เริ่มต้นวางแผนคอนเทนต์ให้มีประสิทธิภาพ ด้วย Social Data ตลอดทั้งปี 2025 ที่สะท้อนถึงเทรนด์คอนเทนต์การตลาดในปี 2026 เทรนด์อะไรบ้างที่แบรนด์ควรเตรียมรับมือหรือต้องลงมือทำเพื่อให้คอนเทนต์ส่งไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด เร็วกว่าคู่แข่ง และมีคุณภาพกินใจผู้บริโภค

Wisesight จะพาเริ่มต้นปีด้วยการอัปเดต Content Marketing Trend มาแรงในปี 2026 ที่สายคอนเทนต์ที่ไม่ควรพลาด ด้วยการรวบรวมและวิเคราะห์เทรนด์โซเชียลมีเดียโดย Wisesight Research สรุปมาครบจบในบทความเดียวด้วยกันถึง 7 เทรนด์ด้วยกัน! 

Key Takeaways

  • การจะสร้างคอนเทนต์ที่ชนะใจ AI จะต้องเรียนรู้เรื่องอัลกอลิทึมของ AI และปรับคอนเทนต์ให้เป็น Hyper-Personalization เข้าใจลูกค้าให้มากที่สุด
  • เริ่มใช้ประโยชน์จาก Real Human Content ให้มากขึ้น นั่นคือการใช้คอนเทนต์ผ่านอินฟลูเอนเซอร์ การใช้คอนเทนต์จาก Real-User และการทำให้ Brand เป็นเหมือน Creator ท่านหนึ่ง 
  • คอนเทนต์ประเภท Short Form และคอนเทนต์ประเภท Live เป็นคอนเทนต์ที่จะขับเคลื่อนยอดเอ็นเกจเมนต์และยอดขายได้อย่างดี 
  • การทำคอนเทนต์บน Community เป็นการสร้างการปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค
  • การเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ จากเสียงและภาพ มีผลต่อกระบวนการสร้างคอนเทนต์เป็นอย่างมาก 

Table of Contents

1. AI-Fluence เทคโนโลยีมีส่วนในการตัดสินใจของผู้บริโภคมากขึ้น คอนเทนต์ที่เกี่ยวกับ AI ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน

46% ของผู้ใช้บนโซเชียลเป็นกลุ่ม Proactive Optimizers คือกลุ่มที่มีการใช้ AI เป็นประจำทุกวัน

ในปี 2025 ที่ผ่านมา AI มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยมี 46% ของผู้ใช้บนโซเชียลเป็นกลุ่ม Proactive Optimizers ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการ “ใช้ AI เป็นประจำทุกวัน” ในขณะเดียวกัน 45% เป็น First-Wave Users ที่เริ่มสนใจและทดลองใช้ AI เพื่อความบันเทิงหรือเรียนรู้ รวมไปถึงคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับการสอนใช้งาน AI (AI Education) ได้รับ Engagement สูงมากสำหรับผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต สะท้อนถึงการเปิดรับ AI มากขึ้นในมุมของผู้บริโภค

AI และ Chatbot เป็นผู้ช่วยข้างกายที่ช่วยเรื่องการตัดสินใจในขั้นของการพิจารณาเลือกซื้อหรือเลือกใช้  (Condideration)

เท่ากับว่า การใช้ AI ในคอนเทนต์มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะผู้บริโภคมีการค้นหาข้อมูลโดยเฉพาะ AI Overview ที่เข้ามาช่วยกลั่นกรองข้อมูลจำนวนมาก และผู้คนเริ่มมีพฤติกรรมที่อาศัย AI และ Chatbot เป็นผู้ช่วยข้างกายที่ช่วยเรื่องการตัดสินใจในขั้นของการพิจารณาเลือกซื้อหรือเลือกใช้  (Consideration) เช่น การถามเปรียบเทียบก่อนเลือก การถามหารีวิวจากผู้บริโภค เป็นต้น 

ใช้หลัก 3C ในการสร้างคอนเทนต์ร่วมกับ AI ได้อย่างเต็มที่

เมื่อก่อนแบรนด์จะมุ่งหน้าไปที่การทำให้ผู้บริโภคเห็นแบรนด์ผ่านการคลิกเข้าหน้าเว็บไซต์ (ทำให้เว็บติดอันดับแรก ๆ บน Google) หรือการทำให้ลูกค้าเดินเข้าหน้าร้าน แต่ปัจจุบันแบรนด์ต้องมุ่งหน้าไปสู่การทำให้ AI เลือกคอนเทนต์ของแบรนด์แทน เพราะ AI จะเป็น “เส้นทาง” ที่รวดเร็วที่สุดให้ทำให้ผู้บริโภครู้จักกับแบรนด์ โดยใช้หลัก 3C ดังนี้

หลัก 3C ในการสร้างคอนเทนต์ร่วมกับ AI ได้อย่างเต็มที่
  • สร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการให้ชัดเจน (Clear) : ใช้ AI หาอินไซต์ของลูกค้าเพื่อนำมาวิเคราะห์หา Pian point เพื่อผลิตคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด
  • ผลิตคอนเทนต์ที่สั้นกระชับ (Concise) : เพิ่มโอกาสการมองเห็นไปสู่ผู้บริโภคได้มากขึ้น ปรับตัวตามรู้การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของ AI (AI Disruption) เช่น เรื่อง AI Overview แบรนด์สามารถเรียนรู้อัลกอลิทึมของ AI เพื่อผลิตคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ของ AI มากขึ้น
  • สร้างสื่อที่ครอบคลุมบริบท (Context) ทุกกลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการ : เริ่มต้นใช้งาน AI ด้วยการถามแนวทาง (Guideline) วิเคราะห์เทรนด์ของตลาด รวมถึงภาพรวมการใช้งาน Platform การสื่อสาร เพื่อหาว่าคอนเทนต์ประเภทไหนหรือ Platform อะไรบ้างที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการ

2. Hyper-Personalization Content ปรับแต่งคอนเทนต์ตามความต้องการเฉพาะบุคคล กินใจผู้บริโภคมากกว่า

Hyper-Personalization Content ปรับแต่งคอนเทนต์ตามความต้องการเฉพาะบุคคล

การตลาดที่สื่อสารและขายสินค้ากับผู้คนจำนวนมากแบบไม่เฉพาะเจาะจง (Mass Communication) ในปี 2025 อาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีอีกต่อไป เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการให้แบรนด์ออกแบบสินค้าบริการให้เหมาะกับตัวบุคคลมากขึ้น การทำคอนเทนต์ที่เฉพาะเจาะจงไปยังกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Segmentation) จึงได้รับความนิยมทั้งมุมแบรนด์และมุมผู้บริโภคมากกว่า

วิธีสื่อสารเฉพาะกลุ่ม (Segmentation) อย่างมีประสิทธิภาพ

Wisesight Research ขอย้ำว่าในปี 2026 แบรนด์ยังต้องทำความเข้าใจ Core Value และเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจของแต่ละ Generation เพื่อนำมาออกแบบกลยุทธ์การสื่อสารกับพวกเขาให้ชนะใจพวกเขา 

โดยรวมคือ กลุ่ม Generation X, Y และ Z คือ กลุ่มคนที่กำลังใช้เงินบนดิจิทัลมากที่สุด และแต่ละเจนมีค่านิยม (Consumption pattern) ไม่เหมือนกัน ดังนี้

แบรนด์ยังต้องทำความเข้าใจ Core Value และเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจของแต่ละ Generation เพื่อนำมาออกแบบกลยุทธ์การสื่อสารกับพวกเขาให้ชนะใจพวกเขา
  • Generation X : ใช้คอนเทนต์ที่เปิดให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการแชร์เคล็ดลับเรื่องต่าง ๆ ที่อยู่ในความสนใจของกลุ่ม Gen X เช่น คอนเทนต์ที่เกี่ยวกับ Personal Color, Personality Test, MBTI, การแต่งหน้าตามราศี เป็นต้น จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก
  • Generation Y : คอนเทนต์จะมีความคล้ายกับกลุ่ม Gen X แต่จะต้องการความลึกซึ้งมากกว่า เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต้องการให้แบรนด์ทำการตลาดแบบเจาะจง (Personalized Marketing) กลุ่มกับตนเองมากที่สุด ดังนั้นแบรนด์ความใช้อินไซต์เชิงลึกมาปรับใช้กับการทำคอนเทนต์ให้มากขึ้น เช่น การเล่าประสบการณ์สอดแทรกกับเรื่องไลฟ์สไตล์เป็นบทความยาวผ่าน Facebook Group หรือ LINE Chat 
  • Generation Z : กลุ่มนี้ต้องใช้คอนเทนต์ที่ตามกระแส และเทรนด์ที่ได้รับความนิยม เป็นกลุ่มที่เหมาะกับการทำการตลาดแบบ Trend-Fluence Marketing โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับ อาหาร, การเสพข่าว หรือการหารีวิวและซื้อสินค้าในที่เดียว ไปจนถึงการเปิดกิจกรรมกระตุ้นความอยากรู้อยากลอง แจงของรางวัล จะได้การตอบรับที่ดี 
Generation Alpha เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลสูงกับการตัดสินใจของกลุ่ม Generation X, Y
  • Generation Alpha : เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลสูงกับการตัดสินใจของกลุ่ม Generation Xและ Y โดยกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างห่างจากคอนเทนต์ เนื่องจากถูกควบคุมการเสพสื่อจากผู้ปกครอง ดังนั้นสื่อส่วนใหญ่จะเป็นสื่อที่ผู้ปกครองคัดสรรมาให้แล้ว และกลุ่มคอนเทนต์ที่เหมาะกับกลุ่มนี้จะเป็นคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับการให้ความรู้และแชร์ประสบการณ์เรื่อง อาหารเครื่องดื่ม (Food & Beverage), ความบันเทิง (Entertainment & Streaming Services), เครื่องแต่งกาย (Fashion & Apporel), ประสบการณ์การท่องเที่ยว (Travel & Experience) และเครื่องมือและเทคโนโลยี (Technology)

> ดูอินไซต์ของคนแต่ละ Generation เพิ่มเติม : เข้าใจพฤติกรรม Generation 2025 <

3. เทรนด์ Real Human Content เป็นแกนหลักสำคัญในการสื่อสารคอนเทนต์ให้ไปถึงผู้บริโภคอย่างโดนใจ ตรงจุด

Real Human Content คือแนวคิดคอนเทนต์ที่สร้างให้เหมือนมาจากคนจริง ทำจริง ใช้จริง และมีความเชื่อมโยงกับแบรนด์จริง ซึ่งเป็นกลยุทธ์การสร้างคอนเทนต์ที่ Wisesight แนะนำในปี 2026 เพราะผู้บริโภคต้องการความจริงใจ ความเป็นมนุษย์ และประสบการณ์จริง มากกว่าคอนเทนต์ที่มาจากการโฆษณา โดย 3 ประเภทคอนเทนต์ที่ได้ผลลัพธ์ดี คือ

IGC (Influencer-Generated Content) : เทรนด์ Influencer ยังมาแรง

ประเภทของคอนเทนต์ที่ได้รับเอ็นเกจเมนต์สูงที่สุดของอินฟลูฯ ระดับ Micro

โดยประเภทอินฟลูเอนเซอร์ที่ถูกใช้งานโดยแบรนด์ที่ได้ผลตอบรับดี เป็นกลุ่มอินฟลูฯ ระดับ Micro (10K -50K Followers) โดยประเภทของคอนเทนต์ที่ได้รับเอ็นเกจเมนต์สูงที่สุด ได้แก่

  • Product / Service Endorsement (39%) : เป็นการใช้งานอินฟลูฯ เพื่อสื่อสารเกี่ยวกับการขายสินค้าและบริการโดยตรงของแบรนด์
  • PR & Announcement (14%) :  เป็นการใช้งานอินฟลูฯ เพื่อสื่อสารการประชาสัมพันธ์ข่าวสารของแบรนด์
  • Promotional Content (12%) : เป็นการใช้งานอินฟลูฯ เพื่อโปรโมตโปรโมชันของสินค้าและบริการ
  • Education & Information (11%) : เป็นการใช้งานอินฟลูฯ เพื่อการให้ความรู้และข้อมูลต่าง ๆ ของแบรนด์ (อาจเพิ่มการ Tie-in สินค้าและบริการอย่างแนบเนียน)

> ดูอินไซต์ของ Influencer Trend เพิ่มเติม : เทรนด์อินฟลูเอนเซอร์ไทย 2026 <

UGC (User-Generated Content) : คอนเทนต์ฟรี คุณภาพดีจาก “ประสบการณ์ตรง” ของลูกค้า

คอนเทนต์คุณภาพดีจากประสบการณ์ตรงของลูกค้า

ผู้บริโภคในปี 2026 จะใช้เวลา 80% บนโซเชียลเพื่อพูดเรื่องของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ประสบการณ์ตั้งแต่การเริ่มค้นหาข้อมูลไปจนถึงการซื้อสิ้นค้าบริการ การแชร์รีวิวผลลัพธ์ของการใช้งานสินค้า (Before – After) แชร์ความรู้สึกของตนเองที่มีต่อแบรนด์ และเริ่มแชร์ Moment ต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับชีวิต หมายความว่าผู้บริโภคหันมาเป็น Content Creator กันมากขึ้น

ฉะนั้น โอกาสของแบรนด์คือการใช้ User Sharing มาเป็น “คอนเทนต์คุณภาพ” เพราะการเลือกใช้งานคอนเทนต์ประเภทนี้นับเป็น Earned Media ฟรี ที่ดี มีค่าที่สุดของแบรนด์ การติดตามและให้ความสำคัญกับผู้บริโภคในทุก ๆ ความคิดเห็นเป็นขุมทรัพย์ที่ล้ำค่าที่จะใช้ต่อยอดคอนเทนต์ได้ดีที่สุด

EGC (Employee/ CEO Generated Content) : อีกเทรนด์ที่จะมาแรง เพราะผู้บริโภคอยากใกล้ชิดกับแบรนด์มากขึ้น

คอนเทนต์ที่มาจากพนักงานหรือผู้บริหาร ที่เกี่ยวกับเล่าเบื้องหลังของแบรนด์การอธิบายกระบวนการสร้างสินค้าและบริการสร้างเอ็นเกจเมนต์ได้ดี

คอนเทนต์ที่มาจากพนักงานหรือผู้บริหาร ที่เกี่ยวกับการเล่าเบื้องหลังของแบรนด์ หรือการอธิบายกระบวนการสร้างสินค้าและบริการ ช่วยสร้างเอ็นเกจเมนต์ได้ดีมาก เนื่องจากแสดงถึงความจริงใจต่อผู้บริโภค โปร่งใสในการดำเนินการ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น โดยรูปแบบที่นิยมใช้เพื่อโปรโมตคอนเทนต์มักเป็นคลิปวิดีโอสั้น (Short VDO) มีความสั้นกระชับ Mood and Tone มีความสนุกสนาน เป็นกันเอง ซึ่งพบได้บ่อยในแพลตฟอร์ม TikTok, YouTube Short, Instagram Reels  และ Facebook Reels

4. Short Video เป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่เหมาะกับลักษณะการเสพคอนเทนต์ของผู้บริโภค

พฤติกรรมผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต ชื่นชอบการดูคอนเทนต์ที่กระชับ สั้น ๆ รวดเร็ว ได้ใจความ กระตุ้นความสนใจ และในช่วงปี 2025 เริ่มมีการเพิ่มช่องทางการค้นหา รับชม ไปจนถึงการซื้อ (Search-to-Purchase Journey) ของแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าและบริการหลังการรับชมคอนเทนต์ได้ในแพลตฟอร์มเดียว ไม่ว่าจะเป็นจาก TikTok และ YouTube 

ดังนั้นแบรนด์จะต้องตระหนักเรื่องการออกแบบคอนเทนต์ที่สามารถใช้ได้ทั้งขั้นของการสร้างการรับรู้ (Awareness) และขั้นของการกระตุ้นความอยากซื้อ (Consideration) เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ

การเสพคอนเทนต์ของกลุ่มคน Generation Z ที่เริ่มใช้แพลตฟอร์ม YouTube

ยกตัวอย่าง การเสพคอนเทนต์ของกลุ่มคน Generation Z ที่เริ่มใช้แพลตฟอร์ม YouTube ในทุกช่วงเวลาไม่ว่าจะเป็น เปิดคอนเทนต์ในช่วงรับประทานอาหาร แก้เหงา สนับสนุน Content Creator ที่ติดตาม หรือแม้แต่การเสพ YouTube Short ฆ่าเวลา แบรนด์จะต้องออกแบบคอนเทนต์ อาจจะเป็นการสร้างคอนเทนต์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนดูมากขึ้น หรือเป็นการ Collaboration กับ Creator เพื่อให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในสายตาผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น

การเสพคอนเทนต์ของกลุ่มคน Generation Z ที่เริ่มใช้แพลตฟอร์ม TikTok

หรือการสร้างคอนเทนต์ประเภท Short Video บนแพตลฟอร์ม TikTok จะเหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย Generation Z ในเรื่องที่เกี่ยวกับการรีวิวร้านอาหาร ติดตามข่าวสาร การค้นหาการรีวิวสินค้าต่าง ๆ สิ่งที่แบรนด์ต้องทำคือการหาจุดเชื่อมระหว่างความสนใจของกลุ่มเป้าหมายเพื่อที่จะผสานความเป็นแบรนด์เข้าไปกับความสนใจเหล่านั้นให้ได้แนบเนียนที่สุด ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้ให้กลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

> Wisesight Tips:  4 เทคนิคทำคอนเทนต์บน TikTok ให้ได้ Engagement <

5. คอนเทนต์ Live Commerce มาแน่ เพราะได้ทั้งยอดขาย และยอด Engagement

คอนเทนต์ Live Commerce มาแน่ เพราะได้ทั้งยอดขาย และยอด Engagement

รูปแบบคอนเทนต์ประเภท Live เป็นเทรนด์มาแรงของประเทศไทยในปี 2025 ซึ่งจะได้รับความนิยมเพิ่มอีกในปี 2026 เนื่องจากสามารถสร้างได้ทั้งยอดเอ็นเกจเมนต์ ยอดขาย และสร้างปฏิสัมพันธ์แบบ Two Way Communication ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าได้ ดังนั้นคอนเทนต์ประเภท Live จะเริ่มเป็นคอนเทนต์ที่แบรนด์ต้องเริ่มตระหนักมากขึ้นหากตั้งเป้าเรื่องยอดขายในปี 2026

> ดูอินไซต์เพิ่มเติม : กรณีศึกษาผ่าน TikTok Live Commerce <

6. Build Community สื่อสารคอนเทนต์ไปให้ถูกกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์

คอนเทนต์บน Community และ Insights Hub เป็นวิธีการทำคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพมาก

คอนเทนต์ที่สื่อสารอยู่บน Community ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ หรือเป็นช่องทางที่สื่อสารเกี่ยวกับอินไซต์เฉพาะเรื่อง (Insights Hub) จะเป็นการส่งคอนเทนต์ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเจาะจงและมีประสิทธิภาพมากอีกวิธีหนึ่ง แบรนด์สามารถออกแบบคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับความสนใจ ความต้องการ ไลฟ์สไตล์ ของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างมั่นคง

ตัวอย่างเช่นการสร้าง  Community ของ Content Creator ช่อง “FAROSE” ให้เป็นกลุ่มผู้ชมที่รักและพร้อม Support ช่องให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน การผลิตคอนเทนต์ที่คุณภาพสูง เหมาะกับความสนใจของผู้ติดตาม การปรับปรุงและพัฒนาช่องตาม Feedback ของผู้ติดตามอย่างใส่ใจ รวมไปถึงการส่งมอบโฆษณาที่จริงใจให้กับผู้ติดตามอย่างตรงไปตรงมา

คอนเทนต์ของแบรนด์ที่ผ่านการร่วม Collaboration กับ “FAROSE” ได้รับยอดเอ็นเกจเมนต์มากถึง 595% สร้างยอดวิวเพิ่มขึ้นมากถึง 344%

ส่งผลให้คอนเทนต์ของแบรนด์ที่ผ่านการร่วม Collaboration กับ “FAROSE” ได้รับยอดเอ็นเกจเมนต์มากถึง 595% สร้างยอดวิวเพิ่มขึ้นมากถึง 344% ในระยะเวลา 5 เดือน (เดือนสิงหาคม – ธันวาคมของปี 2024) 

คอนเทนต์ที่เหมาะกับการสื่อสารผ่าน Community จะเป็นคอนเทนต์ที่เป็นเรื่องความสนใจของแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน 

คอนเทนต์ที่เหมาะกับการสื่อสารผ่าน Community จะเป็นคอนเทนต์ที่เป็นเรื่องความสนใจของแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน เช่น กลุ่มคน Gen X จะเน้นไปทาง Community ของนักเขียนนักอ่าน หรือเป็นกลุ่มเพื่อนสมัยเรียนอายุใกล้เคียงกัน เพื่อที่จะพูดคุยเรื่องเดียวกัน เป็นต้น

7. Image & Voice Search เทรนด์ผู้คนหาคอนเทนต์ด้วยภาพและเสียงมากขึ้น

Image & Voice Search คนหาคอนเทนต์ด้วยภาพและเสียงมากขึ้น

ในปี 2026 พฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มค้นหาคอนเทนต์ด้วยการใช้ภาพและเสียงในการค้นหา สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปคือ การทำคอนเทนต์จะต้องมีความเป็นธรรมชาติในสคริปต์มากขึ้น เพื่อให้คล้ายกับวิธีการค้นหาเสียงของผู้บริโภค รวมไปถึงการทำให้แบรนด์ปรากฏอยู่บนภาพอย่างชัดเจน ป้องกันการพลาดโอกาสที่ผู้บริโภคจะค้นหาด้วยภาพ 

< อัปเดตเทรนด์โซเชียลมีเดีย : อ่านเกม Social Media Trends เพื่อตั้งรับการตลาดปี 2026 [นักการตลาดไม่ควรพลาด!] >

เคล็ดลับสำหรับแบรนด์ : 

ความสามารถ Speech to Text และความสามารถในการตรวจจับโลโก้ของแบรนด์ (Logo Recognition) เพื่อหาอินไซต์ของผู้บริโภค
  • เครื่องมือ Zocial Eye สามารถเก็บข้อมูลประเภทเสียงจากคอนเทนต์ต่าง ๆ ด้วยความสามารถ Speech to Text และความสามารถในการตรวจจับโลโก้ของแบรนด์ (Logo Recognition) เพื่อหาอินไซต์ของผู้บริโภค เพื่อให้วิเคราะห์ได้ว่าคอนเทนต์ที่ได้รับเอ็นเกจเมนต์สูงมีลักษณะเป็นอย่างไร ควรพัฒนาต่อยอดคอนเทนต์ไปในแนวทางที่ได้ผลลัพธ์ดีมากยิ่งขึ้นได้
เครื่องมือ Social Listening ของ Wisesight

เริ่มปรับคอนเทนต์ให้เหมาะกับ Content Marketing Trend ปี 2026 ก่อนใคร

เมื่ออัลกอริทึมของ AI เปลี่ยนวิธีที่คอนเทนต์ถูกมองเห็น แบรนด์จึงต้องเริ่มจากการ “เข้าใจ” ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์ม แต่เข้าใจว่า AI คิดอย่างไร เลือกอะไร และผลักคอนเทนต์แบบไหนขึ้นสู่สายตาผู้บริโภค ยุคนี้คือยุคของ Hyper-Personalization และ Real Human Content ที่ต้องรวดเร็ว กระชับ จริงใจ โดยเฉพาะคอนเทนต์แบบ Short-form ที่คว้าใจคนดูในไม่กี่วินาที และ Live Content ที่สร้างยอดขายแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งสร้าง Community เพื่อรับฟังอินไซต์จากผู้บริโภคจริง รวมถึงต้องเข้าใจพฤติกรรมการค้นหาด้วยเสียงและภาพ เพื่อให้แบรนด์กลายเป็นคำตอบแรกในทุกช่องทาง

หากแบรนด์ต้องการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ทีม Wisesight Research พร้อมให้บริการวิเคราะห์เชิงลึกจากข้อมูลโซเชียลมีเดีย ครอบคลุมทั้งมุมมองผู้บริโภค ภาพรวมการแข่งขัน การประเมินคุณภาพคอนเทนต์ และกลยุทธ์สื่อสารของคู่แข่ง เพื่อให้แบรนด์ของคุณเท่าทันเทรนด์ตลาดและตัดสินใจได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่าเดิม

บริการ Wisesight Research

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Content Marketing Trends 2026

เทรนด์การตลาด 2026 ที่ต้อง Focus มีเรื่องอะไรบ้าง?

1. AI-Fluence เทคโนโลยีมีส่วนใจการตัดสินใจของผู้บริโภคมากขึ้น 

2. Hyper-Personalization Content ปรับแต่งคอนเทนต์ตามความต้องการเฉพาะบุคคล

3. เทรนด์ Real Human Content เป็นแกนหลักสำคัญในการสื่อสารคอนเทนต์

4. Short Video เป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่เหมาะกับลักษณะการเสพคอนเทนต์ของผู้บริโภค

5. คอนเทนต์ Live Commerce มาแน่ เพราะได้ทั้งยอดขาย และยอด Engagement

6. Build Community สื่อสารคอนเทนต์ไปให้ถูกกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์

7. Image & Voice Search เทรนด์ผู้คนหาคอนเทนต์ด้วยภาพและเสียงมากขึ้น


70-20-10 Rule ในการสร้างคอนเทนต์บน Community คือ?

คือกรอบคิดยอดนิยมสำหรับการออกแบบคอนเทนต์ใน Community ที่ช่วยให้แบรนด์ “มีส่วนร่วมกับผู้คน” ทำให้ Community เติบโต แข็งแรง และมี Engagement ที่ยั่งยืน โดย 70% คือให้ความรู้และคุณค่า อีก 20% คือสร้างบทสนทนา และ 10% คือสื่อสารแบรนด์


การทำคอนเทนต์ตามความสนใจของแต่ละ Generation ยังได้ผลดีอยู่ไหม?

ยังได้ผลดีมาก สำหรับแบรนด์ที่ต้องการสื่อสารคอนเทนต์ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่จำแนกเป็น Generation อยู่เพราะอินไซต์ของแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกัน ดังนั้นคอนเทนต์ที่ส่งไปควรเหมาะสมกับความต้องการและความสนใจของกลุ่มเป้ากมายมากที่สุด