สำหรับคนทำธุรกิจ สิ่งหนึ่งที่มักจะอยู่ในกระบวนการวิเคราะห์หรือทำการตลาดนั่นก็คือ การวิเคราะห์คู่แข่ง (Competitor Analysis) เพราะไม่ว่าแบรนด์ไหนก็คงอยากที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของตนเอง และก้าวนำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ 

แต่การที่จะรู้ว่าคู่แข่งนั้นทำได้ดีมากแค่ไหน นอกจากการมอนิเตอร์ (Monitor) สื่อต่างๆ ที่คู่แข่งมีอยู่ในมือแล้ว อีกสิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าคู่แข่งและตัวคุณเองมีกระแสในปัจจุบันเป็นอย่างไร คนพูดถึงแบรนด์ไหนมากกว่ากัน นั่นก็คือการใช้ Social Listening Tool เพื่อฟังเสียงผู้บริโภค ซึ่งปกติแล้วทุกคนอาจจะรู้จักเครื่องมือนี้ว่าเป็นเครื่องมือสำหรับดูเทรนด์ ติดตามกระแส ตรวจสอบผลลัพธ์ของการทำแคมเปญบนโซเชียลมีเดีย หรือใช้มอนิเตอร์ crisis ต่างๆ แต่รู้หรือไม่ว่า Social Listening Tool สามารถนำมาทำ Competitor Analysis ได้ด้วยเช่นกัน

ว่าแต่การใช้ Social Listening Tool เพื่อทำ Competitor Analysis นั้นเป็นอย่างไร วันนี้ Wisesight เรามีตัวอย่าง พร้อมแนะนำฟีเจอร์ “Comparison View” จาก ZOCIAL EYE ที่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์คู่แข่งได้ มาดูกันดีกว่าว่าจะใช้งานฟีเจอร์นี้ได้อย่างไรได้บ้าง?

แนะนำ “Comparison View” ฟีเจอร์วิเคราะห์คู่แข่งจาก ZOCIAL EYE

Comparison View เป็นฟีเจอร์หลักของ ZOCIAL EYE ที่สามารถนำมาใช้เปรียบเทียบเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโซเชียลมีเดียตามที่ผู้ใช้งานต้องการ เพียงแค่ทำการกรอกคีย์เวิร์ด จากนั้นกดแสดงผลเปรียบเทียบ ระบบจะประมวลผลและแสดงผลออกมาในรูปแบบที่เข้าใจง่าย  ในตัวอย่างเราได้ใช้คีย์เวิร์ดในกลุ่มของรถยนต์ EV แล้วนำมาสร้างเป็นหมวดหมู่ (Category) ของรถแต่ละรุ่นแล้วนำมาเปรียบเทียบกันในช่วงระยะเวลาที่ต้องการ

Comparison View จะทำหน้าที่เป็น Competitor Analysis Tool ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นรูปแบบการแข่งขันกันระหว่างแบรนด์ ทำให้มองเห็นความเคลื่อนไหวของแบรนด์คู่แข่งว่ามีการใช้อินฟลูเอนเซอร์คนไหน หรือผู้บริโภคตอบรับอย่างไรบ้างด้วยรูปแบบของข้อมูลในมุมมองที่ต่างกันได้ภายในหน้าเดียว ดังนี้

Daily messages

Daily Messages จะเป็นส่วนที่ใช้ในการเปรียบเทียบจำนวนข้อความ (Messages) ในแต่ละหมวดหมู่ของคีย์เวิร์ดที่ตั้งไว้ โดยสามารถเลือกระยะเวลาในการเปรียบเทียบได้ เช่น เทียบว่าเดือนไหนมีจำนวนข้อความมากหรือน้อยกว่ากัน ดังในตัวอย่างจะเห็นว่าวันที่ 9 มิถุนายนมีจำนวนข้อความมากเป็นพิเศษ เมื่อเข้าไปดูรายละเอียดจะพบว่าเป็นวันที่มีการประกาศลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจาก 8% เหลือ 2% โดยแต่ละแบรนด์มีการเล่นกระแสข่าวนี้พร้อมๆ กัน ทำให้เห็นเทรนด์และกระแสแบบรายวันของคู่แข่งว่ากำลังทำอะไร ออกแคมเปญอะไร ทำไมจึงมีคนพูดถึง คู่แข่งของเรามีการ Boost Post หรือไม่ หรือมีการทำ Content ที่น่าสนใจจนกลายเป็นไวรัล รวมถึงอาจมีประเด็นกระแสในเชิงลบ จนทำให้เป็นที่พูดถึง ก็สามารถดูได้เช่นกัน

Period Comparison

Period Comparison จะแบ่งออกเป็น 2 ฟังก์ชันด้วยกัน คือ

  • Period-over-Period Channel : (ภาพซ้าย) เป็นการเปรียบเทียบแพลตฟอร์มที่มีการพูดถึงแบรนด์นั้นๆ ในช่วงเวลาที่ต้องการทราบ อย่างในภาพตัวอย่างจะเป็นเวลากลางเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม เปรียบเทียบกับช่วงกลางเดือนพฤษภาคม-กลางเดือนมิถุนายน โดยจะเห็นว่า ในช่วงกลางเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม ตลาด EV จะเน้นการโปรโมตในช่องทาง News ในขณะที่ต่อมาจะมีกระแสจาก Facebook มากที่สุด
  • Period-over-Period Comparison :  (ภาพขวา) เป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการเปรียบเทียบระหว่างช่วงเวลากับหมวดหมู่ของคู่แข่งที่จัดทำเอาไว้ เพื่อให้เห็นว่าในช่วงเดือนที่แล้วกับช่วงเดือนนี้มีแบรนด์ไหนถูกพูดถึงใน % เท่าไหร่ ทำให้ทราบว่า โดยวงกลมวงในจะเป็นสัดส่วนของช่วงเวลาในเดือนที่แล้ว และวงกลมวงนอกจะเป็นสัดส่วนของแบรนด์แต่ละแบรนด์ในช่วงเดือนปัจจุบัน ซึ่งจากตัวอย่างจะเห็นว่าในช่วงเวลากลางเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม รถ EV รุ่น Mg Ep มีสัดส่วนของข้อความ (Messages) มากที่สุด แต่พอมาเป็นช่วงกลางเดือนพฤษภาคม-กลางเดือนมิถุนายนจะเป็น BMW i ที่ถูกพูดถึงใน % ที่มากกว่า 

Share of voice

Share of Voice เป็นฟังก์ชันที่ทำให้เห็นว่าเกิดการพูดถึง (Voice) คำค้นหาที่เราต้องการทราบในช่องทางไหนมากที่สุด ซึ่งจากตัวอย่างจะเห็นว่า BMW i ถูกพูดถึงมากที่สุดในหลายๆ แพลตฟอร์ม และถ้าหากคุณเป็นแบรนด์ EV คู่แข่งก็อาจจะต้องดูว่า แพลตฟอร์มไหนพูดถึงเรื่องอะไรบ้าง ได้รับความสนใจในแง่ไหน เพื่อที่จะได้นำมาปรับแผนการสื่อสารการตลาด หรือการเลือกช่องทางการใช้สื่อในการแข่งขันเพิ่มเติม จึงจะได้รับความสนใจมากกว่า

Sentiments

Sentiments เป็นมุมมองของการทำ Competitor Analysis ที่ทำให้เห็นว่า ในแต่ละ Category ของคำค้นหาถูกพูดถึงในแง่บวก (แถบสีเขียว) แง่ลบ (แถบสีแดง)  หรือกลางๆ (แถบสีเหลือง) ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์คู่แข่งได้ว่า แต่ละแบรนด์หรือแต่ละแคมเปญเป็นอย่างไรบ้างในสายตาผู้บริโภค และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับแบรนด์คุณเองเป็นอย่างไร หรือถ้าแบรนด์ไหนถูกพูดถึงในแง่ลบมากเป็นพิเศษ ก็สามารถดูแล้วนำมาจัดการปรับปรุงแผนการสื่อสาร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือแก้ Crisis ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ได้

ยกตัวอย่างแคมเปญของรุ่นรถ EV จะเห็นว่า BMW i มีคนพูดถึงในแง่บวกมากเป็นพิเศษ ส่วน GWM Ora Good Cat มีการพูดถึงในแง่ลบมากกว่ารถรุ่นอื่นๆ ซึ่งก็ต้องตามเข้าไปดูว่า เพราะอะไร เกี่ยวข้องกับแบรนด์โดยตรงหรือเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือไม่ เพื่อนำมาปรับปรุงและแก้ไขต่อไป

นอกจาก 4 มุมมองหลักที่ช่วยทำให้วิเคราะห์คู่แข่งจากเสียงผู้บริโภคได้แล้วยังมีส่วนของฟีเจอร์อื่นๆ ที่ใช้ดูประกอบเพิ่มเติมในการนำมาปรับแผนการทำการตลาดเพื่อเอาชนะคู่แข่ง ดังนี้ 

  • Daily Engagements : ตัวช่วยสำหรับใครที่ต้องการอยากทราบว่า แบรนด์ต่างๆ ที่เป็นคู่แข่ง มีเอ็นเกจเมนต์ต่อวัน (Daily Engagements) เป็นอย่างไร เจ้าไหนได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก เพื่อวิเคราะห์แนวทางการทำคอนเทนต์กระแสในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
  • Categories Statistics : ​สำหรับดูว่า มีข้อความเข้ามาเท่าไหร่ มีเอ็นเกจเมนต์ (Engagement) เท่าไหร่ และมีจำนวนผู้ใช้ (Account) มากน้อยเพียงใดที่พูดถึงแบรนด์ รวมถึงทราบค่าเฉลี่ยของจำนวน ข้อความ (Message) และจำนวนเอ็นเกจเมนต์ (Engagement) ต่อวันได้ด้วย 
  • Word Clouds : การจับสำนวนหรือคำในเนื้อหาที่ใช้บ่อยๆ เพื่อแสดงให้เห็นคำ (Tag) ที่ถูกใช้มากที่สุด
  • Influencers : เผยรายชื่อของอินฟลูเอนเซอร์ (Influencers) ที่พูดถึงแบรนด์ในคีย์เวิร์ดที่เราต้องการค้นหามากที่สุด ใช้สำหรับดูประสิทธิภาพของแต่ละเพจว่ามีเอ็นเกจเมนต์ต่อโพสต์ (Engagements /Post) มากน้อยเพียงใด
  • Top messages : โพสต์ที่ได้รับความนิยมจากเพจที่พูดถึงคำค้นหาที่เราต้องการทราบ ซึ่งช่วยให้เห็นถึงความนิยมของเพจ รูปแบบคอนเทนต์ที่คนชอบ ไปจนถึงสิ่งที่ผู้บริโภคพูดถึงเกี่ยวกับโพสต์นั้นๆ

จะเห็นว่า นอกจากจะใช้งาน Comparison View ในแง่ Competitor Analysis เพื่อดูประสิทธิภาพหรือดู จำนวนการพูดถึง (Voice) เปรียบเทียบกับคู่แข่งได้แล้ว ยังสามารถใช้เครื่องมือนี้ในการทำ Market Analysis หรือการวิเคราะห์ภาพรวมตลาดได้อีกด้วย เช่น การทำการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์และบริการ (Product/Service Analysis) เพื่อดูว่ามีคนพูดถึงสินค้าและบริการของเราอย่างไร รวมถึงใช้ในการทำ Channel Comparison เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการสื่อสารในช่องทางต่างๆ (Channel) ได้อีกด้วย

หากสนใจเครื่องมือนี้สามารถติดต่อ Wisesight เราพร้อมให้คำแนะนำการใช้งานเพิ่มเติมเพื่อธุรกิจของคุณ ปรึกษาฟรีจากผู้เชี่ยวชาญ ติดต่อทีมงาน Wisesight ที่นี่ได้เลย