AI ช่วยทีม Marketing ทำงานได้หลายด้าน ตั้งแต่สรุปข้อมูล วิเคราะห์เสียงผู้บริโภค หา Insight วาง Content Pillar วิเคราะห์คู่แข่ง ตรวจภาษา เขียนคอนเทนต์ ไปจนถึงสรุปรีพอร์ตให้พร้อมใช้ต่อ
จุดสำคัญคือ AI ต้องมีข้อมูลตั้งต้นที่ดี ถ้าทีมใช้ AI โดยไม่มีข้อมูลแคมเปญหรือข้อมูลผู้บริโภคจริง คำตอบที่ได้มักกว้างเกินไป
ถ้านำ AI มาทำงานร่วมกับ Social Data จาก Zocial Eye และใช้ Squeeze วิเคราะห์ต่อ ทีมจะเห็นภาพชัดขึ้นว่าคนพูดเรื่องอะไร พูดผ่านช่องทางไหน พูดด้วยอารมณ์แบบไหน และข้อมูลเหล่านี้ควรต่อยอดเป็นแผนการตลาดอย่างไร
บทความนี้จะพาไปดูว่า AI ทำอะไรได้บ้าง ผ่าน Use Case การใช้งาน Zocial Eye และ Squeeze ของ Wisesight
Key Takeaways
- AI ช่วยทีม Marketing ทำงานได้ตั้งแต่วิเคราะห์ตลาด หา Insight วาง Content Pillar วิเคราะห์คู่แข่ง ตรวจ Creative ไปจนถึงสรุปรีพอร์ต แต่ผลลัพธ์จะมีคุณภาพมากขึ้นเมื่อมี Social Data เป็นข้อมูลตั้งต้น
- Zocial Eye ช่วยเก็บและวิเคราะห์เสียงผู้บริโภคจากโซเชียลมีเดีย เช่น Engagement, Sentiment, Keyword, Hashtag, Top Messages, Top Users และข้อมูลจากภาพ เพื่อให้ทีมเห็นว่าแบรนด์หรือตลาดกำลังถูกพูดถึงอย่างไร
- Squeeze ช่วยเปลี่ยนข้อมูลจาก Zocial Eye ให้เป็น Insight และ Action ที่ทีม Marketing ใช้งานต่อได้ง่ายขึ้น เช่น สรุปเทรนด์ หา Pattern วาง Content Direction ทำ Data Story และสร้าง Executive Summary
- การใช้ AI ให้ได้คำตอบที่นำไปใช้จริง ต้องตั้งคำถามให้ชัดและระบุข้อมูลให้ครบ เช่น Campaign ID, ช่วงเวลา, ช่องทาง, Objective และ Metric ที่ต้องการวิเคราะห์ เพื่อลดคำตอบที่กว้างหรือคลาดเคลื่อนจากบริบทจริง
Zocial Eye และ Squeeze ทำงานร่วมกันอย่างไร
Zocial Eye คือ เครื่องมือ Social Listening ที่ช่วยเก็บข้อมูลจากโซเชียลมีเดียผ่าน Campaign ที่กำหนด Keyword, Page, Channel, Period และ Filter ตามโจทย์ที่ต้องการวิเคราะห์
ข้อมูลที่ได้สามารถดูได้หลายมิติ เช่น จำนวนข้อความ Engagement Sentiment Keyword Hashtag Top Messages Top Users Channel และข้อมูลจากภาพ เช่น Logo, Scene และ Object ที่ระบบตรวจพบ
Squeeze คือ AI Agent ที่ช่วยนำข้อมูลจาก Zocial Eye ไปวิเคราะห์ต่อในภาษาที่ทีม Marketing ใช้งานง่ายขึ้น
ทีมสามารถใช้ Squeeze เพื่อสรุปภาพรวม หา Pattern วิเคราะห์คู่แข่ง วาง Content Direction ทำ Data Story เขียนคอนเทนต์ และเปลี่ยนข้อมูลจำนวนมากให้กลายเป็นข้อแนะนำที่นำไปใช้ต่อได้เร็วขึ้น
Use Case 1: ใช้ AI วิเคราะห์ภาพรวมตลาด Beauty & Skincare
ใช้ข้อมูลจากแคมเปญ Beauty Product และ Brand Keyword | Cosmetics & Skincare บน Zocial Eye เพื่อวิเคราะห์ตลาดความงามและสกินแคร์ในประเทศไทย

Squeeze สรุปจากข้อมูลแคมเปญว่า TikTok เป็นช่องทางที่สร้าง Engagement สูงในกลุ่ม Beauty & Skincare โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่ผสมรีวิว ความบันเทิง และการขายเข้าด้วยกัน
ข้อมูลยังชี้ว่าสินค้ากลุ่ม Base Makeup เช่น รองพื้น คุชชั่น และคอนซีลเลอร์ เป็นหมวดที่ได้รับความสนใจสูง
หนึ่งในเทรนด์ที่เห็นชัดคือ “แต่งหน้าปรุงจืด” หรือการแต่งหน้าที่เน้นลุคธรรมชาติ งานผิวสุขภาพดี และการเลือกสีที่เข้ากับตัวเอง
AI จึงช่วยทีม Marketing อ่านข้อมูลตลาดได้เร็วขึ้นจากหลายมิติ ทั้งแพลตฟอร์ม สินค้าที่ถูกพูดถึง เทรนด์การแต่งหน้า รูปแบบคอนเทนต์ และกลยุทธ์ที่แบรนด์ใช้แล้วสร้างผลลัพธ์ได้ดี
ข้อมูลลักษณะนี้นำไปใช้ต่อได้ทันที เช่น เลือกช่องทางหลักของแคมเปญ วาง Message สินค้า วาง Content Theme และหามุมสื่อสารที่เข้ากับ Conversation ของผู้บริโภคจริง
Use Case 2: ใช้ AI หา Content Pillar จาก Social Data
จากตัวอย่างเดียวกัน ทีมสามารถใช้ Squeeze วิเคราะห์ต่อว่า Content Pillar ที่เหมาะกับตลาด Beauty & Skincare ควรเป็นแบบไหน

Squeeze สามารถช่วยจัดกลุ่มข้อมูลจาก Zocial Eye ให้เห็นว่าเนื้อหาแบบไหนถูกพูดถึงบ่อย เนื้อหาแบบไหนสร้าง Engagement ดี และคำแบบไหนที่ผู้บริโภคใช้จริง
ตัวอย่าง Content Pillar ที่ต่อยอดได้ เช่น
| Content Pillar | แนวทางคอนเทนต์ | เหตุผลจาก Social Data |
| The Influential Voice | รีวิวจาก Celebrity, Influencer, Micro-Influencer และผู้ใช้จริง | ตลาด Beauty ยังใช้พลังรีวิวและคนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจสูง |
| The Practical Transformation | GRWM, Routine, Before-After, Everyday Makeup | ผู้บริโภคอยากเห็นการใช้จริงและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน |
| The Sensory Proof | Texture Shot, ASMR, เนื้อสัมผัสสินค้า, กิมมิคแพ็กเกจ | สินค้าความงามเล่าได้ดีผ่านภาพ เสียง และความรู้สึกจากการใช้ |
จุดนี้ทำให้ AI ไม่ได้ช่วยแค่คิดคอนเทนต์แบบกว้าง ๆ
AI ช่วยเปลี่ยนข้อมูลจาก Social Listening ให้กลายเป็น Content Direction ที่มีหลักฐานรองรับจากบทสนทนาจริง
Use Case 3: ใช้ AI วิเคราะห์กลยุทธ์คอนเทนต์ของคู่แข่ง
AI ช่วยทีม Marketing อ่านเกมคู่แข่งได้เป็นระบบขึ้น

ใน Zocial Eye ทีมสามารถสร้าง Campaign เพื่อติดตามแบรนด์ตัวเองและคู่แข่ง แล้วดูข้อมูลเปรียบเทียบ เช่น Voice, Engagement, Sentiment, Channel, Top Messages และ Keyword ที่ถูกพูดถึง
เมื่อใช้ Squeeze วิเคราะห์ต่อ ทีมจะเห็น Pattern ว่าคู่แข่งสื่อสารเรื่องอะไร ใช้ Creative Format แบบไหน ใช้ Influencer กลุ่มไหน และสร้าง Engagement จาก Message แบบใด
ตัวอย่างในตลาด Beauty & Skincare จะพบกลยุทธ์ที่แบรนด์ใช้แล้วสร้างผลกระทบได้ดี เช่น Fandom Marketing, Texture Branding และ Micro-Influencer Convergence
- Fandom Marketing ช่วยดึง Engagement จากฐานแฟนคลับของศิลปินหรือคนดัง
- Texture Branding ช่วยให้สินค้าถูกจดจำผ่านชื่อเรียกที่คนพูดต่อได้ง่าย เช่น เนื้อสัมผัสหรือกิมมิคของสินค้า
- Micro-Influencer Convergence ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือจากรีวิวที่ดูใกล้ผู้ใช้จริง
- Use Case นี้ช่วยให้ทีมไม่ได้ดูคู่แข่งแค่ว่าทำอะไร แต่เห็นว่าคู่แข่งสร้างผลลัพธ์จากอะไร
Use Case 4: ใช้ AI สรุป Brand Health จากข้อมูลโซเชียล
Squeeze มีตัวอย่าง Framework สำหรับวิเคราะห์ Brand Health จากข้อมูลแคมเปญใน Zocial Eye
Framework นี้ช่วยดูภาพรวมแบรนด์ใน 6 ด้าน ได้แก่ Voice, Sentiment, Topic & Conversation, Source & Audience, Risk & Opportunity และ Communication Recommendation

ทีมสามารถใช้ข้อมูลจาก Zocial Eye เพื่อดูว่าคนพูดถึงแบรนด์มากขึ้นหรือลดลง แพลตฟอร์มไหนมีบทบาทสูง Sentiment เปลี่ยนไปทางไหน และ Topic ไหนเริ่มเป็นสัญญาณที่ควรจับตา จากนั้นใช้ Squeeze สรุปเป็น Executive Report ให้เพื่อนำมาทำสไลด์สำหรับนำเสนอทีม Brand, PR หรือผู้บริหาร
ตัวอย่างคำถามที่ใช้ได้คือ
“ช่วยสรุป Brand Health ของแคมเปญนี้ โดยดูจาก Voice, Sentiment, Top Topic, Top Channel, Top User, Risk Signal และ Communication Recommendation”
ผลลัพธ์ที่ได้ควรบอกได้ว่าแบรนด์อยู่ในสถานะไหน มีเรื่องไหนกำลังสร้างผลบวก มีเรื่องไหนเสี่ยง และควรสื่อสารต่ออย่างไร
Use Case 5: ใช้ AI วิเคราะห์ภาพแคมเปญก่อนปล่อยจริง
อีกตัวอย่างคือการแนบภาพแคมเปญให้ AI วิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจาก Zocial Eye
ทีมสามารถเปิด Toggle ให้ Squeeze เรียกใช้ข้อมูลจาก Zocial Eye แล้วแนบภาพ Visual แคมเปญที่ต้องการตรวจ
ยกตัวอย่างเคสเช่น ทีม Marketing อยากรู้ว่า Visual โครงการใหม่ควรปรับอะไร ถ้าเทียบกับโพสต์ที่ได้รับ Engagement ดีจากแคมเปญใน Zocial Eye

AI สามารถช่วยดูได้ว่า Hook ชัดหรือไม่ Message สอดคล้องกับคอนเทนต์ที่เคยทำงานได้ดีหรือไม่ Visual Cue ควรเน้นอะไร และช่องทางไหนเหมาะกับรูปแบบคอนเทนต์นี้
Use Case นี้เหมาะกับทีม Creative, Social Media และ Performance Marketing ที่ต้องตรวจชิ้นงานก่อนปล่อยแคมเปญ
Use Case 6: ใช้ AI เลือก Skill ให้ตรงกับงาน
Squeeze มีฟีเจอร์ Skills ที่ช่วยให้ AI ทำงานตามบทบาทได้แม่นยำขึ้น
ตัวอย่าง Skills ที่ใช้กับงาน Marketing ได้ เช่น Competitor Analyst, Content Creator, Content Editor, Data Storyteller, Deep Research และ Humanizer

- ถ้าต้องวิเคราะห์คู่แข่ง ทีมสามารถใช้ Competitor Analyst เพื่อสรุป Message, Creative และ Pattern ของคู่แข่ง
- ถ้าต้องเขียนคอนเทนต์ ทีมสามารถใช้ Content Creator เพื่อสร้าง Social Post, Caption, Blog Draft, Ad Copy หรือ Product Messaging
- ถ้าต้องทำรายงาน ทีมสามารถใช้ Data Storyteller เพื่อเปลี่ยนข้อมูลเป็น Key Message, Executive Summary หรือสไลด์
- ถ้าข้อความยังแข็งหรือดูเป็น AI เกินไป ทีมสามารถใช้ Humanizer เพื่อปรับภาษาให้เป็นธรรมชาติขึ้น
การเลือก Skill ให้ถูกกับงานช่วยให้ AI ตอบตรงโจทย์ขึ้น และลดเวลาที่ทีมต้องแก้คำตอบซ้ำหลายรอบ
Use Case 7: ใช้ AI สรุปรีพอร์ตจากข้อมูลจำนวนมาก
งานรีพอร์ตเป็นหนึ่งในงานที่ AI ช่วยลดเวลาได้ชัดเจน ทีมสามารถใช้ Zocial Eye ดึงข้อมูลแคมเปญ เช่น จำนวนข้อความ Engagement Sentiment Top Post Top User Keyword Hashtag และ Channel Performance จากนั้นให้ Squeeze ช่วยสรุปเป็นรายงานที่อ่านง่าย เช่น Executive Summary, Campaign Wrap-up, Monthly Report หรือ Insight Report
ตัวอย่างคำถามที่ใช้ได้คือ
“ช่วยสรุปรีพอร์ตแคมเปญ [ชื่อแคมเปญ] นี้เป็น Executive Summary 5 ข้อ โดยบอกว่าเกิดอะไรขึ้น อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ Engagement สูง และควรทำอะไรต่อในแคมเปญหน้า”
AI จะช่วยจับประเด็นจากข้อมูลจำนวนมาก แล้วเรียบเรียงเป็นเนื้อหาที่ทีมใช้ประชุมหรือส่งต่อให้ผู้บริหารได้เร็วขึ้น

สรุปว่า AI ทำอะไรได้บ้างเมื่อใช้กับ Zocial Eye และ Squeeze
| งานที่ต้องทำ | Zocial Eye ช่วยอะไร | Squeeze ช่วยอะไร |
| วิเคราะห์ตลาด | เก็บ Social Data จาก Keyword และ Channel | สรุปเทรนด์และ Pattern ที่ควรสนใจ |
| หา Consumer Insight | ดึงข้อความจริงจากผู้บริโภค | จัดกลุ่ม Pain Point, Need และ Motivation |
| วาง Content Pillar | ดู Topic, Hashtag, Top Post และ Engagement | เปลี่ยนข้อมูลเป็น Pillar และไอเดียคอนเทนต์ |
| วิเคราะห์คู่แข่ง | เปรียบเทียบ Voice, Engagement และ Sentiment | สรุป Message Pattern และ Opportunity |
| ตรวจ Creative | ใช้ข้อมูลโพสต์ที่ Performance ดีเป็น Benchmark | วิเคราะห์ภาพและแนะนำมุมปรับ Visual |
| ทำรีพอร์ต | Export และดู Dashboard แคมเปญ | สรุป Executive Summary และ Data Story |
| เขียนคอนเทนต์ | ใช้ Insight เป็นข้อมูลตั้งต้น | เขียน Draft และปรับภาษาให้พร้อมใช้ |
วิธีใช้ AI ให้ได้คำตอบที่นำไปใช้ต่อได้จริง
การใช้ AI ให้ได้ผลควรเริ่มจากข้อมูลและคำถามที่ชัดเจน ซึ่งทีมควรระบุ Campaign ID, ช่วงเวลา, ช่องทาง, Objective และ Metric ที่ต้องการวิเคราะห์ให้ครบ
ตัวอย่าง Prompt ที่ใช้กับ Squeeze ได้คือ
- “จากแคมเปญ Zocial Eye [ชื่อแคมเปญ] นี้ ช่วยสรุป 3 Insight สำคัญของตลาด Beauty & Skincare โดยดูจาก Engagement, Sentiment, Top Topic, Top Post และ Keyword ที่ถูกพูดถึงบ่อย”
- “ช่วยสรุป Content Pillar 3 กลุ่มจากข้อมูลแคมเปญ [ชื่อแคมเปญ] นี้ พร้อมตัวอย่างมุมโพสต์ เหตุผลจาก Social Data และ CTA ที่เหมาะสม”
- “ช่วยวิเคราะห์ภาพแคมเปญ [ชื่อแคมเปญ] นี้โดยเทียบกับโพสต์ที่ Engagement ดีใน Zocial Eye และแนะนำว่าควรปรับ Headline, Visual Cue และ Message อย่างไร”
Prompt ที่ดีควรบอกให้ชัดว่าอยากให้ AI วิเคราะห์จากข้อมูลชุดไหน ดูมิติอะไร และต้องการ Output แบบไหน
ข้อควรระวังในการใช้ AI กับงาน Marketing
AI ควรใช้เป็นผู้ช่วยวิเคราะห์และเร่ง Workflow แต่ทีมยังต้องตรวจสอบข้อมูลตั้งต้น เช่น Keyword, Exclude Keyword, Period, Channel, Filter และ Sentiment
- ถ้าตั้งค่า Campaign กว้างเกินไป AI จะสรุปจากข้อมูลที่กว้างเกินไป
- ถ้าข้อมูลมี Noise มาก คำตอบที่ได้อาจพาไปสู่ Insight ที่คลาดเคลื่อน
ทีมควรใช้ AI เพื่อช่วยหา Pattern สรุปข้อมูล และตั้งคำถามต่อ จากนั้นใช้ประสบการณ์ของทีม Marketing ตัดสินใจขั้นสุดท้าย
สรุป
AI ทำอะไรได้บ้างขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ทีมป้อนให้ AI วิเคราะห์
เมื่อใช้ร่วมกับ Zocial Eye และ Squeeze AI สามารถช่วยทีม Marketing ทำงานได้ตั้งแต่การอ่านตลาด วิเคราะห์เสียงผู้บริโภค หา Content Pillar วิเคราะห์คู่แข่ง ตรวจภาพแคมเปญ สรุปรีพอร์ต และเขียนคอนเทนต์
ตัวอย่างจากตลาด Beauty & Skincare ทำให้เห็นว่า AI สามารถสรุปจาก Social Data ได้ว่าแพลตฟอร์มไหนสำคัญ สินค้ากลุ่มไหนถูกพูดถึง เทรนด์ไหนกำลังเด่น และคอนเทนต์แบบไหนควรนำไปต่อยอด
สำหรับทีมที่ต้องวางแผนจากข้อมูลทุกวัน การใช้ Zocial Eye ร่วมกับ Squeeze ช่วยให้ Social Data ถูกเปลี่ยนเป็น Insight และ Action ได้เร็วขึ้น
ถ้าต้องการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลของแบรนด์ แคมเปญ หรือคู่แข่ง ทีม Wisesight สามารถช่วยออกแบบ Use Case ที่เหมาะกับโจทย์ของคุณผ่าน Zocial Eye และ Squeeze ได้
FAQ: AI ทำอะไรได้บ้างกับงาน Marketing
AI ช่วยวิเคราะห์ Social Data ได้อย่างไร
AI ช่วยสรุปข้อมูลจาก Social Data ให้เห็น Pattern สำคัญ เช่น คนพูดถึงเรื่องอะไร Sentiment เป็นอย่างไร ช่องทางไหนสร้าง Engagement สูง และมีประเด็นไหนที่ควรติดตามต่อ
ใช้ AI คิดคอนเทนต์แทนทีม Marketing ได้ไหม
AI ช่วยคิดโครง คิดมุม และร่างคอนเทนต์ได้ แต่ทีม Marketing ควรตรวจความถูกต้อง ความเหมาะสมของแบรนด์ และความสอดคล้องกับแผนสื่อสารก่อนนำไปใช้จริง
Zocial Eye และ Squeeze ต่างกันอย่างไร
Zocial Eye ใช้เก็บและวิเคราะห์ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย ส่วน Squeeze ใช้ AI ช่วยสรุป วิเคราะห์ และเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้เป็น Insight, Content Direction, Report หรือ Recommendation ที่นำไปใช้ต่อได้ง่ายขึ้น
ทำไมต้องใช้ AI ร่วมกับ Social Listening
เพราะ Social Listening มีข้อมูลจำนวนมาก และ AI ช่วยลดเวลาการอ่านข้อมูลด้วยมือ ทำให้ทีมเห็นประเด็นสำคัญเร็วขึ้น และนำข้อมูลไปใช้วางแผนการตลาดได้ทันกับความเคลื่อนไหวของผู้บริโภค





