ในยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดหวังประสบการณ์ที่เฉพาะตัวมากขึ้น ธุรกิจไม่อาจพึ่งพาเพียงข้อมูลยอดขายหรือการบริการทั่วไปได้อีกต่อไป หนึ่งในวิธีการหาแนวทางเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าคือ การสำรวจความคิดเห็น (Customer Survey)

บทความนี้จะพาไปเรียนรู้รูปแบบคำถามที่สามารถกำหนดทิศทางกลยุทธ์ทางธุรกิจได้จริง อัปเดตแบบสำรวจที่เหมาะกับลักษณะธุรกิจ ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลที่ตอบโจทย์จากอินไซต์ (Insight) ของลูกค้าที่องค์กรใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ รวมไปถึงวิธีการสร้างแบบสำรวจตั้งแต่ต้นยันจบกระบวนการ พร้อมแนวทางการนำข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคไปต่อยอดกลยุทธ์ให้กับธุรกิจ

Key Takeaways

  • ประโยชน์สูงสุดของการสำรวจความคิดเห็น (Customer Survey) ของผู้บริโภค คือการพัฒนาไปสู่การจัดการ Ticketing System บริหารการบริการลูกค้าแบบไร้รอยต่อ
  • ประเภท Survey ทั้งหมด 6 ประเภท ที่ธุรกิจสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจ
  • ส่วนใหญ่การสำรวจความคิดเห็น มักถูกใช้กับการสำรวจเกี่ยวกับแบรนด์ สินค้าบริการ หรือสอบถามพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ของแบรนด์
  • รวม 8 เทคนิคในการสร้างแบบสอบถามที่ตอบโจทย์การใช้งานของธุรกิจ ที่จะช่วยให้ธุรกิจการออกแบบคำถามให้ตรงเป้าหมาย ส่งในช่องทางที่เหมาะสม และทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าเสียงของพวกเขามีค่า
  • เรียนรู้วิธีการสร้าง Customer Survey จากเครื่องมือ Warroom อย่างละเอียดตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อต่อยอดเป็นกลยุทธ์การบริการที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจ

Table of Contents

Customer Survey คืออะไร?

แบบสำรวจ “ความคิดเห็นของลูกค้า” มีบทบาทสำคัญในการทำความเข้าใจและปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า

Customer Survey คือ แบบสำรวจ “ความคิดเห็นของลูกค้า” มีบทบาทสำคัญในการทำความเข้าใจและปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ในทุกจุดสัมผัส (Customer Touchpoint) ซึ่งแบบสำรวจเหล่านี้สามารถใช้เพื่อดึงข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำมาใช้ขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจได้ในหลายรูปแบบ

ทำไมการสำรวจความคิดเห็นลูกค้าจึงมีความสำคัญต่อธุรกิจ?

สำรวจความคิดเห็นเพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงสินค้าและบริการของธุรกิจให้ดีขึ้น

บริษัทที่มีอัตราการเติบโตแบบปีต่อปี จะใช้แบบสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าเพื่อรวบรวมข้อมูลประสบการณ์ลูกค้า แนวทางปฏิบัตินี้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ และแสดงให้เห็นการให้ความสำคัญของการมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินธุรกิจ (Customer Centric) และนำไปสู่การรักษาฐานลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ได้ 

การทำความเข้าใจลูกค้าจะช่วยทำให้การทำวิจัยทางการตลาด (Market Research) และการปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้านั้นดีขึ้น และสอดคล้องกับความคาดหวังของลูกค้าที่ในปัจจุบันมี Customer Touchpoint ที่หลากหลาย และซับซ้อน ซึ่งการทำ Customer Survey จะเข้ามาช่วยให้ธุรกิจเข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น พร้อมสร้างประโยชน์ให้ได้หลายรูปแบบ เช่น 

  • เข้าใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการ : ช่วยให้ธุรกิจทราบ Pain Points, ความคาดหวัง และความรู้สึกของลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา
  • ใช้ประกอบการตัดสินใจ : ด้วยข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์อย่างละเอียด ธุรกิจสามารถใช้ผลแบบสอบถามเพื่อปรับกลยุทธ์สินค้าแและบริการได้
  • รักษาฐานลูกค้าในระยะยาว : ลูกค้าที่รู้สึกว่าแบรนด์ฟังเสียงของผู้บริโภค และปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอจะได้รับความเชื่อใจ และมีแนวโน้มจะอยู่กับแบรนด์ต่อไป
  • พัฒนาความสัมพันธ์ที่ดี (Customer Relation Management) กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง : ช่วยให้ธุรกิจติดตามความต้องการ ปัญหาของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งอาจนำมาใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการของลูกค้าในอนาคตได้
  • เปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ : แบบสำรวจสามารถชี้ให้เห็นโอกาสที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งอาจยังไม่ถูกตอบสนอง
  • ติดตามแนวโน้มตลาดและคู่แข่ง : เมื่อธุรกิจทำแบบสำรวจอย่างสม่ำเสมอ จะสามารถดูแนวโน้มและเปรียบเทียบกับคู่แข่งได้ 
  • สร้างกลยุทธ์ของธุรกิจที่ประสบผลสำเร็จ : จากการติดตามคำแนะนำ (Customer Feedback) ความต้องการของลูกค้าและพนักงานอย่างต่อเนื่อง จะช่วยพัฒนาการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

> ดูวิธีการสร้างความพึงพอใจลูกค้าเพิ่มเติมได้ที่ เคล็ดลับการสร้างความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction) <

6 ประเภทคำถามแบบสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Service Survey Questions)

ประเภทคำถามแบบสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า

ปัจจุบันที่ธุรกิจดำเนินงานตามหลักการ Customer Centric จำเป็นต้องสำรวจความคิดเห็นลูกค้าคือ การรวบรวมและวิเคราะห์ความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมักรวบรวมผ่านคำถาม (Customer Survey Questions) ประเภทต่าง ๆ ดังนี้

Likert / Rating Scale Questions

คำถามอัตราความพึงพอใจของลูกค้าโดยการให้คะแนน 

คำถามแบบให้คะแนนหรือระดับความเห็น เช่น จาก “ไม่พอใจเลย” ถึง “พอใจมากที่สุด” มักใช้วัดระดับความรู้สึก หรือความเห็นเชิงทัศนคติของลูกค้า เหมาะสำหรับการประเมินประสบการณ์เฉพาะเหตุการณ์ เช่น หลังการใช้บริการ, หลังแชท หรือหลังซื้อสินค้า เป็นต้น

Multiple Choice Questions

คำถามรูปแบบการเลือกคำตอบใดคำตอบหนึ่ง

คำถามแบบมีตัวเลือกให้เลือกตอบได้ 1 ข้อ (Single Select) หรือหลายข้อ (Multiple Select) ใช้วัดพฤติกรรมหรือเหตุผล เช่น ทำไมลูกค้าถึงเลือกสินค้า หรือช่องทางที่ลูกค้าใช้บริการบ่อยที่สุด

Open-ended Questions

คำถามรูปแบบปลายเปิด

คำถามปลายเปิดที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าเขียนคำตอบด้วยตนเอง เพื่ออธิบายความคิดเห็น ความรู้สึก หรือข้อเสนอแนะ ใช้เมื่อองค์กรต้องการเข้าใจ “เหตุผลเบื้องหลัง” เช่น ทำไมลูกค้าถึงไม่พอใจ หรืออยากเห็นอะไรเพิ่มเติม

Matrix Grid Questions

คำถามรูปแบบหลายประเด็น

ตารางที่ให้ผู้ตอบให้คะแนนหลายประเด็นพร้อมกัน เช่น ความรวดเร็ว ความสุภาพ ความเข้าใจปัญหา เหมาะสำหรับวัดภาพรวมของบริการ เช่น ประเมินทีม Call Center, ช่องทางออนไลน์ หรือกระบวนการซื้อทั้งหมด

Demographic / Profile Questions

คำถามรูปแบบการถามเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบ

เป็นคำถามเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบ เช่น อายุ เพศ อาชีพ ตำแหน่งงาน หรืออุตสาหกรรม เหมาะกับการสำรวจที่ต้องการรู้จักลูกค้าในเชิงลึก เช่น วางแผนกลยุทธ์การสื่อสาร การขาย หรือการออกแคมเปญ

Metric-specific Items Questions

คำถามรูปแบบแบบหลายประเด็นเกี่ยวกับประสบการณ์ของลูกค้า

ประเภทคำถามมาตรฐานที่ใช้วัดประสบการณ์ลูกค้าระดับสากล เช่น CSAT (Customer Satisfaction) วัดความพึงพอใจเฉพาะเหตุการณ์, NPS (Net Promoter Score) วัดความภักดีและความตั้งใจในการแนะนำแบรนด์ หรือ CES (Customer Effort Score) วัดความง่ายในการใช้บริการหรือแก้ปัญหา ซึ่งเหมาะกับการวัดความพึงพอใจหลังการให้บริการ การปิดเคส หรือช่วงเวลาประเมินภาพรวม (รายไตรมาส/รายปี) เป็นต้น

4 โจทย์หลักที่ธุรกิจมักใช้ Customer Survey ในการทำแบบสำรวจ

มิติในการใช้ข้อมูล Customer Survey ไปต่อยอดกับธุรกิจ

การทำ Customer Survey ส่วนใหญ่จะทำเพื่อการทำวิจัยตลาด (Market Research) โดยแบ่งไปตามมุมมองของธุรกิจที่อยากเข้าใจ ซึ่งมี 4 โจทย์หลักที่ธุรกิจนำไปใช้ ได้แก่

  • แบบสำรวจด้านแบรนด์ (Brand Surveys) : ใช้เพื่อวัดการรับรู้ (Awareness), ภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Perception) และความไว้วางใจ (Trust) ที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ ช่วยให้ธุรกิจรู้ว่าภาพลักษณ์ของแบรนด์สอดคล้องกับสิ่งที่อยากสื่อหรือไม่ และสามารถนำข้อมูลไปวางกลยุทธ์ Brand Positioning ได้แม่นยำขึ้น
  • แบบสำรวจด้านสินค้าและบริการ (Product Surveys) : วัดความพึงพอใจและคุณค่าที่ลูกค้ารับรู้จากสินค้า เช่น คุณภาพ ราคา ฟังก์ชัน หรือประสบการณ์ใช้งานเป็นหลัก ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อพัฒนา New Product Improvement ให้ตรงใจตลาดได้
  • แบบสำรวจด้านแคมเปญการตลาด (Promotion Surveys) : ใช้วัดประสิทธิภาพของโปรโมชั่นหรือกิจกรรมการตลาด เช่น การลดราคา แคมเปญพิเศษ หรือการโฆษณาผ่านสื่อต่าง ๆ ช่วยให้ธุรกิจวัดผล ROI ของกิจกรรมการตลาด และเข้าใจว่าโปรโมชันแบบไหนตอบโจทย์โดนใจลูกค้าจริง ๆ
  • แบบสำรวจด้านกลุ่มผู้บริโภค (Consumer Audience Surveys) : ใช้เพื่อเข้าใจลักษณะและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่ธุรกิจต้องการ เช่น ความสนใจ พฤติกรรมการซื้อ หรือการใช้สื่อ เป็นประโยชน์ต่อการช่วยวิเคราะห์ Customer Persona และสร้าง Segmentation เพื่อการสื่อสารการตลาดที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำยิ่งขึ้น

สรุป 4 โจทย์หลักที่ธุรกิจมักใช้ทำ Customer Survey

ประเภทการสำรวจจุดมุ่งหมายหลักประโยชน์ต่อธุรกิจ
Brand Surveyเข้าใจภาพลักษณ์และการรับรู้แบรนด์วางกลยุทธ์ Brand Positioning
Product Surveyประเมินคุณภาพสินค้าและประสบการณ์ใช้งานปรับปรุง Product Development
Promotion Surveyวัดผลและประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาดปรับกลยุทธ์โปรโมชั่นและการสื่อสาร
Consumer Audience Surveyเข้าใจพฤติกรรมและความคาดหวัง
ของผู้บริโภค
พัฒนา CRM และแผนสื่อสารที่ตรงกลุ่ม

8 ขั้นตอนการทำแบบสำรวจ (Customer Survey) สำหรับธุรกิจ

ลักษณะการทำแบบสำรวจ (Customer Survey) ที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจ

การสร้างแบบสำรวจลูกค้า (Customer Survey) ที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดควรออกแบบให้คำถามเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ครอบคลุมข้อมูลที่ธุรกิจต้องการ โดยลักษณะแบบสำรวจที่ดีควรมีขั้นตอนการทำตามลักษณะดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ตั้งเป้าหมายให้ชัดว่าอยากรู้อะไร? 

ก่อนจะเริ่มสร้างแบบสอบถามหรือแบบสำรวจต้องมีเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง และสัมพันธ์กับ Touchpoint ที่ต้องการประเมิน เช่น วัดความพึงพอใจหลังบริการ หรืออยากเข้าใจเหตุผลที่ลูกค้าหยุดใช้บริการการซื้อสินค้าผ่านมือถือ เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 2 เขียนคำถามให้ชัดเจน ครบถ้วน และไม่ชี้นำ

ควรเขียนคำถามที่ชัดเจน ถูกต้องครบถ้วน และไม่มีการชี้นำเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ไม่เอนเอียง ควรใช้ภาษาที่เป็นมิตร เข้าใจง่าย เช่น “คุณพึงพอใจกับการบริการของเรามากแค่ไหน?” เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 3 หลีกเลี่ยงแบบสอบถามที่ยาวเกินไป

เนื่องจากแบบสอบถามที่ยาวเกินไปเป็นสาเหตุให้ผู้ตอบยกเลิกกลางทาง ควรกำหนดว่าแบบสอบถามจะใช้เวลาไม่นาน เช่น “ใช้เวลาไม่เกิน 2-3 นาที” และแจ้งให้ผู้ตอบทราบตั้งแต่ต้น ควรเลือกคำถามที่สำคัญจริง ๆ และหากจะมีคำถามปลายเปิด (open-ended) ควรจัดไว้ท้ายแบบสอบถาม

ขั้นตอนที่ 4 มีคำถามหลากหลายรูปแบบ

คำถามหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ได้ทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เช่น ให้คะแนนบริการจาก 1-10 หรือเปิดโอกาสให้เขียนคำตอบ ด้วยคำถามเหตุใดคุณถึงให้คะแนนนี้ เป็นต้น ซึ่งการผสมผสานคำถามแบบนี้ช่วยให้ได้ Insight ที่ลึกมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 5 เพิ่มตัวเลือกให้กับผู้ตอบอย่างเหมาะสม

ควรให้ผู้ตอบเลือกได้ว่าอยากตอบแบบไหนและผ่านช่องทางใด เช่น มีตัวเลือกว่าจะตอบผ่านมือถือหรือไม่ มีตัวเลือกให้ ไม่ต้องการตอบ หรือถามภายหลังได้ด้วย เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 6 บอก Next Action ให้ผู้ตอบรับรู้อย่างชัดเจน

หลังจากที่ได้รับคำตอบแล้ว สิ่งที่สำคัญคือแจ้งผู้ตอบว่าแบรนด์ได้ฟังเสียงของท่านเรียบร้อยแล้วและจะทำอะไรจาก Feedback นั้นบ้าง เพราะเมื่อผู้ตอบเห็นว่าเสียงของเขามีผล พวกเขาจะมีแนวโน้มตอบแบบสอบถามในอนาคตและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับแบรนด์มากขึ้น 

ขั้นตอนที่ 7 ให้สิ่งจูงใจตอบแทนการทำแบบสำรวจ

สิ่งตอบแทนเหล่านี้​​ช่วยเพิ่มอัตราการตอบแบบสอบถามได้ เช่น การให้ส่วนลด เลือกรับของรางวัล หรือโอกาสชิงรางวัล เพื่อเป็นตอบแทนผู้ตอบที่ช่วยสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมกับธุรกิจ

ขั้นตอนที่ 8 การเลือกช่องทางที่มีอัตราการตอบสูง  

เลือกช่องทางให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้บริการของลูกค้า โดยเลือกส่งให้ตรง Touchpoint เช่น ช่องทางหลังสิ้นสุดการสนทนาผ่านแชท, ส่ง SMS/ ข้อความสั้นหลังบริการ หรือผ่านแอปมือถือหรือเว็บไซต์ หากลูกค้าใช้ช่องทางเหล่านั้นบ่อย เป็นต้น

ตัวอย่างการสร้าง Customer Survey ด้วยเครื่องมือ Warroom

ขั้นตอนการสร้างแบบสำรวจลูกค้า (Customer Survey) บนเครื่องมือ Warroom

Warroom คือ เครื่องมือรวมแชทจาก Wisesight โดยรวบรวมช่องทางออนไลน์ยอดนิยมไว้ในหน้าต่างเดียว เพิ่มความสะดวกในการบริการลูกค้า (Customer Service)

ซึ่งภายใน Warroom มีฟีเจอร์ “Survey” เป็นฟีเจอร์ที่สามารถสร้างแบบสำรวจลูกค้า (Customer Survey) ผ่านระบบ Warroom ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใช้ MarTech อื่น ๆ เพื่อทำ Customer Survey เพิ่มเติม

ประโยชน์คือ สามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการบริการของทีมงานในการดูแลลูกค้าของ Agent หรือวัดความพึงพอใจของลูกค้าเกี่ยวกับสินค้าบริการ โปรโมชัน หรือต้องการเก็บพฤติกรรมของผู้บริโภคจากการส่ง Customer Survey ได้ในเครื่องมือเดียว 

ใช้ Warroom สร้าง Customer Survey ได้อย่างไร?

สร้าง From คำถามสำหรับลูกค้า

กำหนดชื่อแบบสำรวจลูกค้า และรูปแบบของคำถามที่ธุรกิจต้องการ ซึ่งสามารถเลือกประเภทคำถามได้ทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ คำตอบสั้น ๆ (Short Answer), คำตอบแบบย่อหน้า (Paragraph), คำตอบหลายตัวเลือก (Checkboxes) และเลือกหนึ่งคำตอบจากหลายตัวเลือก (Multiple Choice)

ตัวอย่าง การสร้างคำถามแบบสำรวจความพึงพอใจลูกค้าเกี่ยวกับการบริการ (Customer Service Survey Template)

ตัวอย่างการส่ง Customer Survey ให้ลูกค้าผ่านระบบ Warroom

กำหนด Trigger ระบุเงื่อนไขของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้ตอบคำถาม

เป็นการกำหนดเงื่อนไขการส่งแบบสำรวจลูกค้า (Customer Survey) ที่สร้างขึ้นไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ ภายใน Warroom สามารถกำหนดความสำคัญของแบบสำรวจ (Survey) ได้ว่าอยากเลือกให้แบบสำรวจไหนถูกส่งไปยังกลุ่มเป้าหมายเป็นลำดับแรก (ป้องกันเรื่องกลุ่มเป้าหมายได้รับแบบสำรวจทับซ้อนกันจนเกิดความรำคาญ)

โดยเลือกเป้าหมายได้จากการจำแนก Tag ต่าง ๆ ที่มาจากการสนทนาระหว่างลูกค้าและ Agent เช่น เลือกส่งเฉพาะ Tag ที่ลูกค้าร้องเรียนเรื่องการบริการเท่านั้น หรือเลือกส่งเฉพาะ Tag ที่ส่งเคลมสินค้า A เท่านั้น เป็นต้น ในขณะเดียวกันสามารถเลือก Tag ที่ไม่ต้องการส่งแบบสำรวจได้ด้วยฟังก์ชั่น “Tag to Not send” บน Warroom  ได้เช่นกัน

การตั้งเงื่อนไขเพื่อกำหนดกลุ่ม (Segment) ที่จะส่งแบบสำรวจให้ลูกค้า

บน Warroom สามารถเลือกส่งแบบสำรวจลูกค้า (Customer Survey) ให้กับเคสที่มาจากการปิดเคสของ Chatbot หรือเคสของ Agent ได้ ในกรณีที่ธุรกิจมีการใช้งาน Chatbot เพื่อกรองเคสที่ไม่ต้องการให้ Agent รับเคสเนื่องจากต้องการลดภาระงานของ Agent 

Export Raw Data เพื่อการวิเคราะห์หาอินไซต์ความต้องการของผู้ตอบแบบสำรวจ

  • Warroom Survey สามารถ Export File Excel ออกมาเพื่อให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ในหลากหลายมุมมอง ครบทุกมิติของคำตอบของลูกค้า
  • กำหนดช่วงเวลาของข้อมูลที่ต้องการวิเคราะห์ > เลือกชุดข้อมูลที่ต้องการ เช่น คะแนนประเมิน CSAT Score, คำตอบปลายเปิด หรือ Segment ลูกค้าที่ต้องการ เป็นต้น > Export File ออกมาวิเคราะห์ > ตรวจคุณภาพข้อมูลก่อนเริ่มวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการลบข้อมูลซ้ำ, ตรวจช่องคำตอบว่าง และแปลง Scale ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นต้น
  • สุดท้ายเลือกวิเคราะห์จาก Case ID ลูกค้าเพื่อติดตามการบริการของ Agent ในการตอบคำถามบริการลูกค้า 

ตัวอย่างการ หมุน Raw Data เพื่อหาวิเคราะห์ Insight จากแบบสำรวจลูกค้า (Customer Survey)

  • Pivot Table (ตารางที่ช่วยสรุปข้อมูลและสร้างรายงานที่ปรับแต่งได้จากข้อมูลที่มีอยู่) เพื่อจัดกลุ่มคะแนนตามช่องทางการบริการของธุรกิจเพื่อวิเคราะห์ช่องทางที่ได้คะแนนน้อย ซึ่งสามารถอนุมานได้ว่ามีการบริการที่ควรปรับปรุง
  • การเทียบคะแนนก่อน-หลังแคมเปญก็สามารถวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้การบริการดีขึ้นหรือแย่ลงได้
  • การตั้ง Benchmark ให้กับชุดข้อมูล อย่างการเทียบ CSAT ระหว่างทีมเพื่อวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาการบริการลูกค้า
  • วิเคราะห์จากการ Sentiment Analysis ในคำตอบของคำถามปลายเปิดจากผู้ตอบแบบสอบถามแยกบวก กลาง หรือลบ ดูอารมณ์ของลูกค้า หรืออาจเห็นมุมมองความต้องการที่ลูกค้าไม่ได้บอกตรง ๆ

หลักจากได้อินไซต์จากการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเรียบร้อย เครื่องมือ Warroom ยังมีฟีเจอร์ Workflow Management ที่ช่วยจัดการเคสอัตโนมัติ กำหนดเป็นขั้นตอนที่ไม่รบกวนการทำงานของ Agent ลด SLA ในการให้บริการเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่

เริ่มต้นใช้งาน Warroom 

ด้วยเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามคำแนะนำและความต้องการของลูกค้าเป็นกระบวนการสำคัญมาก เพราะจะกลายเป็นแนวทางใหม่ของการวางกลยุทธ์ของธุรกิจ 

ดังนั้น การต่อยอด Customer Survey อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ธุรกิจมีวัตถุดิที่ดีสหรับการต่อยอดไปสู่การจัดการ Ticketing System ที่มีประสิทธิภาพ และออกแบบ Workflow Automation ช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้อย่างไร้รอยต่อ 

โดยข้อดีเครื่องมือ Warroom คือการเชื่อมต่อข้อมูล Feedback ของลูกค้า เข้ากับระบบบริการลูกค้าไว้ในที่เดียวเป็นเสมือนศูนย์กลางที่ช่วยเก็บรักษาข้อมูลสนทนา วิธีจัดการเสียงของลูกค้า (Voice of Customer) ก่อนนำมาวิเคราะห์แนวทางแก้ปัญหาหรือพัฒนาบริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและต่อยอดสู่การทำ CRM ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


FAQ

1. Customer Survey Questions Examples มีอะไรบ้าง?

  1. คุณพึงพอใจกับการบริการลูกค้าโดยรวมที่ได้รับมากเพียงใด
  2. คุณจะให้คะแนนความเป็นมิตรและความช่วยเหลือของตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้าของเราเท่าไร
  3. ตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้าของเราตอบสนองความต้องการและข้อกังวลของคุณหรือไม่
  4. ปัญหาของคุณได้รับการแก้ไขจนน่าพอใจหรือไม่
  5. ใช้เวลานานเท่าใดในการแก้ไขปัญหาของคุณ
  6. คุณมีแนวโน้มที่จะแนะนำบริการของเราให้กับผู้อื่นมากเพียงใด
  7. การแก้ไขปัญหาของคุณกับตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้าของเราง่ายเพียงใด

2. ทำไมต้องทำ Customer Survey สม่ำเสมอ?

เพราะเทรนด์พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา เพื่อให้ธุรกิจปรับตัวได้ทันก่อนคู่แข่งในตลาดอย่างมั่นคง