20 – 30 ปีก่อน บัตรเครดิตถูกมองว่าเป็นเครื่องมือแสดงฐานะ และเป็นไอเท็มพิเศษที่ยกระดับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน 

แต่ปัจจุบันบัตรเครดิตไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอีกต่อไป กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ชีวิต’ ที่กลมกลืนไปกับทุกกิจกรรมในประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การรับประทานอาหาร หรือการดูแลสุขภาพ โจทย์ใหญ่ของนักการตลาดที่ดูแลกลุ่มธุรกิจบัตรเครดิต จึงไม่ใช่แค่การนำเสนอโปรโมชัน แต่เป็นการวางกลยุทธ์ว่า “จะสื่อสารอย่างไรให้ตรงกับสิ่งที่คนใช้บัตรเครดิตสนใจจริง ๆ”

แบรนด์จะสื่อสารอย่างไรให้ตรงกับสิ่งที่คนใช้บัตรเครดิตสนใจ

ยุคปราบเซียนที่ต้อง “ขายผ่านความสนใจ” ไม่ใช่แค่โปรโมชัน

เมื่อบัตรเครดิตกลายเป็นความสะดวกที่ผูกกับชีวิตประจำวัน กลุ่มลูกค้าของบัตรเครดิตเริ่มขยายฐานกว้างขึ้น เข้าถึงลูกค้าได้หลายกลุ่มมากขึ้น เทรนด์ Buy Now Pay Later หรือ ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อผู้ที่มีบัตรเครดิตอยู่ในมือ ไอเท็มนี้จึงกลายเป็น ‘ทางผ่านที่จำเป็น’ สำหรับเกือบทุกแง่มุมของชีวิต 

ในวันนี้ การสื่อสารแค่เพียงว่า “บัตรใบไหนมีส่วนลดอะไร” จึงดูเหมือนจะไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะส่วนลด แต้มแลก Cash Back หรือ Benefit อื่นใด ก็ล้วนเป็นสิ่งที่บัตรเครดิตทุกใบเสนอให้ ดังนั้น โจทย์ของการอยู่รอดในสมรภูมินี้ คือการเข้าใจ Customer Insight อย่างลึกซึ้ง ก่อนนำไปพัฒนาเป็นสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อให้สิทธิพิเศษเหล่านั้นตรงกับสิ่งที่เขาสนใจที่สำคัญต้องบอกในจังหวะที่เขาอยากฟัง และเลือกวางกลยุทธ์ในการเข้าถึงที่ตรงจุดซึ่งหาได้จากอินไซต์จริง

เข้าใจ Customer Insight เพื่อทำ Benefit ของบัตรเครดิตให้ตรงใจผู้บริโภค

รู้ก่อน วางแผนได้ก่อน! ผู้ใช้บัตรเครดิตแบ่งได้เป็นกี่กลุ่ม อะไรบ้าง

เราสามารถจำแนกผู้ใช้งานบัตรเครดิตได้เป็นกลุ่มหลัก ๆ ซึ่งมีแรงจูงใจในการใช้จ่ายแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถนำมาวางแผนต่อยอดหาอินไซต์ และโยงไปจนถึงการทำ Marketing Plan ได้อย่างเฉียบคมตาม Marketing Funnel ยกตัวอย่างเช่น

  • กลุ่มนักเดินทางผู้หลงใหลการท่องเที่ยว 

ลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเดินทางที่ไร้รอยต่อ พวกเขามองหาบัตรเครดิตที่มอบสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการเดินทางโดยเฉพาะ อาทิ การสะสมไมล์เพื่อแลกตั๋วเครื่องบินฟรีหรืออัปเกรดที่นั่ง การเข้าใช้ห้องรับรองพิเศษในสนามบิน (Airport Lounge) หรืออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX Rate) เพื่อให้ทุกการใช้จ่ายในต่างแดนคุ้มค่าที่สุด บัตรเครดิตสำหรับกลุ่มนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การเดินทางของพวกเขาทั้งสะดวกสบายและประหยัดได้ในคราวเดียวกัน

  • กลุ่มคนรักสุขภาพและใส่ใจการพัฒนาตนเอง

สำหรับลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ บัตรเครดิตจะถูกใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมไลฟ์สไตล์ พวกเขาจะสนใจสิทธิพิเศษที่เกี่ยวข้องกับฟิตเนส สปา คลินิกสุขภาพ หรือรางวัลที่ได้รับจากการดูแลสุขภาพให้ดี การใช้บัตรเครดิตของคนกลุ่มนี้จึงไม่ใช่แค่การจับจ่าย แต่เป็นการสนับสนุนเส้นทางสู่ชีวิตที่แข็งแรงและก้าวหน้า 

  • กลุ่มนักชิมและผู้หลงใหลในอาหาร

คนกลุ่มนี้มี Passion ในเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ พวกเขามักจะสรรหาร้านอาหารใหม่ ๆ หรือมองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ไม่เหมือนใคร บัตรเครดิตจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย หรือเพิ่มความคุ้มค่าในการลิ้มลองรสชาติอาหารต่าง ๆ สิทธิประโยชน์ที่พวกเขาให้ความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ ส่วนลดพิเศษสำหรับร้านอาหารชั้นนำ, โปรโมชัน ‘มา 4 จ่าย 3’ หรือคูปองส่วนลดร้านอาหารยอดนิยม การใช้บัตรเครดิตสำหรับกลุ่มนี้จึงเป็นเสมือนตัวช่วยที่ทำให้การกินเป็นเรื่องสนุกและคุ้มค่ายิ่งขึ้น

เริ่มต้นใช้ Social Data หาอินไซต์ด้วยการใช้ Social Listening

เราจะพามาถอดรหัสอินไซต์ของกลุ่มผู้ใช้งานบัตรเครดิต โดยใช้ Social Listening อย่าง Zocial Eye

แล้ว Social Data คืออะไร? ทำไมถึงต้องใช้ในการหาอินไซต์?

Social Data คือ ข้อมูลจากกิจกรรมบนโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, TikTok, X ฯลฯ ซึ่งไม่ใช่แค่การนับว่าแบรนด์ถูกพูดถึงกี่ครั้ง แต่เป็นการเปิดเผยว่าผู้คนกำลังสนใจอะไร มีรสนิยมแบบไหน ใช้ชีวิตอย่างไร และมีมุมมองต่อโลกในแง่มุมใดบ้าง 

การทำความเข้าใจมิติเหล่านี้ช่วยให้นักการตลาดเข้าถึงแก่นแท้ของความต้องการผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจบัตรเครดิต ที่ต้องการเชื่อมโยงข้อเสนอเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน

ยิ่งไปกว่านั้น Social Data ยังมาจากสิ่งที่ผู้คนสื่อสาร ทำ และแบ่งปันเองอย่างเป็นธรรมชาติ  ไร้การปรุงแต่ง ต่างกับการสำรวจหรือแบบสอบถามที่อาจมีอคติจากการตอบรับ Social Data จึงเป็นคำตอบของการวางกลยุทธ์การตลาดบัตรเครดิต เพราะช่วยให้แบรนด์เข้าใจได้อย่างลึกซึ้งว่าลูกค้าใช้บัตรไปกับกิจกรรมอะไรในชีวิตประจำวัน และมีแนวโน้มจะตอบรับกับคอนเทนต์รูปแบบใดมากที่สุด 

เมื่อนำข้อมูลมหาศาลหลายล้านข้อความที่มีอยู่บนโซเชียลมีเดียมาวิเคราะห์ด้วย Martech อย่าง Zocial Eye ข้อมูลดิบจะแปรเปลี่ยนเป็นอินไซต์ที่ทรงพลัง แบรนด์จึงนำไปปรับใช้ในการวาง Content Strategy ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ยกระดับการตัดสินใจจากการคาดเดาไปสู่การใช้ข้อมูลจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เจาะลึกวิธีการใช้ Zocial Eye เพื่อหาไอเดียในการสื่อสารกับผู้บริโภค

การวางแผนการสื่อสารที่ดีไม่ได้อยู่ที่แค่ “พูดเรื่องอะไร” แต่อยู่ที่ “พูดกับใคร ที่ไหน และพูดอย่างไรให้คนฟัง” การผสานรวมข้อมูลเชิงลึกจาก Social Data เข้ากับการเลือกใช้ช่องทางที่เหมาะสม และรูปแบบคอนเทนต์ที่ดึงดูดใจ จะช่วยให้แคมเปญบัตรเครดิตของคุณประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้คุณเข้าใจมากขึ้นว่า Zocial Eye ซึ่งเป็น Social Listening Tool จะสามารถช่วยวิเคราะห์ Social Data ได้อย่างไร เราจึงขอยกตัวอย่างกรณีศึกษา การหาไอเดียการวางแผนกลยุทธ์การสื่อสารของธุรกิจบัตรเครดิต จากข้อมูลตั้งต้น 2 อย่าง คือ Main Keyword และ Sub Keyword

 Zocial Eye สามารถช่วยวิเคราะห์ Social Data ของบัตรเครดิตได้

Main Keyword คือ การค้นหาอินไซต์จาก Zocial Eye ด้วยการใส่ Keyword ที่สนใจและผู้คนใช้พูดคุยบนโซเชียลมีเดีย เช่น บัตรเครดิต, credit card, เครดิตการ์ด, เครดิต การ์ด

Sub Keyword คือ การแบ่งข้อมูลเป็นหมดวหมู่ที่ชัดเจนมากขึ้น เช่น ใส่ Customer Journey ใน Sub Keyword อย่างเช่น 

  • ชอบเดินทาง: เที่ยว, ทริป, เดินทาง, lounge, เลาจน์, ห้องรับรอง+สนามบิน, รถรับส่ง+สนามบิน,สะสมไมล์, ค่า fx, fx rate, อัตราแลกเปลี่ยน
  • ชอบออกกำลังกาย: ฟิตเนส, fitness, โยคะ, yoga, pilate, ออกกำลัง, กีฬา, สุขภาพ
  • ชอบกิน: ร้านอาหาร, ส่วนลด+อาหาร, คูปอง+อาหาร, ของหวาน, ของคาว, ปิ้งย่าง, ชาบู, บุฟเฟต์, 4 จ่าย 3, 2 จ่าย 1

ซึ่งหลังจากที่ทำการสร้างแคมเปญด้วย Keyword เหล่านี้แล้ว เราจะสามารถใช้ Zocial Eye ในการหาอินไซต์เพื่อทำแผนการสื่อสารสำหรับกลุ่มธุรกิจบัตรเครดิตได้ในหลายมุมมอง เช่น

เลือกช่องทาง (Platform) ที่ตรงกับพฤติกรรมของลูกค้า

สิ่งที่ต้องการค้นหา: ช่องทางที่ Social Voice และ Engagement สูง (ดูที่ฟีเจอร์ Channel และดูข้อมูลเชิงลึกในระดับข้อความที่สร้าง Engagement สูง)

วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนข้อความ และ Engagement ที่เกี่ยวกับบัตรเครดิตบน Zocial Eye

จากการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนข้อความ และ Engagement จะพบว่าแบรนด์มีปริมาณข้อความ (Message) ที่โพสต์บน Facebook จำนวนมากถึง 85.92% ในขณะที่ Instagram เป็นช่องทางที่สร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้สูงที่สุดถึง 73.36% โพสต์ที่ขับเคลื่อนให้เกิด Engagement จำนวนมากมักเป็นโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับ “คู่จิ้น” หรือ #จิ้นฟลูเอนเซอร์ ซึ่งบ่งชี้ว่าหากแบรนด์ต้องการเพิ่มการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค การเลือกใช้กลยุทธ์ร่วมกับ Influencer ในลักษณะนี้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ 

นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่า แม้ Facebook จะเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารเนื้อหา แต่ Instagram กลับเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคมีปฏิสัมพันธ์และตอบรับกับแบรนด์อย่างกระตือรือร้นมากกว่า ซึ่งการทำความเข้าใจความแตกต่างของประสิทธิภาพในแต่ละช่องทางนี้จะช่วยให้แบรนด์จัดสรรทรัพยากร และสร้างสรรค์เนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เลือก Influencer ที่อิมแพ็ค จึงไม่จำเป็นต้องเลือกแค่คนดังมาโปรโมต

สิ่งที่ต้องการค้นหา:  หาชื่อ Account ของ Influencer ที่ตรงกับความสนใจของ Target Audience (ค้นหาโดย Filter: Account Labels โดยถ้าจะค้นหาผลลัพธ์จาก Influencer ให้เลือก Public Figure และหากจะค้นหาผลลัพธ์ในจากแบรนด์ ให้เลือก Brand จากนั้นกด Filter แล้วดูข้อมูลได้จาก Pie Chart : Channel ได้เลย)

การสร้างความน่าเชื่อถือและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์ส่งสารออกไปดังแค่ไหน แต่สำคัญที่ว่า “ใครเป็นคนพูด” ซึ่งจากข้อมูล โพสต์ที่มี Engagement สูง เป็นโพสต์ของ Influencer สายท่องเที่ยวที่รีวิวการใช้งานบัตรเครดิต 

Influencer เหล่านี้ จะรีวิวบัตรเครดิตประเภท Travel Card ในต่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงสิทธิประโยชน์ของบัตร เช่น อัตราแลกเปลี่ยน (FX rate) ที่ดี, เงินคืน, หรือส่วนลดต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรมและเน้นย้ำถึงประโยชน์ที่ผู้ใช้งานจะได้รับจริง Influencer ทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนในสายตาลูกค้า” ที่สร้างความรู้สึกเชื่อมโยงและเชื่อถือได้มากกว่าการสื่อสารจากแบรนด์โดยตรง

หาวิธีทำคอนเทนต์ที่ใช่ “ทำให้ถูกจังหวะ” และ “ถูกสไตล์”

สิ่งที่ต้องการค้นหา: 

  • Content Tactics
  • รูปแบบคอนเทนต์ที่เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม

การสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพต้องคำนึงถึงทั้งจังหวะเวลาและรูปแบบที่เหมาะสม หากแบรนด์มีฐานผู้ติดตามแข็งแกร่งอยู่แล้ว การสร้างสรรค์ Real-time Content จะช่วยกระตุ้นให้เกิด Engagement ทั้งในแง่ของ Reaction และการมีส่วนร่วมได้

ยกตัวอย่างเช่น การที่บัตรเครดิตทำคอนเทนต์ที่เป็น Seasonal Content (คอนเทนต์ตามเทศกาล) อย่างคอนเทนต์วันแมวโลก ซึ่งคอนเทนต์ประเภท Pet Friendly มักทำให้ได้รับ Engagement ที่ดีอยู่แล้ว นอกจากนี้ การใช้ Hashtag ที่กำลังเป็นกระแสอย่าง #วันแมวโลก ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้คอนเทนต์ติดเทรนด์ได้อีกด้วย

การสร้างสรรค์ Real-time Content เช่น รีวิวการใช้บัตรเครดิตในสถานการณ์จริง

สำหรับการทำคอนเทนต์แนวให้ความรู้ (Educational Content) การเลือกใช้ Influencer ที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมาย จะสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าการที่แบรนด์สื่อสารเอง เพราะผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะเชื่อและรู้สึกว่า “เขาเป็นคนแบบเรา” 

ตัวอย่างคอนเทนต์ที่อินฟลูเอนเซอร์สร้างและมีเนื้อหาเดียวกันกับสิ่งที่แบรนด์สื่อสารเอง แต่จะได้ Engagement ที่สูงกว่า
ตัวอย่างคอนเทนต์ที่อินฟลูเอนเซอร์สร้างและมีเนื้อหาเดียวกันกับสิ่งที่แบรนด์สื่อสารเอง แต่จะได้ Engagement ที่สูงกว่า

ในส่วนของแพลตฟอร์ม TikTok พบว่าคอนเทนต์แนว “พากินพาเที่ยว” ที่มีการใช้บัตรเครดิต ร่วมด้วยสามารถสร้าง Performance ได้ดี แม้กระทั่ง KOL คือ Key Opinion Leaders สาย Lifestyle ที่มีผู้ติดตามไม่มากก็ยังสามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าพอใจ นอกจากนี้ KOLs บางรายยังมีการใช้ Filter Effect ที่มาจากแบรนด์ในคลิปของตน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานรายอื่นสร้างสรรค์คอนเทนต์ในลักษณะเดียวกันอีกด้วย 

 KOL คือ Key Opinion Leaders สาย Lifestyle ที่มีผู้ติดตามไม่มากก็ยังสามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าพอใจให้กับการโปรโมตเกี่ยวกับบัตรเครดิตได้
KOL ใช้ Filter Effect ของแบรนด์บัตรเครดิต ซึ่งช่วยสร้าง Engagement ได้ดี

ทั้งหมดนี้ยืนยันว่า การเข้าใจ Insight ของกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง จะช่วยให้แบรนด์สามารถวาง Message และเลือก Platform ได้อย่างแม่นยำ และสร้างแคมเปญที่พอดีกับชีวิตผู้คนได้อย่างแท้จริง โดยเริ่มต้นจากการฟัง Social Data แทนการคาดเดา

พร้อมหรือยัง? สร้างแผนการสื่อสารด้วย Insight ที่มาจากพฤติกรรมจริงของผู้บริโภค

ขายบัตรเครดิตสมัยนี้ไม่ง่าย!

เพราะสิ่งที่ลูกค้าสนใจ ไม่ใช่โปรโมชันที่ดุดันที่สุดอีกต่อไป แต่แบรนด์ที่สามารถสื่อสารได้อย่างตรงใจ เข้าใจว่าอะไรที่จำเป็นกับชีวิตประจำวันของลูกค้า 

การเริ่มต้นวางแผนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจึงต้องตั้งคำถามพื้นฐานที่สำคัญคือ

  • ลูกค้าใช้บัตรเครดิตทำอะไรบ้าง?
  • พวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ใดบ้าง?
  • คอนเทนต์รูปแบบใดที่จะสามารถดึงดูดความสนใจ ทำให้พวกเขาหยุดดู และอยากมีส่วนร่วมมากที่สุด? 

Social Data คือแหล่งข้อมูลอันล้ำค่าที่จะเข้ามาตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้แบรนด์ก้าวข้ามการคาดเดาและเริ่มต้นวางแผนการสื่อสารที่อิงจากข้อมูลจริง ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์อย่าง Zocial Eye เสียงสะท้อนจากผู้บริโภคบนโลกโซเชียลที่กระจัดกระจาย จะถูกแปรเปลี่ยนให้เป็น Insight ที่นำไปใช้งานได้จริงทันที 🔎 มาเริ่มฟังเสียงที่ลูกค้าพูดไปด้วยกันผ่าน Zocial Eye