Benchmarking คือการเปรียบเทียบผลลัพธ์ กลยุทธ์ หรือประสิทธิภาพของธุรกิจกับข้อมูลอ้างอิง เพื่อดูว่าธุรกิจหรือแบรนด์ของเราอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับเป้าหมาย คู่แข่ง หรือแบรนด์อื่นที่อยู่ในสนามเดียวกัน
สำหรับการตลาด Benchmarking ช่วยให้ทีมไม่ได้ดูแค่ตัวเลขของตัวเอง แต่เห็นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น “ดีพอหรือยัง” เมื่อเทียบกับบริบทภายนอก
เช่น Engagement ของแบรนด์เพิ่มขึ้น อาจดูเหมือนเป็นผลลัพธ์ที่ดี แต่ถ้าคู่แข่งหลักในตลาดเดียวกันเติบโตเร็วกว่า แบรนด์อาจต้องกลับมาดูว่าคอนเทนต์ ช่องทาง หรือจังหวะการสื่อสารของตัวเองยังแข่งขันได้ดีพอหรือไม่
บทความนี้จะพาไปเข้าใจว่า Benchmarking คืออะไร มีกี่ประเภท ใช้เปรียบเทียบกับใครได้บ้าง และ Social Media Benchmarking ช่วยให้แบรนด์วางแผนการตลาดได้แม่นขึ้นอย่างไร
Key Takwaways
- Benchmarking คือการเปรียบเทียบผลลัพธ์ของธุรกิจกับข้อมูลอ้างอิง เพื่อดูว่าผลงานอยู่ในระดับไหนการทำ Benchmarking ช่วยให้ธุรกิจตั้งเป้าหมาย วัดผล และวางกลยุทธ์จากข้อมูลจริง
- Benchmarking สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น Performance Benchmarking, Process Benchmarking, Product Benchmarking และ Strategy Benchmarking
- Social Media Benchmarking ช่วยให้แบรนด์เห็นว่า Performance บน Social Media ดีพอหรือยังเมื่อเทียบกับแบรนด์ที่เลือกมาใน Brand Scan
- การทำ Benchmarking ดูผ่าน Social Metric เป็นหลัก โดยเทียบกับแบรนด์ที่ผู้ใช้งานเลือกจาก Brand Scan
จุดประสงค์ของการทำ Benchmarking คืออะไร?

Benchmarking มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ธุรกิจเข้าใจตำแหน่งของตัวเองเมื่อเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานในอุตสาหกรรม โดยสามารถนำไปใช้เพื่อ
- ประเมินว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจอยู่ในระดับใดเมื่อเทียบกับตลาด
- ค้นหาโอกาสและช่องว่างที่ควรพัฒนาเพิ่มเติม
- ตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัดที่อ้างอิงจากข้อมูลจริง
- วิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
ตัวอย่าง Benchmarking
สมมติว่าร้านกาแฟของเรามีลูกค้าเฉลี่ย 50 คนต่อวัน แต่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเลขนี้ถือว่าดีหรือไม่
วิธีหนึ่งคือการนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับร้านกาแฟอื่นในพื้นที่เดียวกัน เพื่อหาค่าเฉลี่ยหรือ Benchmark ของตลาด
- หากร้านกาแฟในพื้นที่มีลูกค้าเฉลี่ย 40 คนต่อวัน แสดงว่าร้านของเราทำผลงานได้ดีกว่าค่าเฉลี่ย
- หากร้านกาแฟในพื้นที่มีลูกค้าเฉลี่ย 70 คนต่อวัน แสดงว่ายังมีโอกาสพัฒนากลยุทธ์เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าให้มากขึ้น
การทำ Benchmarking ลักษณะนี้ช่วยให้ธุรกิจประเมินผลการดำเนินงานได้อย่างมีบริบท ไม่ได้ดูเฉพาะตัวเลขของตัวเอง แต่ยังเห็นตำแหน่งของธุรกิจเมื่อเทียบกับคู่แข่งและตลาดอีกด้วย
การทำ Benchmarking มีกี่ประเภท?
การทำ Benchmarking สามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการเปรียบเทียบ “เรื่องอะไร” และต้องการเปรียบเทียบ “กับใคร” โดยแต่ละประเภทจะช่วยตอบคำถามทางธุรกิจที่แตกต่างกันออกไป
ประเภทของ Benchmarking
| ประเภท | คำนิยาม | ตัวอย่างการใช้งานร่วมกับ Brand Scan |
| Performance Benchmarking | การเปรียบเทียบผลลัพธ์หรือประสิทธิภาพการดำเนินงานกับคู่แข่งหรือค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม | เปรียบเทียบ Engagement, Mention, Share of Voice หรือ Brand Score ของแบรนด์กับคู่แข่งและค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม เพื่อดูว่าผลงานอยู่ในระดับใด |
| Process Benchmarking | การเปรียบเทียบกระบวนการทำงานหรือวิธีดำเนินงาน เพื่อค้นหาแนวทางที่มีประสิทธิภาพกว่า | ใช้ข้อมูล Brand Scan เพื่อวิเคราะห์กระบวนการตอบกลับลูกค้า การจัดการคอมเมนต์ หรือการบริหารช่องทางโซเชียลของทีม |
| Product Benchmarking | การเปรียบเทียบสินค้า บริการ หรือความพึงพอใจของลูกค้าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง | วิเคราะห์ความคิดเห็นบนโซเชียลเพื่อเปรียบเทียบจุดเด่น จุดด้อย และ Sentiment ของสินค้าแต่ละแบรนด์ |
| Strategy Benchmarking | การเปรียบเทียบกลยุทธ์ที่องค์กรหรือคู่แข่งเลือกใช้ เพื่อศึกษาวิธีการที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี | เปรียบเทียบประเภทคอนเทนต์ ช่องทางสื่อสาร แคมเปญ หรือการใช้อินฟลูเอนเซอร์ของคู่แข่ง เพื่อนำมาปรับใช้กับกลยุทธ์ของแบรนด์ |
การทำ Benchmarking สามารถเปรียบเทียบกับใครได้บ้าง?
นอกจากการเลือกสิ่งที่ต้องการเปรียบเทียบแล้ว อีกปัจจัยสำคัญคือการกำหนดกลุ่มอ้างอิงหรือ Benchmark ว่าจะใช้ข้อมูลของใครมาเป็นมาตรฐานในการเปรียบเทียบ
| รูปแบบ | คำนิยาม | ตัวอย่างการใช้งานร่วมกับ Brand Scan |
| Internal Benchmarking | การเปรียบเทียบข้อมูลภายในองค์กรเดียวกัน เช่น ระหว่างทีม สาขา หรือข้อมูลในอดีต | เปรียบเทียบผลลัพธ์ของแคมเปญในปีนี้กับปีที่ผ่านมา หรือเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างหลายแบรนด์ภายในองค์กรเดียวกัน |
| External Benchmarking | การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือองค์กรภายนอกที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน | เปรียบเทียบ Share of Voice, Engagement, Brand Score หรือ Sentiment ของแบรนด์กับคู่แข่งโดยตรง |
| General Benchmarking | การเปรียบเทียบกับข้อมูลภาพรวมของตลาดหรืออุตสาหกรรม โดยไม่อ้างอิงองค์กรใดองค์กรหนึ่ง | เปรียบเทียบผลลัพธ์ของแบรนด์กับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม เช่น Avg. Industry Engagement หรือค่าเฉลี่ยการเติบโตของแบรนด์ในตลาด |
ตัวอย่าง Benchmarking ที่เข้าใจง่าย
สมมติว่าแบรนด์ A มี Engagement เพิ่มขึ้น 20% จากเดือนก่อน
ถ้าดูเฉพาะตัวเลขของแบรนด์ตัวเอง ผลลัพธ์นี้อาจดูดี เพราะแบรนด์เติบโตจากเดิม
แต่ถ้าเปรียบเทียบกับคู่แข่ง 4 แบรนด์ที่อยู่ในตลาดเดียวกัน แล้วพบว่าคู่แข่งเติบโตเฉลี่ย 50% ในช่วงเวลาเดียวกัน แบรนด์ A อาจยังไม่ได้เติบโตเร็วพอเมื่อเทียบกับสนามแข่งขันจริง
นี่คือเหตุผลที่ Benchmarking สำคัญ เพราะช่วยให้แบรนด์ไม่ได้ดูผลลัพธ์แบบแยกขาดจากตลาด แต่ดูตัวเลขภายใต้บริบทการแข่งขันจริง
Social Media Benchmarking สำคัญกับแบรนด์อย่างไร
Social Media Benchmarking คือการนำผลลัพธ์บน Social Media มาเปรียบเทียบกับข้อมูลอ้างอิง เพื่อดูว่าแบรนด์ทำได้ดีแค่ไหนเมื่ออยู่ในสนามแข่งขันเดียวกัน
ข้อมูลที่ใช้ในการทำ Social Media Benchmarking อาจรวมถึง
- Engagement
- Follower Growth
- Mention
- Sentiment
- Top Post
- Share of Voice
- Brand Score
- Content Performance
การทำ Social Media Benchmarking ช่วยให้แบรนด์ตอบคำถามได้ชัดขึ้น เช่น
- แบรนด์ของเราทำ Engagement ได้ดีพอหรือยัง
- แบรนด์ไหนในกลุ่มคู่แข่งกำลังเติบโตเร็วขึ้น
- คอนเทนต์ของคู่แข่งแบบไหนทำงานได้ดี
- เสียงของผู้บริโภคพูดถึงแบรนด์เราและคู่แข่งต่างกันอย่างไร
- ผลลัพธ์ที่แบรนด์ทำได้ควรถูกมองว่าแข็งแรง หรือยังมีช่องว่างให้พัฒนา
ในมุมการวางแผน การทำ Benchmarking ยังช่วยให้ทีมทำ Social Media Performance Report ได้มีบริบทมากขึ้น เพราะรายงานไม่ได้สรุปแค่ผลลัพธ์ของแบรนด์ตัวเอง แต่แสดงให้เห็นด้วยว่าแบรนด์อยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่เลือกมา
Benchmarking เกี่ยวข้องกับ Paid Owned Earned อย่างไร
เมื่อต้องวิเคราะห์ผลลัพธ์บน Social Media แบรนด์ควรเข้าใจบทบาทของสื่อแต่ละประเภทด้วย เพราะ Performance ของแบรนด์ไม่ได้เกิดจากช่องทางเดียว
Paid Owned Earned เป็น Framework ที่ช่วยให้แบรนด์แยกบทบาทของสื่อออกเป็น 3 มุมหลัก
- Paid Media คือสื่อที่แบรนด์จ่ายเงินเพื่อซื้อการมองเห็น เช่น โฆษณาบน Meta, Google หรือ TikTok
- Owned Media คือช่องทางที่แบรนด์เป็นเจ้าของ เช่น Facebook Page, Instagram, TikTok, YouTube, X หรือเว็บไซต์
- Earned Media คือเสียงที่เกิดจากคนนอกแบรนด์ เช่น รีวิว คอมเมนต์ การแชร์ หรือบทสนทนาที่ผู้บริโภคพูดถึงแบรนด์
เมื่อนำมาประกอบกับ Benchmarking แบรนด์จะอ่านผลลัพธ์ได้ลึกขึ้น
ถ้าคู่แข่งมี Social Performance สูงกว่า อาจเกิดจาก Owned Content ที่ทำงานดีกว่า Earned Voice ที่มากกว่า หรือ Paid Media ที่ช่วยผลักให้แบรนด์ถูกมองเห็นมากขึ้น
ดังนั้น Benchmarking ที่ดีไม่ควรจบแค่การรู้ว่าใครได้คะแนนสูงกว่า แต่ควรต่อยอดไปสู่การดูว่า Performance นั้นเกิดจากสื่อและกิจกรรมแบบใด
ตัวอย่างการทำ Benchmarking ด้วย Social Metric บน Brand Scan
ในการใช้งาน Brand Scan ซึ่งเป็น Brand Tracking Platform ในการทำ Benchmarking จะดูผ่านแท็บที่ชื่อว่า Social Metric เป็นหลัก

Social Metric คือคะแนนและข้อมูลวิเคราะห์ของ Wisesight ที่ใช้สรุปภาพรวม Social Media Performance ของแบรนด์
จุดสำคัญคือ Benchmarking บน Brand Scan เป็นการเปรียบเทียบกับแบรนด์ที่ผู้ใช้งานเลือกมา ไม่ใช่การเทียบกับค่าเฉลี่ยของทั้งอุตสาหกรรมแบบกว้าง ๆ
ถ้าผู้ใช้งานเลือกแบรนด์ตัวเองและคู่แข่งรวม 5 แบรนด์ ระบบจะแสดงข้อมูลและค่าเฉลี่ยจากแบรนด์ทั้ง 5 แบรนด์นั้น เพื่อให้เห็นว่าแบรนด์ของเราอยู่สูงหรือต่ำกว่ากลุ่มที่เลือกมา
วิธีนี้ช่วยให้การเปรียบเทียบใกล้กับบริบททางธุรกิจมากขึ้น เพราะแต่ละแบรนด์สามารถเลือกคู่แข่งที่เกี่ยวข้องกับตลาด สินค้า กลุ่มเป้าหมาย หรือแคมเปญของตัวเองได้เอง

ตัวอย่างเช่น
- แบรนด์เครื่องสำอางอาจเลือกเทียบเฉพาะแบรนด์รองพื้นที่อยู่ในกลุ่มราคาใกล้เคียงกัน
- แบรนด์เครื่องดื่มอาจเลือกเทียบกับแบรนด์ที่ทำแคมเปญในช่วงเวลาเดียวกัน
- แบรนด์ Retail อาจเลือกเทียบเฉพาะคู่แข่งที่แย่งกลุ่มลูกค้าเดียวกัน
การเลือกแบรนด์มา Benchmark เองจึงช่วยให้ข้อมูลมีบริบทมากขึ้น และนำไปใช้วางแผนต่อได้ตรงกว่า
อ่านผล Benchmarking อย่างไรให้วางแผนต่อได้
หลังจากดู Social Metric แล้ว แบรนด์ไม่ควรหยุดที่การรู้ว่าใครได้คะแนนสูงกว่าหรือต่ำกว่า
สิ่งที่ควรทำต่อคือการดูข้อมูลประกอบเพื่อหาสาเหตุของผลลัพธ์นั้น
Brand Scan มีข้อมูลหลายมุมที่ช่วยให้ทีมอ่าน Performance ได้ชัดขึ้น ทั้ง Owned, Earned, Paid, Influencer และ Social Metric
- Social Metric ใช้เป็นแกนหลักในการเปรียบเทียบภาพรวมของแบรนด์ที่เลือกมา
- Owned Media ใช้ดูว่าคอนเทนต์บนช่องทางของแบรนด์ทำงานดีแค่ไหน เช่น Engagement, Like, Comment, Share, View, Follower, Top Post และ Hashtag
- Earned Media ใช้ดูว่าแบรนด์ถูกพูดถึงอย่างไร เช่น Mention, Sentiment, Top User, Top Post และข้อความที่พูดถึงแบรนด์
- Paid Media ใช้ดูว่าคู่แข่งกำลังยิงแอดผ่านช่องทางไหน ใช้ Media Type แบบใด ใช้ Placement หรือ CTA อะไร
- Influencer ใช้ดูว่า Creator คนไหนพูดถึงแบรนด์ใด และมีบทบาทต่อ Visibility ของแบรนด์ในตลาดมากน้อยแค่ไหน
ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัว Benchmarking โดยตรง แต่ช่วยให้แบรนด์เข้าใจว่าคะแนน Social Metric ที่เห็นอาจเกิดจากคอนเทนต์ของแบรนด์ เสียงของผู้บริโภค การใช้โฆษณา หรือการทำงานร่วมกับ Influencer
ถ้า Social Metric ของคู่แข่งสูงกว่า แบรนด์สามารถดูต่อได้ว่าคู่แข่งมี Owned Content ที่ทำงานดีกว่า มี Earned Voice มากกว่า ใช้ Paid Media หนักกว่า หรือมี Influencer ช่วยสร้าง Visibility มากกว่า
ถ้า Social Metric ของแบรนด์สูงกว่าคู่แข่ง แบรนด์ควรดูต่อว่าสิ่งที่ทำให้คะแนนดีมาจากอะไร เพื่อขยายผลในแคมเปญถัดไป
หากทีมต้องติดตามผลลัพธ์จากหลายแคมเปญหรือหลายช่องทางพร้อมกัน การใช้ Marketing Performance Dashboard จะช่วยรวมข้อมูลสำคัญไว้ในมุมมองเดียว เพื่อให้เห็นภาพรวมของช่องทาง คอนเทนต์ งบประมาณ และผลลัพธ์ทางการตลาดได้ง่ายขึ้น
การทำ Benchmarking จึงไม่ควรจบที่การดูเส้นคะแนน แต่ควรต่อยอดไปสู่การหาสาเหตุ และแปลงข้อมูลเป็น Action สำหรับ Content Strategy, Media Strategy, Influencer Strategy และ Brand Communication
ประโยชน์ของการทำ Benchmarking สำหรับแบรนด์
Benchmarking ช่วยให้แบรนด์รู้ว่า Performance ของตัวเองอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ต้องการติดตาม
ถ้าแบรนด์ดูเฉพาะตัวเลขของตัวเอง อาจรู้แค่ว่าผลลัพธ์เพิ่มขึ้นหรือลดลง แต่เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่เลือกมา แบรนด์จะเห็นว่าผลลัพธ์นั้นดีพอหรือยังเมื่ออยู่ในสนามแข่งขันเดียวกัน
ประโยชน์ของการทำ Benchmarking สำหรับแบรนด์ ได้แก่
- ช่วยให้รู้ว่าผลลัพธ์ของแบรนด์ดีพอหรือยัง
- ช่วยให้เห็นช่องว่างระหว่างแบรนด์กับคู่แข่ง
- ช่วยให้ตั้งเป้าหมายจากข้อมูลจริง
- ช่วยให้เห็นว่าใครกำลังทำ Performance ได้ดีกว่า
- ช่วยให้วางแผนคอนเทนต์ แคมเปญ สื่อ และ Influencer ได้ชัดขึ้น
- ช่วยให้รายงานผลการตลาดมีบริบทมากกว่าการดูตัวเลขของแบรนด์ตัวเอง
Benchmarking จึงเป็นกระบวนการสำคัญสำหรับทีม Marketing, Brand, Communication, PR, Content และ Media ที่ต้องการตัดสินใจจากข้อมูล ไม่ใช่จากความรู้สึก

สรุปการทำ Benchmarking คืออะไร
Benchmarking คือการเปรียบเทียบผลลัพธ์ของแบรนด์กับข้อมูลอ้างอิง เพื่อดูว่าแบรนด์อยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับเป้าหมาย คู่แข่ง หรือแบรนด์อื่นที่อยู่ในสนามเดียวกัน
สำหรับการตลาดบน Social Media การทำ Benchmarking ช่วยให้แบรนด์รู้ว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นดีจริงหรือยัง เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่ต้องการติดตาม การทำ Benchmarking บน Brand Scan ใช้ Social Metric เป็นแกนหลักในการเปรียบเทียบแบรนด์ที่ผู้ใช้งานเลือกมาเอง ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้แบรนด์เลือกคู่แข่งที่ตรงกับโจทย์ธุรกิจ และใช้ข้อมูลเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้องกับตลาดจริงมากขึ้น
หลังจากเห็นผล Benchmarking แล้ว แบรนด์สามารถใช้ข้อมูล Owned, Earned, Paid และ Influencer ใน Brand Scan เพื่ออ่านต่อว่า Performance ที่เกิดขึ้นมาจากอะไร
ถ้าต้องการเครื่องมือที่ช่วยทำ Benchmarking จากแบรนด์ที่เลือกมาเอง Brand Scan จาก Wisesight ช่วยให้แบรนด์ดู Social Metric พร้อมข้อมูลประกอบด้านคอนเทนต์ เสียงผู้บริโภค โฆษณา และ Influencer เพื่อใช้วางแผนการตลาดได้ชัดขึ้น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Benchmarking
Benchmarking คืออะไร
Benchmarking คือการเปรียบเทียบผลลัพธ์ของธุรกิจหรือแบรนด์กับข้อมูลอ้างอิง เช่น เป้าหมายเดิม ผลลัพธ์ในอดีต คู่แข่ง หรือแบรนด์อื่นที่เลือกมา เพื่อดูว่าผลลัพธ์อยู่ในระดับไหน
Benchmarking สำคัญกับการตลาดอย่างไร
Benchmarking ช่วยให้นักการตลาดวัดผลได้มีบริบทมากขึ้น เพราะไม่ได้ดูแค่ตัวเลขของแบรนด์ตัวเอง แต่เห็นว่าผลลัพธ์นั้นดีพอหรือยังเมื่อเทียบกับคู่แข่งหรือแบรนด์อื่นในตลาดเดียวกัน
Benchmarking ต่างจาก KPI อย่างไร
KPI คือเป้าหมายหรือตัวชี้วัดที่แบรนด์ตั้งขึ้นเอง ส่วน Benchmarking คือการนำผลลัพธ์ไปเปรียบเทียบกับข้อมูลอ้างอิง เพื่อดูว่าผลลัพธ์นั้นดีพอหรือยังเมื่อเทียบกับบริบทภายนอก
Social Media Benchmarking คืออะไร
Social Media Benchmarking คือการเปรียบเทียบผลลัพธ์บน Social Media เช่น Engagement, Mention, Follower, Sentiment หรือ Brand Score กับแบรนด์อื่นที่ต้องการติดตาม
Benchmarking บน Brand Scan เทียบกับอะไร
Benchmarking บน Brand Scan เทียบกับแบรนด์ที่ผู้ใช้งานเลือกมาเอง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของทั้งอุตสาหกรรม
ทำไมต้องเลือกแบรนด์มา Benchmark เอง
เพราะคู่แข่งจริงของแต่ละแบรนด์ไม่เหมือนกัน การเลือกแบรนด์เองช่วยให้การเปรียบเทียบตรงกับตลาด สินค้า กลุ่มเป้าหมาย และแคมเปญที่แบรนด์ต้องการติดตาม
Social Metric ใน Brand Scan คืออะไร
Social Metric ใน Brand Scan คือคะแนนและข้อมูลวิเคราะห์ของ Wisesight ที่ช่วยสรุป Social Media Performance ของแบรนด์ และใช้เปรียบเทียบกับแบรนด์ที่เลือกมา
Owned, Earned, Paid และ Influencer ใช้ Benchmarking ได้ไหม
ในบริบทของ Brand Scan การ Benchmarking ดูผ่าน Social Metric เป็นหลัก ส่วน Owned, Earned, Paid และ Influencer เป็นข้อมูลประกอบที่ช่วยอธิบายว่าคะแนนหรือ Performance ที่เห็นเกิดจากอะไร
Brand Scan ช่วยทำ Benchmarking อย่างไร
Brand Scan ช่วยให้แบรนด์เลือกคู่แข่งที่ต้องการเปรียบเทียบ แล้วดู Social Metric ของแต่ละแบรนด์ พร้อมข้อมูลประกอบด้าน Owned, Earned, Paid และ Influencer เพื่อใช้วิเคราะห์และวางแผนต่อ
ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องทำ Benchmarking หรือไม่
จำเป็น เพราะ Benchmarking ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กเห็นว่าผลลัพธ์ของตัวเองดีพอหรือยังเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่เลือกมา และช่วยให้ตั้งเป้าหมายการตลาดจากข้อมูลจริงมากขึ้น




