารถหาวิธีการนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้มากขึ้น เช่น การใช้โปรโมชั่นที่ลูกค้าให้ความสนใจมากที่สุด ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เป็นต้น
  • รักษาฐานลูกค้าให้แบรนด์: ด้วยการที่แบรนด์จะวางแผนสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า (Customer Experience) ที่ต่อเนื่องได้มากขึ้น เช่น ออกแคมเปญการตลาดแบบ Exclusive ให้กับลูกค้าเก่าของแบรนด์โดยเฉพาะ และนำเสนอโปรโมชั่นในรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ เป็นต้น
  • เพิ่มความจงรักภักดีของลูกค้า: การทำการตลาดที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของลูกค้า และการปรับปรุงสินค้าหรือบริการตามคำติชมอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเปลี่ยนจากลูกค้าขาจรมาเป็นลูกค้าประจำที่พร้อมจะแนะนำแบรนด์ของเราให้กับผู้อื่น (Brand Advocate) รู้จัก
  • ช่วยลดต้นทุนด้านการทำการตลาด: จากการตัดแผนการสื่อสารที่ไม่ตรงกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการออกไป และเน้นรับฟังเสียงของผู้บริโภคว่าต้องการอะไรเป็นหลัก ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดน้อยลง
  • สร้างความแตกต่างและความได้เปรียบทางการแข่งขัน: แบรนด์สามารถนำเสนอกลยุทธ์ที่แตกต่างและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ดีขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ช่วยเพิ่มโอกาสให้แบรนด์เป็นตัวเลือกแรกในใจผู้บริโภค

นักการตลาดสามารถหาและวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคด้วย Social Listening ได้อย่างไรบ้าง?

วิธีที่แบรนด์สามารถทำการรวบรวมข้อมูล เพื่อหาว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นเป็นแบบไหน สามารถใช้ได้หลายวิธี เช่น การใช้เครื่องมือทางการตลาด Social Listening Tool, CRM, CDP หรือการเก็บพฤติกรรมการใช้งานบนช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์, แอปพลิเคชัน โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม การเก็บข้อมูลการซื้อขายสินค้า ตั้งแต่ความชื่นชอบและคาดการณ์พฤติกรรมของลูกค้าไว้ล่วงหน้า การทดลองทางการตลาด หรืออาจเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์ลูกค้าโดยตรง

ยกตัวอย่างวิธีที่สามารถหาพฤติกรรมผู้บริโภคที่ง่ายและรวดเร็วในปัจจุบันนี้ คือ การใช้เครื่องมือทางการตลาดอย่าง Social Listening Tool เนื่องจากปัจจุบันในชีวิตประจำวันของคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตต่อวันเฉลี่ยอยู่ที่ 7 ชั่วโมง 58 นาที เป็นไปได้ว่าความคิดเห็นที่อยู่ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ จะเผยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นได้ 

โดยพฤติกรรมของผู้บริโภคสามารถวิเคราะห์ออกมาได้หลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น การแบ่งพฤติกรรมผู้บริโภคตาม Marketing Funnel ได้แก่

  • Stage 1 : Awareness 

เป็นขั้นตอนที่ลูกค้าหรือผู้บริโภคมีการรับรู้ต่อแบรนด์ เช่น เริ่มรู้จักแบรนด์ สินค้าหรือบริการผ่านโฆษณา สื่อโซเชียลมีเดีย การรีวิว หรือการบอกต่อบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้เครื่องมือ Social Listening ในการรวบรวมข้อมูลที่มีลักษณะการกล่าวถึงชื่อแบรนด์หรือชื่อสินค้าของแบรนด์ซึ่งอยู่บนโพสต์และคอมเมนต์ เพื่อใช้ในการดูปฏิสัมพันธ์ของผู้บริโภคในช่องทางที่แบรนด์สื่อสารออกไปบนโลกออนไลน์

  • Stage 2 : Consideration 

เป็นขั้นตอนที่แสดงถึงความสนใจของผู้บริโภค ลูกค้าเปรียบเทียบตัวเลือกที่มี อย่างเช่น การเปรียบเทียบราคา คุณสมบัติของสินค้า และการรีวิว ซึ่งแบรนด์สามารถดูข้อมูลของเสียงผู้บริโภคที่มีอยู่บนโซเชียลมีเดีย เพื่อหาว่า ผู้บริโภคให้ความสนใจในเรื่องอะไร มีข้อมูลไหนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อบ้าง โดยการใช้ Social Listening Tools ในการติดตามกลุ่มคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่ผู้บริโภคใช้แสดงความคิดเห็นที่มีต่อแบรนด์หรือสินค้า เช่น เทียบสินค้า (ชื่อสินค้าA) กับ (ชื่อสินค้าB), รีวิว (ชื่อแบรนด์หรือชื่อสินค้า), แนะนำยี่ห้อไหนดี เป็นต้น

  • Stage 3 : Conversion 

เป็นขั้นที่ลูกค้าซื้อสินค้าของแบรนด์ไปแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่แสดงความคิดเห็นต่อสินค้าโดยตรง หากมีการแยกประเภทกลุ่มคีย์เวิร์ดบน Social Listening เอาไว้ ก็จะสามารถจำแนกข้อมูลเสียงของผู้บริโภคที่พูดถึงแบรนด์ในขั้นตอน Conversion ได้ เช่น กลุ่มคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เป็นปัญหาการใช้งานหลังซื้อ, คุณภาพแย่, บริการบูด, แพงเกินไป, ช้า, คืนเงิน, สินค้าไม่ตรงปก, จะใช้ซ้ำ, เดี๋ยวจะกลับไปรีวิว, ไปตำ, ไปลอง เป็นต้น

  • Stage 4 : Loyalty & Advocacy 

เป็นขั้นของการดูว่าผู้บริโภคมีความจงรักภักดีต่อแบรนด์มากแค่ไหน โดยผู้บริโภคอาจแสดงความคิดเห็นออกมาในรูปแบบของการซื้อซ้ำ การรีวิวคุณภาพสินค้าที่ชื่นชอบ การบอกต่อแนะนำให้ผู้อื่นซื้อตาม และการแสดงความคิดเห็นให้ปรับปรุงสินค้าบริการให้ดียิ่งขึ้น โดยคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่ควรติดตามและนำมาวิเคราะห์ เช่น ชอบมากที่สุด, อยากให้ผู้อื่นใช้ตาม, คุ้มค่ามาก, อยากบอกต่อ, แนะนำต่อ, ของแถมดี, ประทับใจมาก, อยากให้ปรับปรุงเพิ่ม, #ใช้ดีบอกต่อ, #สะสมแต้มแบรนด์xxx เป็นต้น

แนะนำ 5 ฟีเจอร์บน Zocial Eye ใช้สำหรับหาพฤติกรรมผู้บริโภคที่คาดไม่ถึงบนโซเชียลมีเดีย

Keyword Suggestion

ฟีเจอร์ที่ใช้ Wisesight AI ซึ่งใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของทาง Wisesight ในการแนะนำคีย์​เวิร์ด (Keyword) ที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญที่ต้องการหาอินไซต์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถระบุคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องได้อย่างละเอียดและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์ที่ใช้ Wisesight AI ซึ่งใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของทาง Wisesight ในการค้นหาข้อความที่มีโลโก้แบรนด์ (Logo) บนรูปภาพที่ผู้คนโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียได้ ช่วยให้แบรนด์สามารถรวบรวมเสียงของผู้บริโภคที่กล่าวถึงแบรนด์ได้ครอบคลุมมากขึ้น แม้จะไม่ได้มีชื่อแบรนด์ปรากฏอยู่ในแคปชั่นก็สามารถรู้ได้ว่า ภาพนี้กำลังพูดถึงแบรนด์อยู่

ฟีเจอร์ที่ใช้ในการจัดหมวดหมู่ หรือแบ่งกลุ่มข้อมูลที่เข้ามา เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบ เช่น เปรียบเทียบคู่แข่ง เปรียบเทียบชุดของมูลในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้เห็นข้อมูลเชิงลึกมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

ฟีเจอร์ที่ใช้ในการกดติดตามโพสต์ที่สนใจ เพื่อให้ข้อความคอมเมนต์ใต้โพสต์นั้นหรือ Reply ข้อความที่เกิดขึ้นใต้โพสต์นั้นถูกเก็บข้อมูลมาไว้ในแคมเปญที่สร้างไว้

ฟีเจอร์ที่แสดงผลข้อมูลอารมณ์ความรู้สึกของผู้บริโภคบนโซเชียลมีเดีย โดยแบ่งเป็นความคิดเห็นในเชิงบวก (Positive), ความคิดเห็นเชิงลบ (Negative), หรือความคิดเห็นกลาง ๆ (Neutral)

วิธีหาพฤติกรรมผู้บริโภคด้วยเครื่องมือ Zocial Eye ใน 5 ขั้นตอน (บอกขั้นตอนแบบละเอียด!) 

เมื่อแบรนด์กำหนดวัตถุประสงค์ได้แล้วว่าต้องการค้นหาพฤติกรรมผู้บริโภคบนโซเชียลมีเดียในขั้นตอนไหนของ Marketing Funnel หลังจากนั้นให้ใช้เครื่องมือ Zocial Eye หาพฤติกรรมของผู้บริโภคได้จากการติดตามกลุ่มคีย์เวิร์ด (Keywords) ที่บ่งบอกถึงพฤติกรรมในแต่ละ Stage ด้วยการสร้าง Campaign บน Zocial Eye ซึ่งทำได้ง่าย ๆ ตาม 5 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1 ตั้งวัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลให้ชัดเจน

โดยกำหนดว่าอยากค้นหาพฤติกรรมผู้บริโภคในขอบเขตใด เช่น หาสิ่งเกี่ยวข้องกับแบรนด์ ชื่อสินค้า หรือการบริการ เพื่อนำขอบเขตเหล่านี้ไปกำหนดคีย์เวิร์ดในขั้นตอนถัดไป ซึ่งสามารถกำหนดขอบเขตของการเก็บข้อมูลได้ทั้งจากการระบุคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่ผู้คนคอมเมนต์หรือโพสต์กันบนโซเชียลมีเดียในลักษณะของข้อความ (Messages) 

การสร้างแคมเปญบนเครื่องมือ Zocial Eye และใช้ฟีเจอร์ Logo Recognition เก็บรวบรวมข้อมูลจากรูปภาพ
ฟีเจอร์ Logo Recognition ช่วยรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมจากรูปภาพให้กับแบรนด์

หรือจะใช้ฟีเจอร์พิเศษอย่าง “Logo Recognition” ที่เป็นการค้นหาอินไซต์บนรูปภาพรู้ว่ามีโพสต์ไหนบ้างที่พูดถึงแบรนด์หรือสินค้า แม้จะไม่ได้มีการพิมพ์ชื่อแบรนด์ไว้ในแคปชั่นก็ตามก็ช่วยทำให้ค้นหาและรวบรวมอินไซต์จากโซเชียลมีเดียได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน

ขั้นตอนที่ 2 กำหนดคีย์เวิร์ดเพื่อติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละ Stage ของ Marketing Funnel

ในการใช้ Zocial Eye สิ่งสำคัญคือ การกำหนดคีย์เวิร์ด (Keyword) ในช่อง Main Keywords บน Zocial Eye ที่ใช้ในการดึงข้อมูลจากโซเชียลมีเดียมาไว้ให้แคมเปญ ถ้าหากต้องการเก็บข้อมูลเพื่อติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคให้มีความแม่นยำ จำเป็นที่จะต้องตั้งค่าคีย์เวิร์ดที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลให้ครอบคลุมและตรงกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะได้จากข้อมูล 

ตัวอย่างการใส่คีย์เวิร์ดเพื่อเก็บข้อมูลบนโซเชียลมีเดียของเครื่องมือ Zocial Eye และการแนะนำคีย์เวิร์ดด้วยฟีเจอร์ Keyword Suggestion
การกำหนดคีย์เวิร์ด (Keyword) และการใช้ฟีเจอร์ Keyword Suggestion บนเครื่องมือ Zocial Eye

ยกตัวอย่างการกำหนดคีย์เวิร์ดเพื่อติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคตาม Marketing Funnel

  • Stage Awareness : ดีไหม, มีใครเคยใช้บ้าง, อยากได้, จะซื้ออย่างไร, ซื้ออะไรดี, เห็นว่าดี, น่าใช้, สอบถาม, อยากรู้, #รีวิวสินค้า, #แนะนำ สามารถใช้คำเหล่านี้ใส่คู่กับ [ชื่อสินค้า] หรือ  [ชื่อแบรนด์] ได้เลย
  • Stage Consideration : เทียบระหว่าง, รีวิว + [ชื่อสินค้า], ซื้อที่ไหน, มีร้านไหนแนะนำ, ใช้อย่างไร, มีฟังก์ชันอะไรดี, [ชื่อสินค้า A] เทียบ [ชื่อสินค้า B] เป็นต้น
  • Stage Conversion : จะไปซื้อ, ไปซื้อมาแล้ว, แล้วเจอกัน, ส่งฟรีไหม, เดี๋ยวกลับมีรีวิว, ลองใช้งานสักพักก่อน, สามารถใช้คำเหล่านี้ใส่คู่กับ  [ชื่อสินค้า] หรือ [ชื่อแบรนด์] 
  • Stage Loyalty & Advocacy : ชอบ [ชื่อแบรนด์] ที่สุด, ใช้ดีมาก, ประทับใจ, อยากแนะนำต่อ, ราคาเป็นมิตร, เป็นลูกค้าประจำ, ใช้มานานแล้ว, ของแถมดีมาก, อยากไปอีก, ปีหน้าเจอกัน, อยากให้มีอีก, #รักแบรนด์นี้, #ของดีบอกต่อ, ใช้ [ชื่อแบรนด์] แล้วติดใจ, แนะนำเพื่อนลอง [ชื่อสินค้า] ทุกคนชอบมาก เป็นต้น

นอกจากการเพิ่มคีย์เวิร์ดที่ผู้บริโภคอาจใช้แล้ว สามารถใช้ฟีเจอร์ “Keyword Suggestion” บนเครื่องมือ Zocial Eye ที่จะช่วยแนะนำกลุ่มคีย์เวิร์ดน่าสนใจที่กลุ่มผู้บริโภคนิยมใช้บนสื่อโซเชียลมีเดีย จากความสามารถของเทคโนโลยี Wisesight AI ที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งทาง Wisesight ได้พัฒนาขึ้น เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและแนะนำคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่แบรนด์สนใจมากที่สุด

ขั้นตอนที่ 3 ต้องการติดตามช่องทางโซเชียลมีเดียไหนบ้างก่อนจัดกลุ่มข้อมูลในแคมเปญ

การสร้างแคมเปญบนเครื่องมือ Zocial Eye ด้วยฟีเจอร์ Channel Tracking เพื่อโฟกัสช่องทางที่แบรนด์สนใจเก็บข้อมูล
การกำหนดการเก็บข้อมูลในช่องทางที่แบรนด์ต้องการโฟกัสด้วยฟีเจอร์ Channel Tracking บน Zocial Eye

เมื่อกำหนดคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่ต้องการเรียบร้อย เราจะติดตามข้อมูลในฝั่งที่แบรนด์ทำการสื่อสารผ่านช่องทางที่แบรนด์เป็นเจ้าของ (Owned Channel) ด้วยฟีเจอร์ “Channel Tracking” บนเครื่องมือ Zocial Eye โดยเลือกช่องทางที่แบรนด์ต้องการโฟกัส เพื่อนำไปวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคแยกในแต่ละช่องทางได้ เช่น โซเชียลมีเดีย (Facebook, Instagram, YouTube ฯลฯ), ฟอรัม (Pantip), หรือเว็บไซต์รีวิว เป็นต้น

การตั้งหมวดหมู่ข้อมูลด้วยฟีเจอร์ Category บนเครื่องมือ Zocial Eye ค้นหาพฤติกรรมผู้บริโภคตาม Marketing Funnel
การใช้งานฟีเจอร์ Category บน Zocial Eye เพื่อแบ่งหมวดหมู่พฤติกรรมผู้บริโภคตาม Marketing Funnel

เมื่อเลือกเรียบร้อยเราสามารถตั้งค่าฟีเจอร์ “Category” ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ใช้เพื่อจัดหมวดหมู่ข้อมูล โดยการแบ่งหมวดหมู่ตามประเภทพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละ Stage ของ Marketing Funnel ช่วยให้หาอินไซต์ได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น 

ขั้นตอนที่ 4 การวิเคราะห์ข้อมูล 

หลังจากผ่านการจัดระเบียบข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องในแคมเปญบน Zocial Eye เรียบร้อย สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ในแง่มุมต่าง ๆ ตาม Category ที่ตั้งค่าไว้ในแต่ละ Stage ไม่ว่าจะเป็น Awareness, Considaration, Conversion และ Loyalty & Advocacy ได้ดังนี้

การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคด้วยฟีเจอร์ Sentiment แบ่งตาม Marketing Funnel บนเครื่องมือ Zocial Eye
การใช้งานฟีเจอร์ Sentiment บนเครื่องมือ Zocial Eye วิเคราะห์ข้อมูลผ่านมุมมอง Sentiment Analysis

– มุมมอง Sentiment Analysis 

ใช้ฟีเจอร์ Sentiment วิเคราะห์ว่าในแต่ละขั้นตอนของ Marketing Funnel ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการแสดงความคิดเห็นที่เป็นลักษณะเชิงบวก (Positive) เป็นกลาง ๆ  (Neutral) หรือเป็นลบ (Negetive) อย่างไร

ตัวอย่าง

ในขั้น Awareness ที่รวบรวมคีย์เวิร์ด “แนะนำ” ที่เกี่ยวกับของหวาน เช่น ไอศกรีม เค้ก ขนม เบเกอรี่ คุกกี้ ฯลฯ พบข้อความที่แสดงถึงการแนะนำสินค้าที่เป็นของหวาน โดยอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจนผู้บริโภคสนใจไปลองซื้อหรือลองทาน จากคีย์เวิร์ดนี้แบรนด์สามารถพบอินไซต์ที่เป็นความต้องการของลูกค้าเพิ่มได้ อย่างในภาพผู้บริโภคมีพฤติกรรมถ่ายภาพพร้อมแสดงความต้องการว่าอยากได้ไอศกรีมแบบแท่งจากการเขียนแคปชั่นว่า “มาแวะชิมไอติมที่น้องสาวแนะนำละ แต่ไม่มีแบบแท่งเลย นอย ชั้นอยากกินแบบแท่ง5555555555555”

หรือในขั้น Conversion มีการรวบรวมคีย์เวิร์ดที่มีคำว่า “เจอกัน” ซึ่งแสดงถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชื่นชอบการโชว์ภาพหลักฐานการซื้อบัตรคอนเสิร์ตลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทางแบรนด์ผู้จัดงานอาจใช้พฤติกรรมเหล่านี้ออกแบบกิจกรรมร่วมสนุกเพื่อสร้างความจงรักภักดี (Loyalty) ให้กับกลุ่มลูกค้าเพิ่มเติมได้ เช่น แชร์ภาพหลักฐานเพื่อรับสิทธิพิเศษบางอย่าง เป็นต้น

ในขั้น Loyalty & Advocacy มีการรวบรวมคีย์เวิร์ดคำว่า “ชอบที่สุด” “อยากให้จัดอีก” “ราคาเป็นมิตร” ในแคมเปญที่เกี่ยวข้องกับงานคอนเสิร์ต พบว่า ผู้บริโภคชื่นชอบแบรนด์ สินค้า หรือการบริการจากอะไร ในกรณีนี้คือ ชื่นชอบจากราคาเป็นมิตรและกิจกรรมที่จัดขึ้นร่วมกับศิลปิน

ความเห็น

– มุมมองการวิเคราะห์หาอินไซต์ที่คาดไม่ถึง 

ตัวอย่างเช่น การค้นเจออินไซต์จากฟีเจอร์ Logo Recognition โดยการติดตามชื่อแบรนด์ผ่านโลโก้ พบว่า การซื้อสินค้าของแบรนด์ที่เป็นเครื่องดื่มมักซื้อคู่กับขนมขบเคี้ยว ในช่วงเวลาที่กำลังพักผ่อนอยู่ที่บ้านหรือไปพักผ่อนเเบบท่องเที่ยวแคมป์ เป็นต้น ซึ่งแบรนด์อาจต่อยอดอินไซต์เหล่านี้ในการสร้างโปรโมชันสำหรับสายท่องเที่ยวหรือปรับกลยุทธ์การสื่อสารเป็นการซื้อสินค้าคู่กันเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด

– มุมมอง Engagement 

ด้วยฟีเจอร์ Track this post บน Zocial Eye เพื่อติดตามโพสต์และดูคอมเมนต์ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้โพสต์นั้น ๆ จะทำให้เห็นอินไซต์ที่ได้จากผู้บริโภคที่เข้ามาคอมเมนต์มากขึ้น

ตัวอย่าง

การกรองดูโพสต์ที่ได้รับยอดเอนเกจเมนต์ (Engagement) สูงเพื่อ Track this post ซึ่งเป็นการเก็บคอมเมนต์ของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นภายใต้โพสต์นั้น และนำมาค้นหาความต้องการหรือความชื่นชอบของผู้บริโภคโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น การติดตามความคิดเห็นของผู้บริโภคเกี่ยวกับความชื่นชอบต่อการจัดงานคอนเสิร์ตว่า ภายใต้โพสต์แบรนด์ทำการโพสต์นั้น ผู้คนแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางไหน เห็นด้วยกับกิจกรรมในรูปแบบที่จัดหรือไม่ เป็นต้น

การเก็บคอมเมนต์ของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นภายใต้โพสต์เพื่อติดตามความคิดเห็นของผู้บริโภคเกี่ยวกับความชื่นชอบต่อการจัดงานคอนเสิร์ต

การนำผลลัพธ์ไปต่อยอดการใช้งาน เพื่อค้นหาพฤติกรรมผู้บริโภคที่แบรนด์อาจมองไม่เห็น

  1. แบรนด์สามารถดูได้ว่ากลุ่มเป้าหมายตอบสนองต่อแคมเปญในเชิงบวกหรือเชิงลบในแต่ละขั้นตอนของ Marketing Funnel จากการวิเคราะห์ Sentiment ที่เกิดขึ้น 

เช่น แบรนด์ไอศกรีมพบว่า ในขั้น Awareness ผู้บริโภคมักโพสต์ข้อความที่มีคำว่า “อยากลอง” และ “รีวิว” ควบคู่กับคำว่า “เบเกอรี่” อาจจะนำมาสร้าง Content Collaboration ระหว่างไอศกรีมกับร้านเบเกอรี่ พร้อมโปรโมชันซื้อคู่ราคาพิเศษ หรือจัดแคมเปญ “รีวิวแล้วรับส่วนลด” เพื่อกระตุ้นยอดขายในขั้น Conversion ต่อไป

  1. การติดตามโลโก้ในภาพช่วยให้เห็นอินไซต์เพิ่มเติมแม้ผู้บริโภคไม่ได้เขียนแคปชัน 

เช่น แบรนด์เครื่องดื่ม A มักถูกถ่ายในภาพมักจะถูกซื้อพร้อมกับขนมในระหว่างพักผ่อนไปแคมป์ ซึ่งแบรนด์สามารถนำอินไซต์ที่ได้จากภาพมาสร้างเป็น Promotional Bundle เช่น ซื้อเครื่องดื่มคู่ขนมในราคาพิเศษ พร้อมโปรโมตภาพลักษณ์แบรนด์ว่า “คู่หูนักเดินทาง”

  1. ติดตามความคิดเห็นในโพสต์ที่เกี่ยวข้องทำให้เข้าใจมุมมองของผู้บริโภคจากคอมเมนต์ใต้โพสต์ยอดนิยม

เช่น แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่เราทำการติดตามโพสต์รีวิวที่มีคอมเมนต์ในเชิงคำถามเป็นจำนวนมาก เช่น “ขนาดนี้จะใส่ในคอนโดได้ไหม?” หรือ “มีสีอื่นไหม?” จากอินไซต์นี้แบรนด์อาจจะเพิ่มคอนเทนต์ FAQ ลงในเพจของแบรนด์ หรือสร้างวิดีโอสาธิตการจัดเฟอร์นิเจอร์ในพื้นที่ขนาดเล็ก พร้อมแนะนำสีที่ปรับแต่งได้

  1. เปรียบเทียบข้อมูลเชิงลึกระหว่างแบรนด์และคู่แข่งในแต่ละหมวดหมู่จากการสร้าง Category ในแคมเปญ

เช่น แบรนด์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พบว่า ผู้บริโภคพูดถึงความ “ทนทาน” ในแบรนด์ A มากกว่าแบรนด์ B แต่แบรนด์ B ได้รับความนิยมเรื่อง “การออกแบบที่ทันสมัย” หากเป็นแบรนด์ A อาจจะปรับภาพลักษณ์การตลาดโดยเน้นพูดถึงการดีไซน์เพิ่มเติม ในขณะที่แบรนด์ B เพิ่มการสื่อสารถึงคุณสมบัติที่ทนทานมากขึ้น

นี่เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งของการใช้ Zocial Eye ที่ช่วยรวบรวมข้อมูลจาก Social Data มาวิเคราะห์เพื่อหาอินไซต์จากพฤติกรรมผู้บริโภค หากสนใจวิธีการใช้งานในเชิงลึก สามารถปรึกษาทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราได้เลยที่ >> ลงทะเบียนขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ Zocial Eye <<

อ่านวิธีการใช้ Zocial Eye เพื่อหาอินไซต์ในรูปแบบอื่น ๆ