สำหรับใครที่ต้องการทำโฆษณาบน Social Media โดยเฉพาะ Facebook จะต้องเคยได้ยิน Facebook Ads Library ซึ่งเป็นเครื่องมือฟรีสำหรับการดูโฆษณาคู่แข่งเพียงแต่จะต้องเปิดทีละแบรนด์และยังไม่มีตารางเทียบที่สามารถดูพร้อมกันได้หลายคู่แข่งในหน้าเดียว โดยในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ Facebook Ads Library อย่างครบครันให้สามารถใช้งานเพื่อศึกษาคู่แข่งได้ พร้อมบอกวิธีการเทียบดูคู่แข่งพร้อมหลายแบรนด์ในหน้าเดียวด้วย จะเป็นอย่างไร ไปดูกัน
Key Takeaway
- Facebook Ads Library คือเครื่องมือสำหรับการดูโฆษณาทั้งหมดที่กำลังรันอยู่ของเพจ โดยสามารถดูได้ทั้งบน Facebook, Instagram, Messenger, Theads และ whatsApp
- ข้อมูลที่ Facebook Ads Library แสดงให้เห็นสำหรับโฆษณาเชิงพาณิชย์ทั่วไป ได้แก่ เนื้อหาคอนเทนต์หรือชิ้นงานโฆษณา, ปุ่ม CTA, ลิงก์ปลายทาง, วันที่เริ่มรันโฆษณา, แพลตฟอร์มที่แสดงผลและเวอร์ชันของโฆษณา
- ในการวิเคราะห์เพื่อวางแผนสื่อต้องดู 4 มุมสำคัญ ได้แก่ Ads Summary, Meta Platform Distribution, Meta CTA Type และ Meta Media Type
Facebook Ads Library คืออะไร ใช้งานอย่างไร

Facebook Ads Library คือ เครื่องมือฟรีจาก Meta ที่รวบรวมโฆษณาทั้งหมดที่กำลังรันอยู่ของทุกเพจบนแพลตฟอร์มในเครือ เช่น Facebook, Instagram, Messenger, Theads และ whatsApp โดยเครื่องมือนี้จะเปรียบเสมือนตัวช่วยในการสอดแนมคู่แข่งซึ่งสำคัญมากในการทำ Online Marketing เพราะสามารถแสดงให้เราเห็นได้ว่าคู่แข่งกำลังยิงโฆษณาอะไรอยู่
วิธีการใช้งาน Facebook Ads Library
Facebook Ads Library เป็นเครื่องมือฟรีที่ไม่จำเป็นต้องล็อกอินบัญชี Facebook ก็สามารถใช้ได้ โดยมีวิธีการ ดังนี้
- เข้าสู่เว็บไซต์ facebook.com/ads/library
- เลือกประเทศของกลุ่มเป้าหมายที่คุณอยากดู
- เลือกหมวดหมู่โฆษณา สำหรับสินค้าหรือธุรกิจทั่วไปให้เลือกว่า “โฆษณาทั้งหมด”
- ในส่วนการค้นหาสามารถค้นหาได้ทั้งแบบใช้ชื่อเพจ กรณีที่ต้องการส่องคู่แข่งโดยตรงและค้นด้วยคีย์เวิร์ด ซึ่งจะเป็นการพิมพ์คำที่เกี่ยวข้องกับสินค้า เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น อาหารคลีน เป็นต้น
- สามารถใช้ตัวกรองข้อมูลหรือ Filter เพื่อบีบให้การค้นหาแคบลง เช่น กรองตามแพลตฟอร์มหรือกรองตามประเภทสื่อ เป็นต้น
นอกจากการเข้าผ่านเว็บไซต์แล้ว ยังสามารถเข้าจากหน้าเพจคู่แข่งบน Facebook ได้ทันที โดยเข้าไปที่เพจนั้นๆ แล้วเลือกหัวข้อ ความโปร่งใสของเพจ หรือ Page Transparency จากนั้นกด ดูทั้งหมด หรือ See All แล้วเลือกว่า ไปที่คลังโฆษณา หรือ Go To Ad Library ก็สามารถเข้าไปดูการยิงโฆษณาของคู่แข่งหรือของเพจนั้นได้เลย
ข้อมูลที่ Facebook Ads Library แสดงให้เห็น
Facebook Ads Library จะแสดงข้อมูลอยู่ 2 ส่วนหลักด้วยกัน ได้แก่
ข้อมูลโฆษณาเชิงพาณิชย์ทั่วไป
- ชิ้นงานโฆษณา ตั้งแต่สื่อที่ใช้ ข้อความทั้งหัวเรื่อง แคปชันและคำอธิบาย ปุ่ม CTA และ Link ปลายทาง
- สถานะของโฆษณา ว่ากำลังเปิดใช้งานอยู่หรือปิดไปแล้ว ส่วนมากจะแสดงตัวที่กำลังใช้งานหรือ Active เป็นหลัก
- วันที่เริ่มรันโฆษณา ระบุชัดวันเดือนปีเพื่อให้ตรวจสอลได้ว่าโฆษณาตัวใดเป็นตัวฮิตที่ยิงมานานก็ยังได้ผล
- แพลตฟอร์มที่แสดงผล เพื่อบอกว่าโฆษณาชิ้นนี้ถูกส่งไปให้แสดงผลที่ไหนบ้าง
- เวอร์ชันของโฆษณา เพื่อบอกว่าโฆษณามีการแก้ไขข้อความ รูปภาพหรืออะไรบ้างหรือไม่ โดยระบบจะบอกว่ามีหลายเวอร์ชันที่ใช้ ID โฆษณาเดียวกัน
- ช่วงประมาณการจำนวนการมองเห็น
ข้อมูลโฆษณาประเภทพิเศษ (โฆษณาการเมือง สังคมและการเลือกตั้ง)
- ผู้ชำระเงินจ่ายค่าโฆษณา
- ช่วงงบประมาณที่ใช้
- กลุ่มเป้าหมายที่โฆษณาเข้าถึง อย่างช่วงอายุหรือเพศที่เห็นโฆษณา พื้นที่ที่โฆษณาไปแสดงผล
- ประวัติย้อนหลัง โดยโฆษณาจะถูกเก็บประวัติเอาไว้อย่างน้อย 7 ปี แม้ว่าจะปิดการโฆษณาไปแล้วก็ยังกดดูข้อมูลได้
ขณะเดียวก็มีส่วนที่ Facebook Ads Library จะไม่แสดงด้วยเช่นกัน นั่นคือข้อมูลเชิงลึกเฉพาะเจ้าของเพจเพื่อความเป็นธรรมทางธุรกิจ โดย Meta จะไม่เปิดเผยข้อมูลเหล่านี้
- งบประมาณที่ใช้จริงของโฆษณาสินค้าทั่วไป
- การตั้งค่ากลุ่มเป้าหมาย เช่น ความสนใจ พฤติกรรม เป็นต้น
- ยอด Engagement จริง อย่างยอด Like Comment หรือ Share
- ผลลัพธ์ยอดขายและประสิทธิภาพ อย่างเช่น จำนวนคนที่ทักเข้ามา จำนวนออเดอร์ที่ได้จากโฆษณา เป็นต้น
ข้อจำกัดของ Facebook Ads Library เวลาต้องเทียบหลายคู่แข่ง
ข้อจำกัดของ Facebook Ads Library คือ เวลาต้องเทียบคู่แข่งจะส่องได้แค่ทีละเพจ ทั้งยังไม่มีตารางสรุปซึ่งในการเปรียบเทียบคู่แข่งนั้นควรทำกับคู่แข่ง 3-4 เจ้าทำให้การเก็บข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบต้องใช้เวลา นอกจากนี้ยังไม่มีการแยกข้อมูลเป็น Google Ads หรือ TikTok ให้ในที่เดียวด้วย ทำให้การวางแผน Media มีข้อจำกัดอยู่บ้าง
ข้อมูลโฆษณาที่ควรติดตามเพื่อวางแผน Paid Media
ในการวางกลยุทธ์การตลาดให้ครอบคลุมครบทุกช่องทางนั้นไม่ควรดูเพียงโฆษณาเท่านั้นแต่ยังต้องแยกข้อมูลออกเป็น 4 มุมดังนี้เพื่อวางแผน Media ต่อไปด้วย
Ads Summary ภาพรวมจำนวนโฆษณาที่รันอยู่
บอกว่าดูจำนวนโฆษณารวมของคู่แข่งช่วงเวลาหนึ่งบอกความเข้มข้นของ Campaign ได้
การดูภาพรวมของโฆษณาที่รันอยู่หรือ Ads Summary สามารถบอกอะไรได้มากมายทีเดียว เพราะเราจะสามารถเห็นได้ว่าแบรนด์ใช้โฆษณาจำนวนเท่าใดในช่วงเวลาหนึ่งเพื่อทำ Campaign หนึ่ง ๆ หากแบรนด์ใช้มากอาจแปลได้ว่าคู่แข่งกำลังคาดหวังและเอาจริงกับ Campaign ที่ทำอยู่ หรือหากไม่ได้ทำ Campaign คู่แข่งก็อาจกำลังทดสอบรูปแบบโฆษณาต่าง ๆ อยู่ นอกจากนี้เรายังสามารถมองหาชิ้นโฆษณาที่มีอายุยาวนานเพื่อดูว่า โฆษณาทำเงินของคู่แข่งนั้นเป็นอย่างไรได้ด้วย
Meta Platform Distribution
ด้วยความสามารถของ Facebook Ads Library ที่สามารถดูช่องทางอื่นในเครือนอกจาก Facebook ได้แล้วทำให้ดูได้ว่าคู่แข่งกำลังให้ความสำคัญกับช่องทางใดเป็นหลัก หรือก็คือพวกเขากำลังให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายใด เพราะไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Messenger, Audience Network หรือ Threads ต่างก็มีรูปแบบการนำเสนอและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน
Meta CTA Type ที่คู่แข่งใช้บ่อย
Meta CTA Type หรือประเภทของ Call to Action ที่คู่แข่งใช้จะช่วยให้เราสามารถแยกรูปแบบการนำเสนอโฆษณากับ Funnel Stage ของ Meta Ads ได้ ตัวอย่างเช่น
- Discovery Funnel เป็นขั้นที่จะต้องทำให้คนมองเห็นหรือหยุดทำความรู้จักกับแบรนด์ ดังนั้นจึงต้องการให้ลูกค้าคลิกแล้วยังคงอยู่ในแอป หรือให้อ่านเพิ่มเติม โดย CTA ที่จะใช้ในขั้นนี้จะเป็น Learn More, Watch More หรือ See More เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเสพคอนเทนต์เพิ่มเติมไม่ว่าวิดีโอ รูปภาพหรือข้อความต่อ
- Consideration & Micro-Conversion Funnel เป็นขั้นที่กลุ่มเป้าหมายเริ่มเกิดความสนใจแล้ว แต่ต้องการสะสมความมั่นใจหรือต้องการพูดคุยสอบถามก่อน ดังนั้น CTA ที่ใช้ในขั้นนี้จึงเป็น Send Message, Sign Up, Subscribe, Register, Get Offer หรือ Claim Now ซึ่งจะกระตุ้นให้คนที่ลังเลได้จัดการกับความลังเลนั้นและเดินไปขั้นต่อไปในที่สุด
- Direct Conversion Funnel เป็นขั้นสุดท้ายแล้วจึงต้องทำให้คนพร้อมกดซื้อ+โอนเงิน ดังนั้น CTA ที่ใช้จึงเป็น Shop Now, Book Now, Reserve, Download หรือ Install Now ซึ่งเป็นการบอกให้กลุ่มเป้าหมายจองหรือรับสินค้าไป
Meta Media Type
หนึ่งในสิ่งที่จำเป็นต้องสังเกตใน Facebook Ads Library เลยคือคู่แข่งเทน้ำหนักการใช้ Meta Media Type ไปแบบไหนมากที่สุด แบ่งสัดส่วนอย่างไร จะช่วยให้มองเห็นรูปแบบการรับสารของกลุ่มเป้าหมายในตลาดมากขึ้นและนำไปวางแผน Media ต่อในเรื่องของการคำนวณงบเพื่อผลิตคอนเทนต์หรือโฆษณาออกมา พร้อมกับการวาง Media Type ตามพฤติกรรมของตลาดด้วยการนำสัดส่วนของคู่แข่งมาพิจารณาต่อไป ตัวอย่างเช่น กำหนดแคมเปญโดยให้ 50% เป็น VDO เพื่อเปิดการมองเห็น 30% เป็นอัลบั้มเพื่อโชว์สินค้าหลายตัวและ 20% เป็นภาพเดี่ยว เพื่อนำเสนอโปรโมชันปิดการขาย เป็นต้น
เครื่องมือที่รวมข้อมูลโฆษณาคู่แข่งหลายแบรนด์ไว้ที่เดียว
การเรียนรู้จากคู่แข่งนับเป็นหนึ่งในวิธีที่ขาดไม่ได้แต่ด้วยข้อจำกัดมากมายของ Facebook Ads Library ที่อาจทำให้การสอดส่องคู่แข่งทำได้ช้า โดยเฉพาะเมื่อต้องเปรียบเทียบคู่แข่ง 3-4 เพจพร้อมกัน Wisesight จึงขอแนะนำ MarTech ที่จะช่วยให้การสแกนดูคู่แข่งทำได้ง่ายมากขึ้น นั่นก็คือ Brand Scan Paid Media มาดูกันเลยว่าง่ายกว่าอย่างไร

เริ่มจาก Dashboard ที่สามารถเลือกแบรนด์คู่แข่งมาดู Meta Ads Summary พร้อมกันได้ถึง 5 แบรนด์พร้อมกับกราฟที่แสดง Timeline ของการทำโฆษณาแต่ละแบรนด์ว่ามี Performance อย่างไรบ้าง

Brand Scan Paid Media ยังสามารถแสดง 4 ข้อมูลโฆษณาที่เราควรติดตามเพื่อวางแผนการทำ Media ได้ในคราวเดียว ให้เรารู้ว่าใครที่ทำด้านไหนได้ดีและควรศึกษาเป็นตัวอย่างต่อไป

นอกจากนี้ Brand Scan Paid Media ยังสามารถดูตัวอย่างเนื้อหาโฆษณาได้หรือจะกดลิงก์ไปดูที่ต้นทางก็ได้เช่นกัน ทั้งยังมีการสรุปผลตอบรับของแต่ละโฆษณาให้ดูด้วยว่ายอด Engagement เป็นอย่างไรบ้าง เรียกว่าครบครันทีเดียวสำหรับการศึกษาคู่แข่งให้ “รู้เขา รู้เรา” หากใครที่ไม่อยากเสียเวลา ลองทักเข้ามาถามกันก่อนได้เลย
สนใจใช้งานเครื่องมือดู Ads Activity คลิก > สนใจใช้งาน Brand Scan < |
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Facebook Ads Library
Facebook Ads Library คืออะไร
Facebook Ads Library คือ เครื่องมือส่องคู่แข่งฟรีจาก Meta ที่รวบรวมโฆษณาทั้งหมดที่กำลังรันอยู่ของทุกเพจบนแพลตฟอร์มในเครือ เช่น Facebook, Instagram, Messenger, Theads และ whatsApp โดยเครื่องมือนี้จะเปรียบเสมือนตัวช่วยในการสอดแนมการทำ Ads Media
Facebook Ads Library ดูข้อมูลอะไรได้บ้าง
Facebook Ads Library สามารถดูข้อมูลได้ดังนี้
- ชิ้นโฆษณา: สื่อที่ใช้ ข้อความทั้งหมด ปุ่ม CTA และลิงก์ปลายทาง
- สถานะของโฆษณา
- แพลตฟอร์มที่แสดงผล
- เวอร์ชันของโฆษณา
- ช่วงประมาณการจำนวนการมองเห็น
เช็กโฆษณาคู่แข่งหลายแบรนด์พร้อมกันได้ไหม
Facebook Ads Library ไม่สามารถเช็กโฆษณาคู่แข่งหลายแบรนด์พร้อมกันได้ จะต้องเปิดเข้าดูทีละเพจเท่านั้น
Meta CTA Type คืออะไร มีแบบไหนบ้าง
Meta มี CTA อยู่หลายประเภทให้เลือกใช้งานโดยจะแบ่งตามลักษณะของธุรกิจและการกระทำของกลุ่มเป้าหมายออกได้เป็น 6 กลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มที่เน้นการทักทายพูดคุย จะมีปุ่ม CTA เป็น Send Message (ส่งข้อความ), Send WhatsApp Message, Send Instagram DM และ Contact Us (ติดต่อเรา)
- กลุ่มที่เน้นการซื้อขายและทำธุรกรรม จะมีปุ่ม CTA เป็น Shop Now (เลือกช้อปเลย), Order Now (สั่งซื้อเลย), Buy Now (ซื้อเลย) และ Get Offer / Claim Offer (รับข้อเสนอ / รับสิทธิ์)
- กลุ่มที่เน้นการให้ข้อมูลและการสำรวจ จะมีปุ่ม CTA เป็น Learn More (เรียนรู้เพิ่มเติม), Watch More (ดูเพิ่มเติม) และ See Menu (ดูเมนู)
- กลุ่มที่เน้นการเก็บข้อมูลและการลงทะเบียน จะมีปุ่ม CTA เป็น Sign Up (ลงทะเบียน), Subscribe (กดติดตาม / สมัครสมาชิก), Apply Now (สมัครเลย) และ Get Quote (รับใบเสนอราคา)
- กลุ่มที่เน้นการจองและการนัดหมาย จะมีปุ่ม CTA เป็น Book Now (จองเลย), Request Time (นัดหมายเวลา) และ Reserve (สำรองที่นั่ง)
- กลุ่มดิจิทัลแอปพลิเคชันและเกม จะมีปุ่ม CTA เป็น Use App / Open App, nstall Now / Download และ Play Game (เล่นเกม)





